ภาพประกอบอินโฟกราฟิกราคาทองแท่งวันที่ 17 สิงหาคม 2569 แสดงแท่งทองคำจำลองพร้อมตารางเทียบราคาทองคำแท่งกับทองรูปพรรณและปัจจัยที่มีผลต่อราคาทอง

ราคาทองแท่ง 96.5% ตามประกาศสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 เวลา 09:03 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ รับซื้อบาทละ 68,700 บาท และขายออกบาทละ 68,900 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 150 บาทจากวันก่อนหน้า ส่วนทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่ 67,325.56 บาท และขายออก 69,700 บาท (ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ) ราคานี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2569 และเปลี่ยนได้หลายรอบภายในวันเดียว จึงควรดูเวลาประกาศกำกับทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อหรือขาย บทความนี้สรุปให้ครบทั้งราคาล่าสุด เหตุผลที่ราคาขยับ ความต่างระหว่างทองแท่งกับทองรูปพรรณ วิธีดูจังหวะซื้อขาย และวิธีซื้อทองแท่งให้ปลอดภัย

ราคาทองแท่งวันนี้เท่าไหร่ (อัปเดตล่าสุด 17 ส.ค. 2569)

ราคาทองแท่งวันนี้ตามประกาศสมาคมค้าทองคำฯ ครั้งที่ 1 เวลา 09:03 น. คือ รับซื้อ 68,700 บาท ขายออก 68,900 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ เพิ่มขึ้น 150 บาทเมื่อเทียบกับราคาของวันก่อนหน้า ถ้าคุณจะซื้อทองแท่งหนึ่งบาท ให้ยึดตัวเลข “ขายออก” ส่วนถ้าจะเอาทองไปขายคืนร้าน ให้ยึดตัวเลข “รับซื้อ” ผลต่างสองฝั่งนี้คือส่วนต่างที่ร้านทองกินเป็นกำไร

ราคาทองแท่ง 96.5% รับซื้อ-ขายออก

วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 09:03 น. ทองแท่งอยู่ที่รับซื้อ 68,550 บาท ขายออก 68,750 บาท เมื่อมาถึงเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ราคาขยับขึ้นมาที่ 68,700/68,900 บาท ซึ่งก็คือบวก 150 บาททั้งสองฝั่ง จุดที่หลายคนอาจสับสนคือ ในเช้าวันเดียวกันมีบางสำนักข่าวยังแสดงตัวเลขราคาทองแท่งที่ 68,550/68,750 บาท และทองรูปพรรณ 67,173.96/69,550 บาท ซึ่งตรงกับราคาปิดของวันก่อนหน้าเป๊ะ สะท้อนว่าเป็นราคาค้างที่ยังไม่อัปเดตตามประกาศครั้งที่ 1 ของเช้าวันที่ 17 สิงหาคม มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าราคาขยับจริงอีกรอบ บทเรียนคือ อย่าดูแค่ตัวเลข ให้ดูวันที่และ “ประกาศครั้งที่เท่าไหร่ เวลากี่โมง” กำกับเสมอ เพราะบางแหล่งอาจยังไม่อัปเดตราคาล่าสุด

อีกชุดที่คนมักเจอคือราคาอ้างอิงของแพลตฟอร์มเทรดทองอย่าง Intergold ซึ่งเวลา 10:02 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ระบุทองคำ 99.99% (มาตรฐาน LBMA) ที่ 71,038–71,138 บาท และทองคำ 96.5% (มาตรฐานไทย) ที่ 68,539–68,644 บาท ปรับขึ้น 3 บาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่ประกาศทางการของสมาคมค้าทองคำฯ จึงต่างจากราคาหน้าร้านทองทั่วไป ใช้ดูเป็นแนวเทียบได้ แต่เวลาซื้อขายจริงที่ร้านให้ยึดประกาศสมาคมฯ เป็นหลัก

ราคาทองรูปพรรณเทียบกับทองแท่งวันนี้

ทองรูปพรรณของวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ประกาศครั้งที่ 1 เวลา 09:03 น. อยู่ที่รับซื้อ 67,325.56 บาท และขายออก 69,700 บาท โดยราคาขายออกนี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จที่แต่ละร้านคิดต่างกันตามลวดลายและความยากของงาน เมื่อเทียบกับทองแท่งจะเห็นชัดว่า ราคาขายออกของทองรูปพรรณสูงกว่าทองแท่ง 800 บาท ขณะที่ราคารับซื้อกลับต่ำกว่าทองแท่งราว 1,374 บาท ช่องว่างตรงนี้แหละที่ทำให้คนซื้อทองเพื่อเก็บออมนิยมทองแท่งมากกว่า

