ภาพกราฟิกประกอบบทความเช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มือถือแสดงหน้าจอแอปพร้อมเครื่องหมายถูก และข้อความวันเริ่มใช้สิทธิ์กับเส้นตายยืนยันตัวตน

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้แล้ววันนี้ (30 ก.ย. 2569) หลังกระทรวงการคลังประกาศผลรอบทบทวนสิทธิ์และอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 โดยตรวจสอบได้ 4 ช่องทาง คือ เว็บไซต์ welfare.mof.go.th, แอปเป๋าตัง, แอปทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียนของ 5 ธนาคาร ผู้ผ่านสิทธิ์เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 แต่ถ้าเป็นผู้ได้สิทธิ์รายใหม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้ทันเส้นตายด้วย ส่วนคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ยังมีโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นทางเลือก

บทความนี้สรุปทุกอย่างที่ต้องรู้ไว้ในที่เดียว ตั้งแต่วิธีเช็คสิทธิ์ทีละขั้น เกณฑ์ทั่วไปที่มักทำให้ไม่ผ่าน สิ่งที่ต้องทำต่อหลังรู้ผล ไปจนถึงวันที่สำคัญที่ห้ามพลาด (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569)

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รอบอุทธรณ์วันนี้ (30 ก.ย. 69) เกิดอะไรขึ้น

วันที่ 30 กันยายน 2569 กระทรวงการคลังประกาศผลการทบทวนสิทธิ์และอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แล้ว ใครที่เคยยื่นทบทวนสิทธิ์หรือรอผลอยู่ สามารถเข้าไปเช็คสถานะของตัวเองได้ทันที ส่วนผู้ที่ผ่านการพิจารณาจะเริ่มใช้สิทธิ์และรับวงเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

สำหรับหลายครอบครัว บัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือตัวช่วยสำคัญเรื่องค่าครองชีพรายเดือน ทั้งค่าของกินของใช้ ค่าเดินทาง ค่าแก๊สหุงต้ม ไปจนถึงค่าน้ำค่าไฟ การรู้ผลให้เร็วจึงช่วยให้วางแผนได้ทัน โดยเฉพาะผู้ได้สิทธิ์รายใหม่ที่ยังมีขั้นตอนยืนยันตัวตนรออยู่ ถ้าอยากย้อนดูภาพรวมของโครงการปีนี้ รวมถึงการคืนสิทธิ์ให้กลุ่มต่าง ๆ อ่านเพิ่มได้ที่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 คืนสิทธิ 4 กลุ่มใหม่

ต้องบอกไว้ตรงนี้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขทางการที่ยืนยันได้ว่ามีผู้ยื่นอุทธรณ์กี่คน หรือผ่าน/ไม่ผ่านกี่คน หากเห็นตัวเลขแชร์กันในโซเชียล ควรรอดูประกาศจากกระทรวงการคลังโดยตรง ทางที่ดีที่สุดคือเช็คสถานะของตัวเองผ่านช่องทางทางการด้านล่างนี้

วิธีเช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำยังไงบ้าง

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ 4 ช่องทาง ใช้แค่เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักก็รู้ผลได้เลย ช่องทางที่สะดวกที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่คือเว็บไซต์ welfare.mof.go.th และแอปเป๋าตัง ส่วนใครไม่ถนัดใช้มือถือ ไปสอบถามที่ธนาคารได้เช่นกัน

  1. เว็บไซต์ welfare.mof.go.th กรอกเลขบัตรประชาชนเพื่อตรวจสอบสถานะ
  2. แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  3. แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
  4. หน่วยรับลงทะเบียนของ 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธนาคารกรุงไทย, ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

เช็คผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th

ช่องทางนี้เป็นเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังโดยตรง ใช้ได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. เปิดเบราว์เซอร์ แล้วพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ welfare.mof.go.th ให้ถูกต้องทุกตัวอักษร
  2. เลือกเมนูตรวจสอบสถานะ แล้วกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก
  3. กรอกข้อมูลที่ระบบขอเพิ่มเติมให้ครบ จากนั้นกดยืนยัน
  4. ระบบจะแสดงผลว่าผ่านหรือไม่ผ่านการพิจารณา

ข้อควรระวังคือ พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ด้วยตัวเองทุกครั้ง อย่ากดลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS หรือแชตจากคนแปลกหน้า เพราะมิจฉาชีพชอบทำเว็บปลอมหน้าตาคล้ายของจริงเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว ช่วงที่ประกาศผลแบบนี้คนเข้าเว็บพร้อมกันเยอะ ถ้าเว็บช้าให้ลองใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาที่คนน้อยลง

