สร้าง qr พร้อมเพย์

QR พร้อมเพย์ คือช่องทางรับเงินที่ทุกคนสร้างเองได้ผ่านแอปธนาคารที่ใช้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น K PLUS, SCB EASY, Bualuang mBanking หรือ Krungthai NEXT ขอแค่ผูกพร้อมเพย์กับเบอร์โทรศัพท์มือถือหรือเลขบัตรประชาชนไว้ก่อน จากนั้นเปิดแอป กดเมนูสร้าง QR รับเงิน แล้วบันทึกเป็นไฟล์ภาพไปใช้ต่อได้ภายในไม่กี่นาที การสมัครใช้งานพร้อมเพย์นั้นฟรี ธนาคารไม่คิดค่าธรรมเนียมลงทะเบียนหรือค่าสมัครบริการ และยอดโอนไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายการก็ไม่มีค่าธรรมเนียมโอนด้วย

บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับคนที่อยากรับเงินด้วย QR PromptPay ตั้งแต่มือใหม่ที่เพิ่งผูกพร้อมเพย์ครั้งแรก ไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้าที่อยากปริ้น QR ตั้งหน้าร้าน เราจะพาไปดูตั้งแต่ว่าพร้อมเพย์คืออะไร สร้าง QR ทีละขั้นในแต่ละแอปธนาคารยังไง QR แบบ Static กับ Dynamic ต่างกันตรงไหน ร้านค้าควรใช้แอปถุงเงินหรือแม่มณีดีไหม รวมถึงเรื่องที่หลายคนมองข้าม คือวิธีป้องกันมิจฉาชีพเอา QR ปลอมมาแปะทับ QR ของร้านเรา

QR พร้อมเพย์ คืออะไร ต่างจากโอนเงินธรรมดายังไง

พร้อมเพย์ (PromptPay) คือโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมพัฒนาและเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2559 จุดต่างจากการโอนเงินแบบเดิมคือ ผู้โอนไม่ต้องจำเลขบัญชีเต็ม แต่ใช้เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือเลขที่บัญชีธนาคารเป็นตัวระบุปลายทางแทน ผ่านช่องทางดิจิทัลได้เลย

ส่วนตัว QR ที่เราสแกนกันทุกวันนี้ วางอยู่บนมาตรฐาน Thai QR Payment ซึ่ง National ITMX ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานพร้อมเพย์ร่วมกับ ธปท. นำมาตรฐานสากล EMVCo QR Code Specification มาปรับใช้กับประเทศไทย ทำให้แอปธนาคารทุกแอปอ่าน QR แผ่นเดียวกันได้หมด ผู้รับเงินสร้าง QR จากแอปธนาคารไหน ผู้จ่ายก็สแกนจ่ายด้วยแอปธนาคารของตัวเองได้ ไม่ต้องใช้แอปเดียวกัน

เรื่องค่าธรรมเนียมโอนผ่านพร้อมเพย์ ตามเกณฑ์ของ ธปท. คิดเป็นขั้นบันไดตามยอดโอนต่อรายการ ดังนี้

  • ยอดไม่เกิน 5,000 บาท — ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม
  • ยอด 5,001-30,000 บาท — ไม่เกิน 2 บาทต่อรายการ
  • ยอด 30,001-100,000 บาท — ไม่เกิน 5 บาทต่อรายการ
  • ยอดเกิน 100,000 บาท — ไม่เกิน 10 บาทต่อรายการ

ผูกเบอร์โทรกับเลขบัตรประชาชน ต่างกันยังไง

ผูกได้ทั้งสองแบบ และนำมาสร้าง QR รับเงินได้เหมือนกัน สิ่งที่ต้องรู้คือ 1 ตัวระบุผูกได้กับ 1 บัญชีเท่านั้น เช่น เบอร์มือถือหนึ่งเบอร์ผูกได้กับบัญชีเดียว แต่คนละตัวระบุผูกต่างบัญชีกันได้ เช่น เอาเบอร์โทรผูกบัญชีร้านค้า แล้วเอาเลขบัตรประชาชนผูกบัญชีส่วนตัวอีกบัญชี ก็จะมี QR รับเงินแยกกันสองใบไว้ใช้คนละวัตถุประสงค์ ส่วนฝั่งนิติบุคคลจะมีตัวระบุอีกชุดสำหรับองค์กร e-Wallet และเลขทะเบียนนิติบุคคลโดยเฉพาะ