สำหรับคนที่อยากคำนวณเป็นน้ำหนักย่อย ตารางด้านล่างคิดจากราคาขายออกของทองแท่งวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ตามสัดส่วนน้ำหนักตรง ๆ (ร้านทองบางแห่งอาจปัดเศษหรือคิดค่าดำเนินการเพิ่มเล็กน้อย)

หน่วย สัดส่วนน้ำหนัก ราคาขายออกโดยประมาณ (บาท)
1 บาททองคำ 1 68,900
2 สลึง (ครึ่งบาท) 1/2 34,450
1 สลึง 1/4 17,225

นอกเหนือจากตารางข้างต้น ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ช่วงเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 4,395–4,396 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งซื้อขายกันคนละหน่วยและคนละมาตรฐานความบริสุทธิ์กับทอง 96.5% ในไทย จึงเทียบราคากันตรง ๆ ไม่ได้ แต่ใช้ดูทิศทางได้ว่าตลาดโลกกำลังไปทางไหน

ทำไมราคาทองถึงขึ้น-ลง ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำ

ราคาทองในไทยขึ้นลงเพราะสองก้อนหลักคือ ราคาทองคำโลกที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ และค่าเงินบาท เมื่อทองโลกขึ้นหรือบาทอ่อนค่า ราคาทองไทยมักขยับขึ้นตาม และในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน ช่วงวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ราคาทองคำโลกอยู่ที่ประมาณ 4,395–4,396 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดกำลังชั่งใจว่าจะไปต่อหรือพักฐาน

ปัจจัยจากต่างประเทศ (ดอลลาร์ ดอกเบี้ย Fed ธนาคารกลาง)

ปัจจัยฝั่งนอกที่กดดันและหนุนราคาทองในช่วงนี้มีอยู่หลายตัว สรุปเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้

  1. แรงซื้อทองเริ่มชะลอตัว หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก้อนใหญ่อย่างการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทยอยประกาศออกมาครบแล้ว ตลาดจึงหันไปให้น้ำหนักกับปัจจัยทางเทคนิคมากขึ้น
  2. ตลาดรอผลการประชุม Jackson Hole วันที่ 27–29 สิงหาคม 2569 เพื่อหาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งเป็นตัวแปรใหญ่ของราคาทองเสมอ
  3. ธนาคารกลางทั่วโลกยังสะสมทองคำต่อเนื่อง เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างที่ช่วยพยุงราคาไม่ให้ลงลึกง่าย ๆ

เรื่องค่าเงินดอลลาร์เป็นอีกตัวแปรที่คนซื้อทองควรตามให้ทัน เพราะกระทบทั้งราคาทองโลกและอัตราแลกเปลี่ยนบ้านเรา ใครอยากเข้าใจภาพนโยบายค่าเงินฝั่งสหรัฐฯ ที่มีผลต่อไทย อ่านเพิ่มได้ที่บทความเรื่องการจับตาค่าเงินของสหรัฐฯ กับไทย

ปัจจัยในประเทศ (ค่าเงินบาท ความต้องการซื้อ)

ฝั่งในประเทศ ตัวแปรที่ชัดที่สุดตอนนี้คือ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งช่วยหนุนราคาทองในประเทศให้สูงขึ้น เพราะทองที่นำเข้ามาต้องแลกเป็นเงินบาทแพงขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องความต้องการซื้อตามฤดูกาลและเทศกาล รวมถึงแรงขายคืนของคนที่ถือทองไว้และเห็นราคาขึ้นแล้วอยากทำกำไร ทั้งสองแรงนี้ทำให้ราคาหน้าร้านขยับได้หลายรอบต่อวันแม้ทองโลกจะนิ่ง

ปัจจัย ผลต่อราคาทองไทย ตัวอย่างจากช่วง 17 ส.ค. 2569
ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ขึ้นตาม/ลงตามโดยตรง อยู่ราว 4,395–4,396 ดอลลาร์/ออนซ์
ค่าเงินบาท บาทอ่อน = หนุนราคาทองในประเทศ บาทอ่อนทะลุ 33 บาท/ดอลลาร์
ทิศทางดอกเบี้ย Fed เป็นตัวชี้ทิศระยะถัดไป ตลาดรอผล Jackson Hole 27–29 ส.ค. 2569
แรงซื้อของธนาคารกลาง ช่วยพยุงราคาระยะยาว ยังสะสมทองคำต่อเนื่อง
แรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้น ทำให้ราคาผันผวนรายวัน แรงซื้อเริ่มชะลอหลังตัวเลขสหรัฐฯ ออกครบ