เช็คผ่านแอปเป๋าตัง และแอปทางรัฐ

ถ้ามีแอป เป๋าตัง อยู่แล้ว การเช็คสิทธิ์ผ่านแอปจะสะดวกมาก เพราะนอกจากดูสถานะได้แล้ว ยังเป็นช่องทางที่ใช้ดูวงเงินคงเหลือในแต่ละเดือนด้วย แค่เข้าสู่ระบบแล้วมองหาเมนูเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะเห็นข้อมูลของตัวเอง

ส่วนแอป ทางรัฐ เป็นแอปรวมบริการภาครัฐ เหมาะกับคนที่ใช้แอปนี้ติดต่อราชการเรื่องอื่นอยู่แล้ว เข้าไปที่บริการด้านสวัสดิการ แล้วตรวจสอบสถานะได้เหมือนกัน ไม่ว่าเลือกแอปไหน ควรดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play อย่างเป็นทางการเท่านั้น

สำหรับผู้สูงอายุหรือคนที่ไม่สะดวกใช้สมาร์ตโฟน สามารถไปที่หน่วยรับลงทะเบียนของ 5 ธนาคารข้างต้น แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการตรวจสอบสิทธิ์ อย่าลืมพกบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วย

ไม่ผ่านเกณฑ์เพราะอะไร เกณฑ์ทั่วไปที่ควรรู้

คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนใหญ่มักติดเกณฑ์คุณสมบัติเรื่องทรัพย์สิน หนี้สิน หรือรายได้ เช่น มีรถยนต์ มีวงเงินสินเชื่อบ้านหรือรถเกินเกณฑ์ หรือมีรายได้ต่อปีเกินที่กำหนด ทั้งนี้เป็นเกณฑ์ทั่วไปของโครงการ ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่ไม่ผ่านจะติดเหตุผลเดียวกัน

ตารางนี้สรุปเกณฑ์ทั่วไปที่มักทำให้ไม่ผ่านการพิจารณา เพื่อให้พอเดาได้ว่าตัวเองอาจติดตรงไหน

เกณฑ์ที่มักทำให้ไม่ผ่าน อธิบายแบบเข้าใจง่าย
มีกรรมสิทธิ์รถยนต์ มีชื่อเป็นเจ้าของรถยนต์ตามทะเบียน
วงเงินสินเชื่อบ้าน/รถยนต์เกินเกณฑ์ มีสินเชื่อบ้านหรือรถยนต์ที่วงเงินสูงกว่าที่โครงการกำหนด
รายได้ส่วนบุคคลเกินเกณฑ์ รายได้ต่อปีสูงกว่าเพดานที่โครงการกำหนด
อสังหาริมทรัพย์เกินเกณฑ์ มีที่ดินหรือบ้านเกินกว่าที่เกณฑ์อนุญาต

ถ้าผลออกมาว่าไม่ผ่าน ลองไล่เช็คข้อมูลของตัวเองเทียบกับเกณฑ์เหล่านี้ก่อน บางครั้งข้อมูลในระบบอาจไม่ตรงกับสถานะปัจจุบัน เช่น ขายรถไปแล้วแต่ยังไม่ได้โอนชื่อ ควรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากหน่วยงานหรือธนาคารที่รับลงทะเบียน

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือข่าวลือเรื่องวงเงินที่แชร์กันบ่อย ๆ ถ้าเจอข้อความอ้างว่าจะได้เงินก้อนใหญ่แปลก ๆ ให้ตรวจสอบก่อนเชื่อ อ่านตัวอย่างการเช็คข่าวลือได้ที่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เงิน 10000 จริงไหม

ผ่านสิทธิ์แล้วต้องทำอะไรต่อ ยืนยันตัวตน (e-KYC) ก่อนเส้นตาย

ถ้าผ่านสิทธิ์แล้วและเป็นผู้ได้รับสิทธิ์รายใหม่ ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้ทันกำหนด ส่วนผู้ถือบัตรฯ รายเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ ใครยืนยันไม่ทัน เสี่ยงไม่ได้รับสิทธิ์ทันช่วงที่เปิดใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569

e-KYC คือการยืนยันว่าคนที่ถือสิทธิ์เป็นเจ้าของตัวจริง เพื่อกันการสวมสิทธิ์ ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพราะเป็นด่านสุดท้ายก่อนเริ่มใช้วงเงินได้จริง อย่ารอจนใกล้วันสุดท้าย เพราะช่วงท้ายมักมีคนไปพร้อมกันเยอะ

ยืนยันตัวตนผ่านช่องทางไหนได้บ้าง

ช่องทางยืนยันตัวตนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม และมีเส้นตายต่างกัน

  • ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ยืนยันได้ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569
  • ธนาคารกรุงไทย และแอปเป๋าตัง ยืนยันได้ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570

