ภาพปกบทความเป๋าตัง แสดงมือถือแอปเป๋าตังและถุงเงิน พร้อมข้อความไทยช่วยไทยพลัส 60/40

เป๋าตัง คือแอปพลิเคชันการเงินของธนาคารกรุงไทย ที่รัฐบาลใช้เป็นช่องทางหลักในการแจกจ่ายสิทธิและเงินสนับสนุนจากโครงการต่าง ๆ ภายในแอปมีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ชื่อ G-Wallet เอาไว้รับสิทธิจากภาครัฐ ซื้อสลากดิจิทัล และจ่ายเงินร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ล่าสุดเป๋าตังถูกใช้เป็นช่องทางลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ซึ่งเปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนเพิ่มเติมระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569 และใช้สิทธิได้ถึง 30 พฤศจิกายน 2569

อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 24 กันยายน 2569 — ตัวเลขและเงื่อนไขของโครงการเป็นนโยบายที่ปรับเปลี่ยนได้ ควรยึดประกาศทางการล่าสุดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

เป๋าตังคืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง

เป๋าตัง (Paotang) คือแอปพลิเคชันการเงินที่พัฒนาโดยธนาคารกรุงไทย และถูกรัฐบาลไทยเลือกใช้เป็นช่องทางหลักในการส่งสิทธิ เงินสนับสนุน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจถึงมือประชาชนโดยตรง พูดง่าย ๆ คือเป็น “กระเป๋าเงินของรัฐ” ที่อยู่ในมือถือ ไม่ต้องถือบัตร ไม่ต้องไปต่อคิวที่สาขา

ฟังก์ชันหลักที่คนไทยใช้จริงบนแอปเป๋าตัง มีดังนี้

  • รับสิทธิจากโครงการภาครัฐ ผ่านกระเป๋าเงิน G-Wallet เช่น ไทยช่วยไทยพลัส และโครงการคนละครึ่งในอดีต
  • ซื้อสลากดิจิทัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผ่านจุดจำหน่าย GLO Official Sellers ราคาใบละ 80 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ย. 2569) โดยตัดเงินจาก G-Wallet
  • จ่ายเงินให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการรัฐ ซึ่งฝั่งร้านค้าจะรับเงินผ่านแอป ถุงเงิน
  • ตรวจสอบยอดเงินและประวัติการใช้สิทธิของตัวเองในโครงการที่เข้าร่วม

เป๋าตังกับ G-Wallet ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนว่าสองคำนี้คือสิ่งเดียวกันหรือไม่ คำตอบสั้น ๆ คือ เป๋าตังคือตัวแอป ส่วน G-Wallet คือกระเป๋าเงินที่อยู่ข้างในแอป เวลาข่าวบอกว่า “เงินเข้าเป๋าตัง” ความหมายจริง ๆ คือเงินหรือสิทธิเข้าไปอยู่ใน G-Wallet ของเราแล้ว

ดังนั้นการติดตั้งแอปเป๋าตังอย่างเดียวจึงยังไม่พอ ควรเข้าไปเปิดใช้งาน G-Wallet และผ่านการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่แอปกำหนดให้เรียบร้อยก่อน เพราะสิทธิจากโครงการรัฐจะเข้ามาที่กระเป๋านี้

ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 คืออะไร รัฐช่วยเท่าไหร่

ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) คือมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพเพิ่มเติม สำหรับประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยรัฐจะร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการในสัดส่วน 60% ส่วนประชาชนจ่ายเองอีก 40% ใช้งานผ่านแอปเป๋าตังฝั่งประชาชน และแอปถุงเงินฝั่งร้านค้า ข้อมูลนี้ประกาศเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 โดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ตัวเลขสำคัญที่ต้องจำ ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ย. 2569 คือรัฐช่วยได้ สูงสุด 200 บาทต่อคนต่อวัน และมีเพดานรวมตลอดโครงการ ไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน หมายความว่าถ้าใช้เต็มเพดานวันละ 200 บาท สิทธิจะหมดภายในประมาณ 5 วัน ใครอยากกระจายใช้หลายวันก็ทยอยใช้ทีละน้อยได้ตามสะดวก