ทองแท่งกับทองรูปพรรณต่างกันอย่างไร ซื้อแบบไหนดีกว่า

ความต่างหลักคือ ทองแท่งซื้อ-ขายคืนได้ในราคาที่ใกล้เคียงกันมากกว่า เพราะไม่มีค่ากำเหน็จ ส่วนทองรูปพรรณมีค่าแรงทำลวดลายบวกเข้าไปในราคาขาย แต่ตอนขายคืนกลับไม่ได้ค่าส่วนนี้กลับมา ถ้าเป้าหมายคือเก็บออมหรือลงทุน ทองแท่งคุ้มกว่าในเชิงตัวเลข แต่ถ้าอยากใส่โชว์ด้วยและยอมจ่ายค่าความสวย ทองรูปพรรณก็ตอบโจทย์คนละแบบ

ค่ากำเหน็จและส่วนต่างราคาขาย

ลองดูตัวเลขจริงของวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ทองแท่งขายออก 68,900 บาท รับซื้อ 68,700 บาท ส่วนต่างคือ 200 บาท แต่ทองรูปพรรณขายออก 69,700 บาท (ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ) รับซื้อ 67,325.56 บาท ส่วนต่างพุ่งไปที่ 2,374.44 บาท และถ้ารวมค่ากำเหน็จที่จ่ายไปตอนซื้อด้วย ต้นทุนจริงจะยิ่งห่างจากราคารับซื้อมากขึ้นอีก แปลว่าราคาทองต้องขึ้นมากพอสมควรกว่าที่คนซื้อทองรูปพรรณจะเริ่มมีกำไร

หัวข้อเปรียบเทียบ ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ
ราคาขายออก (17 ส.ค. 2569) 68,900 บาท 69,700 บาท (ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ)
ราคารับซื้อ (17 ส.ค. 2569) 68,700 บาท 67,325.56 บาท
ส่วนต่างซื้อ-ขายคืน 200 บาท 2,374.44 บาท (ก่อนรวมค่ากำเหน็จ)
ค่ากำเหน็จ ไม่มี มี แต่ละร้านคิดต่างกันตามลาย
ความบริสุทธิ์มาตรฐานไทย 96.5% 96.5%
เหมาะกับใคร คนเก็บออม/ลงทุน เน้นส่วนต่างน้อย คนอยากใส่สวยงามและเก็บมูลค่าไปด้วย

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยเดินเข้าร้านทองเลย แนะนำให้อ่านคู่มือซื้อทองครั้งแรกประกอบ จะเห็นภาพตั้งแต่การเลือกน้ำหนัก การอ่านใบเสร็จ ไปจนถึงการเก็บรักษา

จังหวะไหนควรซื้อ-ขายทอง เทคนิคดูแนวโน้มราคา

ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าราคาทองพรุ่งนี้จะขึ้นหรือลง สิ่งที่ทำได้คือดูกรอบแนวรับ-แนวต้าน ดูปฏิทินเหตุการณ์ใหญ่ และตั้งเป้าหมายของตัวเองให้ชัดก่อนกดซื้อ สำหรับวันที่ 17 สิงหาคม 2569 มุมมองจากฝั่ง Intergold ให้แนวต้านไว้ที่ 4,400 ดอลลาร์ / 68,900 บาท และแนวรับที่ 4,300 ดอลลาร์ / 68,000 บาท (ตัวเลขคู่ขนานตามมุมมอง Intergold) พร้อมกลยุทธ์ที่สรุปสั้น ๆ ว่า “แรงซื้อหด รอพักตัว” คือแนะนำให้ระมัดระวัง ไม่ไล่ราคาที่สูง และรอสัญญาณจากการประชุม Jackson Hole ก่อน