สร้าง QR พร้อมเพย์ ผ่านแอปธนาคารยังไง ทีละขั้นตอน

ทุกธนาคารหลักมีเมนูสร้าง QR รับเงินในแอปของตัวเอง หลักการเหมือนกันหมดคือ เข้าเมนู QR รับเงิน เลือกบัญชีหรือตัวระบุที่ผูกพร้อมเพย์ไว้ ระบบจะสร้าง QR ให้ทันที แล้วกดบันทึกเป็นไฟล์ภาพหรือแชร์ต่อได้ ต่างกันแค่ชื่อเมนูและตำแหน่งปุ่มในแต่ละแอป ด้านล่างคือขั้นตอนของ 4 ธนาคารยอดนิยม

K PLUS (กสิกรไทย)

เข้าเมนู “สแกนจ่าย/รับ” แล้วสลับแท็บเป็น “QR รับเงิน” จากนั้นเลือกบัญชีหรือเบอร์ที่ผูกพร้อมเพย์ไว้ ระบบจะสร้าง QR ให้ทันที กดบันทึกภาพลงอัลบั้มหรือแชร์ส่งให้คนโอนได้เลย

SCB EASY (ไทยพาณิชย์)

กดเมนู “อื่นๆ” มุมขวาล่าง เลือก “สร้างพร้อมเพย์ QR รับเงิน” แล้วเลือกเบอร์โทรหรือเลขบัตรประชาชนที่ผูกพร้อมเพย์ไว้ จุดเด่นคือใส่ “จำนวนเงินที่จะรับ” ลงไปได้ด้วย ถ้าไม่ใส่ ผู้จ่ายจะเป็นคนกรอกยอดเอง กดยืนยันแล้วระบบจะบันทึก QR เป็นไฟล์ภาพลงอัลบั้มให้อัตโนมัติ พร้อมแชร์ต่อได้

Bualuang mBanking (ธนาคารกรุงเทพ)

เข้าเมนู “QR รับเงิน” สร้างได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกเบอร์มือถือกับใคร เลือกได้ 2 แบบคือไม่ระบุจำนวนเงิน หรือระบุจำนวนเงินตายตัว และบันทึกภาพ QR เก็บไว้ใช้ซ้ำได้ตลอด เงื่อนไขเดียวคือต้องเป็นบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์แล้วเท่านั้น

Krungthai NEXT และถุงเงิน (กรุงไทย)

ในแอปมีเมนูสร้าง QR รับเงินสำหรับร้านค้า โดยกรอกจำนวนเงินก่อนสร้าง QR แล้วกดยืนยัน การใช้งานครั้งแรกจะมีข้อตกลงและเงื่อนไขให้กดรับก่อนหนึ่งรอบ จากนั้นก็สร้างรายการต่อไปได้ตามปกติ

ได้ไฟล์ QR มาแล้ว จะเอาไปทำอะไรต่อก็ได้ ทั้งปริ้นใส่กรอบตั้งหน้าร้าน ส่งในแชท หรือถ้าขายของออนไลน์แล้วอยากแนบ QR ไปกับสลิปหรือใบสรุปยอดให้ลูกค้าสแกนจ่ายเลย ลองอ่านต่อที่วิธีสร้าง QR Code แนบสลิปให้ลูกค้าสแกนจ่าย ซึ่งอธิบายการทำงานฝั่งเอกสารการเงินไว้ละเอียด

QR แบบ Static กับ Dynamic ต่างกันตรงไหน ควรใช้แบบไหน

สรุปสั้นๆ QR แบบ Static คือ QR คงที่ใบเดียวใช้ซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เหมาะกับการพิมพ์แปะหน้าร้าน ส่วน QR แบบ Dynamic คือ QR ที่ระบบสร้างใหม่ทุกครั้งต่อรายการ ฝังจำนวนเงินและเลขอ้างอิงรายการไว้ในตัว QR เลย ลูกค้าสแกนแล้วยอดขึ้นอัตโนมัติ ไม่ต้องกรอกเอง

