การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จำเป็นหรือไม่ อายุเท่าไรควรฉีด และสามารถป้องกันโรคระบาดชนิดไหนได้บ้าง

 

 

ฤดูฝนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเป็นช่วงที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เราอาจได้พบเจอการระบาดของโรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) อยู่เป็นประจำเลยนะคะ เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงฤดูฝน ไปจนถึงฤดูหนาวนั้น จะทำให้เชื้อไวรัสนั้นเติบโตได้ไว และแพร่ระบาดได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ

 

ความสำคัญของวัคซีนไข้หวัดใหญ่

 

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นอีกโรคหนึ่งที่อันตรายไม่แพ้กับโรคโควิด-19 เลยนะคะ เป็นอีกหนึ่งโรคระบาดที่สามารถติดต่อได้ในทุกช่วงกลุ่มอายุ และสามารถแพร่กระจายได้ดีในประเทศไทย แถมยังมีโอกาสที่เชื้อไวรัสนี้สามารถพัฒนาตนเองต่อไปเรื่อยๆอีกด้วยค่ะ

ดังนั้นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จึงสามารถช่วยลดอาการเจ็บป่วย ผ่อนหนักให้เป็นเบา ลดการแพร่ระบาด และลดโอกาสกลายพันธุ์ของเชื้อได้ค่ะ โดยวัคซีนจะไปสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มีการป้องกันเชื้อของไข้หวัดใหญ่

 

โดยวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ดังนี้ค่ะ

• ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H1N1) ตระกูล Victoria
• ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H3N2) ตระกูล Darwin
• ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B Victoria lineage ตระกูล Austria
• ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B Yamagata lineage ตระกูล Phuket

ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ทุก ๆ 1 ปีนะคะ ควรจะฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก เพราะว่าไวรัสจากไข้หวัดใหญ่นั้น จะมีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาสายพันธุ์ตลอดเวลานั่นเองค่ะ

 

การรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่

– เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 8 ขวบ ควรที่จะฉีด 2 เข็มในปีแรก จะมีการเว้นระยะห่างครั้งละ 1 เดือน แล้วหลังจากนั้นจะสามารถฉีดปีละหนึ่งครั้งได้

– บุคคลทั่วไปสามารถรับวัคซีนได้ 1 เข็ม เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในทุกปี (หากมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 มาก่อน จำเป็นต้องเว้นระยะการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นอย่างน้อย 1 เดือน)

– เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 8 ปี, บุคคลที่มีโรคประจำตัว, สตรีตั้งครรภ์ และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

 

 

เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่นั้น จึงจำเป็นไม่ต่างกันกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เลยนะคะ และควรเข้ารับบริการวัคซีนทุกปี เพื่อทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อโรค และเพื่อป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่ และการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

หลังจากฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้ว อาจจะมีอาการข้างเคียง เช่น ปวดเมื่อยตามตัว ตามข้อ อาการไข้ หนาวสั่น ปวดบวมแดง และจะหายเองภายใน 1-3 วัน ตามกำหนด หากมีอาการอื่น ๆ เช่น ผื่นแดง ตัวซีด หัวใจเต้นแรง เวียนศีรษะ หรือใช้ระยะเวลารักษาตัวนานให้รีบพบแพทย์โดยทันทีค่ะ