สัญญาณเบื้องต้นที่นักลงทุนมือใหม่ดูได้

  • ดูวันที่และเวลาประกาศเสมอ ราคาสมาคมค้าทองคำฯ ปรับได้หลายครั้งต่อวัน แต่บางสำนักข่าวอาจยังแสดงราคาค้างของวันก่อนหน้าไว้โดยไม่ทันอัปเดต อย่างเช้าวันนี้ที่มีทั้งชุด 68,700/68,900 บาทตามประกาศครั้งที่ 1 ล่าสุด และชุด 68,550/68,750 บาทซึ่งจริง ๆ คือราคาปิดของเมื่อวาน ให้เช็คว่าเป็น “ประกาศครั้งที่เท่าไหร่ เวลากี่โมง” ก่อนเชื่อตัวเลขเสมอ
  • เทียบกับราคาวันก่อนหน้า เช่น วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ทองแท่งอยู่ที่ 68,550/68,750 บาท พอวันที่ 17 ขยับเป็น 68,700/68,900 บาท ก็รู้ทันทีว่าบวกมา 150 บาท
  • ตามปฏิทินเหตุการณ์เศรษฐกิจ ช่วงที่มีการประกาศตัวเลขสหรัฐฯ หรือการประชุมธนาคารกลาง ราคามักผันผวนแรงกว่าปกติ
  • ทยอยซื้อแทนการทุ่มครั้งเดียว เป็นวิธีลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อผิดจังหวะ โดยเฉพาะเมื่อราคาอยู่ใกล้แนวต้าน
  • อย่าใช้เงินที่ต้องใช้ในระยะสั้นมาซื้อทอง เพราะถ้าจำเป็นต้องขายคืนตอนราคาลง จะขาดทุนจากทั้งราคาและส่วนต่างรับซื้อ

ขอย้ำตามตรงว่าตัวเลขแนวรับ-แนวต้านเป็นเพียงมุมมองของนักวิเคราะห์ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่คำรับประกันว่าราคาจะวิ่งไปตามนั้น การลงทุนทองคำมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเสมอ และบทความนี้ไม่ได้ชี้นำให้ซื้อหรือขาย

วิธีซื้อทองแท่งให้ปลอดภัย ไม่โดนโกง

หลักง่าย ๆ คือ ซื้อกับร้านทองที่เป็นสมาชิกสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ขอใบรับรองน้ำหนักและความบริสุทธิ์ทุกครั้ง และเก็บใบเสร็จไว้ให้ครบ เพราะตอนขายคืน เอกสารเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ได้ราคาเต็มโดยไม่ต้องเถียงกัน

เช็คร้านทองและเอกสารก่อนจ่ายเงิน

  1. ตรวจว่าร้านเป็นสมาชิกสมาคมค้าทองคำฯ และประกาศราคาตรงกับราคากลางของวันนั้น พร้อมระบุครั้งที่/เวลาประกาศ
  2. ดูตราประทับบนแท่งทองว่าระบุน้ำหนักและความบริสุทธิ์ 96.5% ชัดเจน ไม่เลือน ไม่มีร่องรอยแก้ไข
  3. ขอใบรับรองและใบเสร็จที่ระบุชื่อร้าน วันที่ น้ำหนัก ราคาซื้อ และค่ากำเหน็จ (ถ้ามี) แยกรายการให้ชัด
  4. เทียบราคากับประกาศของสมาคมฯ ก่อนจ่าย เช่น วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ทองแท่งขายออก 68,900 บาท ถ้าร้านเสนอต่างจากนี้มากผิดปกติ ให้ถามเหตุผลก่อน
  5. ชั่งน้ำหนักต่อหน้าทุกครั้ง ทั้งตอนซื้อและตอนนำไปขายคืน
  6. ระวังการโอนเงินให้บุคคลที่อ้างว่าขายทองราคาถูกกว่าตลาดผ่านโซเชียล ถ้าจะชำระเงินให้ใช้ช่องทางที่ตรวจสอบปลายทางได้ เช่น การชำระผ่าน QR พร้อมเพย์ ที่ผูกกับชื่อบัญชีร้านโดยตรง

ข้อสังเกตที่ใช้ได้เสมอคือ ราคาทองเป็นราคากลางที่ทุกร้านอ้างอิงชุดเดียวกัน ถ้ามีใครเสนอถูกกว่าตลาดหลายพันบาทต่อหนึ่งบาททองคำ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน เพราะส่วนต่างของธุรกิจนี้บาง และไม่มีเหตุผลทางธุรกิจที่จะขายขาดทุนขนาดนั้น