มือใหม่ส่วนใหญ่เริ่มจาก Static เพราะสร้างครั้งเดียวจบ ใช้ได้ยาว ส่วน Dynamic เหมาะกับร้านที่มีระบบขายหน้าร้านหรือระบบออนไลน์ที่ออกรายการต่อบิล เทียบกันชัดๆ ตามตารางนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ QR แบบ Static QR แบบ Dynamic
ลักษณะของ QR คงที่ ใบเดียวใช้ได้ตลอด ระบบสร้างใหม่ทุกครั้งต่อรายการ
จำนวนครั้งที่สแกน สแกนซ้ำได้ไม่จำกัด ผูกกับรายการนั้นๆ เป็นรายครั้ง
จำนวนเงิน ผู้จ่ายกรอกเอง หรือร้านตั้งราคาตายตัวได้ ฝังยอดและเลขอ้างอิงมาในตัว QR แล้ว
เหมาะกับ พิมพ์แปะหน้าร้าน รับโอนทั่วไป ร้านที่มีระบบออกบิลต่อรายการ

ข้อดีของการที่ทั้งสองแบบอยู่บนมาตรฐาน Thai QR Payment เดียวกันคือ ฝั่งลูกค้าไม่ต้องรู้เลยว่าเป็น QR PromptPay แบบไหน แค่เปิดแอปธนาคารของตัวเองสแกนแล้วตรวจยอดก่อนกดยืนยันเหมือนเดิมทุกครั้ง

ร้านค้าควรใช้ QR แบบไหน ถุงเงิน-แม่มณีต่างกันตรงไหน

ถ้ารับโอนแทนเงินสดเป็นครั้งคราว QR ส่วนตัวจากแอปธนาคารก็เพียงพอ แต่ถ้าขายของทุกวัน มีหลายรายการต่อวัน แอปสำหรับร้านค้าอย่างถุงเงินหรือแม่มณีจะช่วยเรื่องแจ้งเตือนและการตามยอดได้มากกว่า

ในเชิงเทคนิค QR ร้านค้าที่จดทะเบียนนิติบุคคลจะใช้ฟิลด์ข้อมูลที่เรียกว่า Tag 30 ซึ่งแนบเลขอ้างอิงบิลหรือรายการเข้าไปในการชำระเงินได้ ทำให้มีรายงานอ้างอิงรายการรับเงินไว้กระทบยอดบัญชี ต่างจาก QR ส่วนบุคคลทั่วไปที่ใช้ Tag 29 ซึ่งเป็นการรับโอนเข้าบัญชีเฉยๆ ไม่มีระบบรายงานแบบร้านค้า

ถุงเงิน กับ แม่มณี เลือกตัวไหนดี

ถุงเงินของกรุงไทยเป็นแอปเฉพาะร้านค้าไว้สร้าง QR รับชำระเงิน โดยแยกคนละแอปกับเป๋าตังที่ฝั่งลูกค้าใช้สแกนจ่าย ส่วนแม่มณีของ SCB เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับร้านค้า สร้าง QR รับเงินจากลูกค้าได้ทุกธนาคารโดยไม่มีค่าธรรมเนียม และจุดที่แม่ค้าหลายคนชอบคือเมื่อเงินเข้า ทั้งเจ้าของร้านและพนักงานจะได้รับการแจ้งเตือนพร้อมกันทันที ช่วยตัดปัญหาลูกค้าโชว์สลิปปลอมแล้วพนักงานเช็คไม่ได้

ส่วนใครที่ขายผ่านโซเชียลเป็นหลัก ไม่มีหน้าร้านจริง เทคนิคที่ใช้กันเยอะคือเอา QR ใส่ลงในรูปโพสต์ขายของเลย ลูกค้าเห็นปุ๊บสแกนจ่ายได้ทันที เราเขียนแยกไว้แล้วในวิธีเอา QR พร้อมเพย์ใส่โพสต์ขายของออนไลน์ ตามไปอ่านต่อได้