แม้ช่องทางกรุงไทยและเป๋าตังจะมีเวลานานกว่า แต่แนะนำให้ทำเร็วที่สุด เพื่อให้ได้ใช้สิทธิ์ต่อเนื่องไม่สะดุด

วันที่ เรื่องสำคัญ
30 ก.ย. 2569 กระทรวงการคลังประกาศผลทบทวนสิทธิ์/อุทธรณ์
1 ต.ค. 2569 เริ่มใช้สิทธิ์/รับวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
1–15 ต.ค. 2569 ช่วงกดยืนยันรับสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสในแอปเป๋าตัง
14 ต.ค. 2569 เส้นตาย e-KYC ผ่านออมสิน/ธ.ก.ส./ธอส./ธนาคารอิสลาม
12 ม.ค. 2570 เส้นตาย e-KYC ผ่านกรุงไทยและแอปเป๋าตัง

วงเงินที่ได้รับต่อเดือน

เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อย ผู้ถือบัตรจะได้รับสิทธิ์ตามรายการด้านล่าง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569)

  • ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาท/เดือน
  • ส่วนลดค่าเดินทาง (รถโดยสาร/รถไฟ/เรือ) 750 บาท/เดือน
  • ก๊าซหุงต้ม 80 บาท ต่อ 3 เดือน
  • ค่าไฟฟ้า สูงสุด 315 บาท/เดือน (ตามเงื่อนไขครัวเรือน)
  • ค่าน้ำประปา สูงสุด 100 บาท/เดือน (ตามเงื่อนไขครัวเรือน)

หมายเหตุ วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่รายงานคือ 300 บาท/เดือน ขณะที่บางสื่อรายงานเป็น 1,000 บาท/เดือน ซึ่งยังมีรายงานขัดแย้งกันอยู่ ควรตรวจสอบยอดจริงในแอปเป๋าตังของตนเอง ก่อนวางแผนใช้จ่าย

ไม่ผ่านเกณฑ์ยังมีทางไหนอีก ไทยช่วยไทยพลัส

คนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังเข้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แทนได้ รับวงเงิน 1,000 บาท/คน ใช้ได้ 2 เดือน คือ ต.ค.–พ.ย. 2569 จำกัดใช้ไม่เกิน 200 บาท/วัน โดยทุกคนที่ต้องการรับสิทธิ์ต้องกดยืนยันผ่านแอปเป๋าตัง ช่วง 1–15 ต.ค. 2569 ตั้งแต่ 06:00 น. เป็นต้นไป

วงเงินนี้ใช้ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และจ่ายค่ารถโดยสารสาธารณะได้ แต่ซื้อสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรของขวัญ และบัตรเงินสดไม่ได้ ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ยืนยันว่าโครงการเริ่ม 1 ต.ค. 2569 ใช้จ่ายต่อเนื่องไม่สะดุด ดูวิธีใช้แอปและขั้นตอนลงทะเบียนแบบละเอียดได้ที่ เป๋าตังคืออะไร + ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เช็คสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ที่ไหน

เช็คได้ 4 ช่องทาง คือ เว็บไซต์ welfare.mof.go.th, แอปเป๋าตัง, แอปทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียนของ 5 ธนาคาร (ออมสิน, ธ.ก.ส., กรุงไทย, ธอส., ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ใช้เลขบัตรประชาชนในการตรวจสอบ

ผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ออกเมื่อไหร่

กระทรวงการคลังประกาศผลรอบทบทวนสิทธิ์และอุทธรณ์แล้วเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ผู้ที่ผ่านเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขทางการที่ยืนยันได้เรื่องจำนวนผู้ผ่านหรือไม่ผ่าน

ผู้ถือบัตรรายเดิมต้องยืนยันตัวตนใหม่ไหม

ไม่ต้อง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ เฉพาะผู้ได้รับสิทธิ์รายใหม่เท่านั้นที่ต้องทำ e-KYC ให้ทันกำหนด

ยืนยันตัวตน e-KYC ได้ถึงวันไหน

ถ้ายืนยันผ่านธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. หรือธนาคารอิสลาม ทำได้ถึง 14 ต.ค. 2569 ส่วนผ่านธนาคารกรุงไทยและแอปเป๋าตัง ทำได้ถึง 12 ม.ค. 2570 แนะนำให้ทำเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์

ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำอะไรได้บ้าง

ตรวจสอบก่อนว่าติดเกณฑ์ทั่วไปข้อไหน เช่น รถยนต์ สินเชื่อ รายได้ หรืออสังหาริมทรัพย์ จากนั้นพิจารณาเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งให้วงเงิน 1,000 บาท/คน ใช้ได้ ต.ค.–พ.ย. 2569 โดยต้องกดยืนยันรับสิทธิ์ในแอปเป๋าตังช่วง 1–15 ต.ค. 2569