คำถามที่พบบ่อย

คำถามยอดฮิตเรื่องราคาทองแท่งวันนี้ส่วนใหญ่วนอยู่ที่ตัวเลขล่าสุด เหตุผลที่ราคาขยับ และจังหวะซื้อขายที่ควรระวัง สรุปสั้น ๆ ก่อนคือ ทองแท่งวันที่ 17 สิงหาคม 2569 รับซื้อ 68,700 บาท ขายออก 68,900 บาท เพิ่มขึ้น 150 บาทจากวันก่อนหน้า ส่วนรายละเอียดปัจจัยราคาและวิธีซื้อขายให้ปลอดภัยอยู่ในคำตอบด้านล่างนี้

ราคาทองแท่งวันนี้บาทละเท่าไหร่

ตามประกาศสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 เวลา 09:03 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 68,700 บาท ขายออกบาทละ 68,900 บาท เพิ่มขึ้น 150 บาทจากวันก่อนหน้า ราคานี้เปลี่ยนได้หลายรอบภายในวันเดียว จึงควรเช็คประกาศล่าสุดของสมาคมค้าทองคำฯ ก่อนซื้อขายจริงทุกครั้ง

ทำไมราคาทองถึงขึ้น-ลงบ่อย

เพราะราคาทองไทยผูกกับราคาทองคำโลกที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ และผูกกับค่าเงินบาทไปพร้อมกัน ช่วงวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ทองโลกอยู่ราว 4,395–4,396 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งช่วยหนุนราคาทองในประเทศ เมื่อสองตัวแปรนี้ขยับตลอดเวลา ราคาหน้าร้านจึงปรับหลายครั้งต่อวัน

ทองแท่งกับทองรูปพรรณต่างกันอย่างไร

ทองแท่งไม่มีค่ากำเหน็จ ส่วนต่างซื้อ-ขายคืนจึงแคบ เห็นได้จากวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ทองแท่งซื้อ-ขายห่างกันเพียง 200 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณขายออก 69,700 บาทแต่รับซื้อ 67,325.56 บาท ห่างกัน 2,374.44 บาทและยังไม่รวมค่ากำเหน็จที่จ่ายตอนซื้อ ถ้าเน้นเก็บออมหรือลงทุน ทองแท่งได้เปรียบเรื่องต้นทุนมากกว่า

ตอนนี้ควรซื้อทองหรือขายทองดี

ไม่มีคำตอบฟันธง เพราะไม่มีใครรู้ทิศทางราคาล่วงหน้า สำหรับวันที่ 17 สิงหาคม 2569 มุมมองนักวิเคราะห์ฝั่ง Intergold ให้กลยุทธ์ว่าแรงซื้อหดและควรรอพักตัว โดยให้แนวต้านที่ 4,400 ดอลลาร์ / 68,900 บาท และแนวรับที่ 4,300 ดอลลาร์ / 68,000 บาท (ตัวเลขคู่ขนานตามมุมมอง Intergold) พร้อมจับตาผลการประชุม Jackson Hole วันที่ 27–29 สิงหาคม 2569 ควรตัดสินใจจากเป้าหมายและความเสี่ยงที่รับได้ของตัวเองเป็นหลัก

ซื้อทองแท่งที่ไหนปลอดภัย ไม่โดนโกง

ควรซื้อกับร้านทองที่เป็นสมาชิกสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย และประกาศราคาตรงกับราคากลางของวันนั้น ขอใบรับรองน้ำหนักและความบริสุทธิ์ 96.5% พร้อมใบเสร็จที่ระบุรายละเอียดครบทุกครั้ง ชั่งน้ำหนักต่อหน้าทั้งตอนซื้อและตอนขายคืน และหลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ถูกกว่าราคากลางผิดปกติ

ทองคำแท่งซื้อขั้นต่ำเท่าไหร่ ต้องมีใบรับรองไหม

ทองในไทยซื้อขายกันเป็นหน่วยบาททองคำและแบ่งย่อยเป็นสลึงได้ โดยคิดราคาตามสัดส่วนน้ำหนัก เช่น จากราคาขายออก 68,900 บาทของวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ครึ่งบาทจะอยู่ราว 34,450 บาท และหนึ่งสลึงราว 17,225 บาท ส่วนน้ำหนักขั้นต่ำที่รับซื้อ-ขายจริงขึ้นกับนโยบายของแต่ละร้าน และควรขอใบรับรองน้ำหนักกับความบริสุทธิ์ทุกครั้งเพื่อให้ขายคืนได้ราคาเต็ม