ตั้ง QR หน้าร้านยังไงให้ปลอดภัย ไม่โดนสลับ

หัวใจของการป้องกันคือ ตรวจสอบชื่อบัญชีปลายทางที่ขึ้นบนหน้าจอก่อนกดยืนยันโอนทุกครั้ง ว่าตรงกับชื่อร้านหรือเจ้าของร้านจริงหรือไม่ เพราะภัยที่มาแรงตอนนี้ไม่ใช่ลิงก์ปลอมอีกต่อไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนแนวโน้มปี 2569 ว่าคนร้ายเปลี่ยนวิธีจากการส่งลิงก์ มาเป็นการใช้ QR Code ปลอมแปะทับ ตามจุดบริการและร้านค้า หลอกให้เงินโอนเข้าบัญชีคนร้ายแทน

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมก็ออกเตือนภัยเรื่อง QR Code ร้านค้าปลอมในลักษณะเดียวกัน คือมิจฉาชีพแอบเอา QR ปลอมไปแปะทับ QR ของจริงหน้าร้าน ลูกค้าสแกนจ่ายตามปกติ แต่เงินกลับเข้าบัญชีคนร้ายแทนร้านค้าจริง กว่าร้านจะรู้ตัวก็เสียหายไปหลายรายการแล้ว แนวทางป้องกันที่ทำได้จริงมีดังนี้

  • ฝั่งคนจ่าย: อ่านชื่อบัญชีปลายทางบนหน้าจอทุกครั้งก่อนกดยืนยัน ถ้าชื่อไม่ตรงกับร้าน ให้หยุดและแจ้งร้านทันที
  • สังเกตร่องรอยการแปะทับสติกเกอร์บนแผ่น QR เช่น ขอบสติกเกอร์ซ้อน รอยนูน หรือ QR ที่ดูใหม่ผิดปกติบนป้ายเก่า
  • ฝั่งร้านค้า: หมั่นเอาแอปตัวเองสแกน QR หน้าร้านเช็คเป็นระยะว่าชื่อบัญชีปลายทางยังเป็นของร้านจริง
  • ติดตั้ง QR ในจุดที่พนักงานมองเห็น และเลือกใช้แอปร้านค้าที่แจ้งเตือนเงินเข้าทันที จะได้รู้ตัวเร็วเมื่อยอดไม่เข้า

ย้ำว่าไม่มีวิธีไหนกันโจรได้เด็ดขาดถาวร แต่การเช็คชื่อบัญชีก่อนโอนกับการหมั่นตรวจ QR ของร้านตัวเอง เป็นสองด่านที่ช่วยตัดโอกาสความเสียหายได้มากที่สุดโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลย

QR พร้อมเพย์ รับเงินจากต่างประเทศได้ไหม วงเงินสูงสุดเท่าไหร่

รับได้ในประเทศที่เชื่อมระบบกันแล้ว เพราะ PromptPay มีระบบ Cross-Border QR Payment ที่เชื่อมกับต่างประเทศ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสแกนจ่ายผ่านแอปธนาคารของประเทศตัวเองได้เลย โดยไม่ต้องมีเงินสดไทยหรือบัญชีธนาคารไทย เป็นฟีเจอร์หนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่ ธปท. และ ITMX ดูแลร่วมกับธนาคารกลางประเทศอื่นในอาเซียน ร้านค้าย่านนักท่องเที่ยวจึงรับเงินจากลูกค้าต่างชาติผ่าน QR PromptPay ใบเดิมได้โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

ส่วนเรื่องวงเงิน ตัวเลขขั้นบันไดของ ธปท. (ไม่เกิน 5,000 / 5,001-30,000 / 30,001-100,000 / เกิน 100,000 บาท) เป็นโครงสร้างค่าธรรมเนียมต่อรายการ ไม่ใช่เพดานโอน ส่วนเพดานวงเงินโอนสูงสุดต่อวันจริงๆ ขึ้นอยู่กับที่แต่ละธนาคารกำหนดเอง ไม่ได้กำหนดตายตัวจากส่วนกลาง ใครโอนหรือรับยอดใหญ่บ่อยควรเข้าไปเช็ควงเงินในแอปธนาคารตัวเองก่อน

QR พร้อมเพย์หมดอายุไหม ใช้ซ้ำได้นานแค่ไหน

QR แบบ Static ที่ไม่ระบุจำนวนเงินตายตัว ไม่มีวันหมดอายุ สแกนซ้ำได้เรื่อยๆ ตราบใดที่บัญชีปลายทางยังผูกพร้อมเพย์อยู่ สอดคล้องกับที่ธนาคารกรุงเทพระบุไว้ว่าบันทึกภาพ QR รับเงินเก็บไว้ใช้ได้ตลอด ปริ้นครั้งเดียวตั้งหน้าร้านได้ยาวๆ ไม่ต้องสร้างใหม่ทุกเดือน

พิมพ์ QR แจกไปแล้ว เปลี่ยนบัญชีปลายทางได้หรือเปล่า

เปลี่ยนในตัว QR เดิมไม่ได้ เพราะ QR ผูกกับตัวระบุ (เบอร์โทรหรือเลขบัตรประชาชน) ที่ลงทะเบียนไว้กับบัญชีเดียว ถ้าอยากให้เงินเข้าบัญชีใหม่ ต้องไปยกเลิกการผูกตัวระบุเดิมกับธนาคาร แล้วลงทะเบียนผูกตัวระบุนั้นกับบัญชีใหม่แทน ซึ่งพอย้ายเสร็จ QR ใบเดิมที่พิมพ์แจกไปแล้วก็จะพาเงินเข้าบัญชีใหม่ให้เองโดยไม่ต้องพิมพ์ QR ใหม่

คำถามที่พบบ่อย

สร้าง QR พร้อมเพย์ ต้องเสียค่าธรรมเนียมไหม

ไม่เสีย ธนาคารไม่คิดค่าธรรมเนียมลงทะเบียนหรือค่าสมัครบริการพร้อมเพย์ ส่วนค่าธรรมเนียมโอนตามเกณฑ์ ธปท. ยอดไม่เกิน 5,000 บาทฟรี, 5,001-30,000 บาทไม่เกิน 2 บาท, 30,001-100,000 บาทไม่เกิน 5 บาท และเกิน 100,000 บาทไม่เกิน 10 บาท

QR พร้อมเพย์แบบไม่ระบุยอดเงิน ใช้ซ้ำได้ตลอดไหม

ใช้ได้ตลอด QR แบบ Static ไม่มีวันหมดอายุ สแกนซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตราบใดที่บัญชีปลายทางยังผูกพร้อมเพย์อยู่ เช่นเดียวกับที่ธนาคารกรุงเทพระบุว่าบันทึกภาพ QR รับเงินไว้ใช้ได้ตลอด

เบอร์โทรหนึ่งเบอร์ ผูกพร้อมเพย์ได้กี่บัญชี

ผูกได้ 1 บัญชีเท่านั้น ตามหลักการของระบบ 1 ตัวระบุ (เบอร์โทรหรือเลขบัตรประชาชน) ผูกได้กับ 1 บัญชี แต่คนละตัวระบุสามารถผูกกับต่างบัญชีกันได้ เช่น เบอร์โทรผูกบัญชีหนึ่ง เลขบัตรประชาชนผูกอีกบัญชีหนึ่ง

จะรู้ได้ยังไงว่า QR หน้าร้านโดนมิจฉาชีพสลับ

ให้ตรวจสอบชื่อบัญชีปลายทางที่ขึ้นบนหน้าจอก่อนกดยืนยันโอนทุกครั้งว่าตรงกับชื่อร้านหรือเจ้าของร้านจริงหรือไม่ และสังเกตร่องรอยการแปะทับสติกเกอร์บนแผ่น QR ตามคำแนะนำของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม

QR พร้อมเพย์รับเงินจากลูกค้าต่างชาติได้ไหม

ได้ในประเทศที่เชื่อมระบบแล้ว PromptPay มีบริการ Cross-Border QR Payment ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสแกนจ่ายผ่านแอปธนาคารของประเทศตัวเองได้ โดยไม่ต้องมีเงินสดไทยหรือบัญชีธนาคารไทย

พร้อมเพย์โอนได้สูงสุดวันละเท่าไหร่

เพดานวงเงินโอนสูงสุดต่อวันขึ้นอยู่กับที่แต่ละธนาคารกำหนดเอง ไม่ได้กำหนดตายตัวจากส่วนกลาง ส่วนโครงสร้างค่าธรรมเนียมของ ธปท. แบ่งขั้นตามยอดโอนต่อรายการ สามารถเช็คหรือปรับวงเงินได้ในแอปธนาคารที่ใช้