หมายเหตุเรื่องถ้อยคำ: แหล่งข่าวระบุสัดส่วน 60/40 ไว้ต่างกันเล็กน้อย บางแหล่งเขียนว่ารัฐจ่าย 60% ของยอดใช้จ่าย บางแหล่งเขียนว่า 60% ของส่วนที่เหลือ จุดนี้ควรยึดตามประกาศทางการและเงื่อนไขที่แสดงในแอปเป๋าตังตอนใช้สิทธิจริงเป็นหลัก

เงื่อนไขการใช้สิทธิและกลุ่มเป้าหมาย

สิทธินี้ไม่ได้ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา เงื่อนไขหลักตามประกาศคือใช้จ่ายได้กับอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ในช่วงเวลา 06.00-23.00 น. หรือสั่งผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ที่ร่วมรายการ

ไทม์ไลน์สำคัญของโครงการ ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ย. 2569 มีดังนี้

  1. ประกาศข้อมูลโครงการ: 23 กันยายน 2569
  2. ช่วงลงทะเบียนเพิ่มเติม: 1-15 ตุลาคม 2569
  3. ช่วงใช้สิทธิ: 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569 รวม 2 เดือน

สังเกตว่าช่วงใช้สิทธิเริ่มพร้อมกับวันเปิดลงทะเบียน ใครลงทะเบียนช้าไปใกล้วันที่ 15 ตุลาคม ก็จะเหลือเวลาใช้สิทธิสั้นลงตามไปด้วย แม้เพดานเงินจะเท่ากันก็ตาม จึงควรรีบลงทะเบียนตั้งแต่วันแรก ๆ ถ้ามีคุณสมบัติครบ

ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้ไหม

ประกาศระบุกลุ่มเป้าหมายของการลงทะเบียนรอบเพิ่มเติมนี้ชัดเจนว่าคือผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยตรง ซึ่งเป็นความต่างสำคัญจากมาตรการอื่นที่มักผูกกับบัตรสวัสดิการฯ อย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ประกาศฉบับนี้ระบุรายละเอียดเท่าที่กล่าวมา ยังไม่ได้ลงลึกถึงเกณฑ์รายได้หรือเอกสารประกอบรายบุคคล ดังนั้นก่อนลงทะเบียนควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดในแอปเป๋าตังหรือประกาศทางการอีกครั้ง หากใครยังไม่แน่ใจสถานะบัตรของตัวเอง อ่านเพิ่มได้ที่บทความ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 คืนสิทธิ 4 กลุ่มใหม่ เช็คสิทธิที่นี่

ขั้นตอนลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง

ประกาศฉบับนี้ยังไม่ได้ระบุขั้นตอนลงทะเบียนโดยละเอียด ด้านล่างเป็นแนวทางทั่วไปของการใช้แอปเป๋าตัง ให้ยึดขั้นตอนที่แสดงในแอปจริงเป็นหลัก

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปเป๋าตังจาก App Store หรือ Google Play ด้วยเบอร์มือถือที่ใช้งานจริงของตัวเอง
  2. สมัครและยืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่แอปกำหนด แล้วเปิดใช้งานกระเป๋าเงิน G-Wallet ให้เรียบร้อย
  3. เข้าเมนูโครงการของรัฐในแอป แล้วมองหารายการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในช่วงวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
  4. กดลงทะเบียน อ่านเงื่อนไขให้ครบ แล้วยืนยันข้อมูลตามที่ระบบร้องขอ
  5. เมื่อได้สิทธิแล้ว ใช้จ่ายกับร้านค้าที่มีแอปถุงเงินในเวลา 06.00-23.00 น. โดยรัฐจะช่วยจ่ายตามสัดส่วน 60/40

ข้อควรระวังคือ อย่าลงทะเบียนผ่านลิงก์แปลกที่ส่งมาทาง SMS หรือ LINE เพราะช่วงเปิดโครงการรัฐทุกครั้งมักมีมิจฉาชีพทำหน้าเว็บเลียนแบบเพื่อขโมยข้อมูล ให้เข้าผ่านแอปเป๋าตังที่ติดตั้งเองเท่านั้น

เป๋าตัง กับ ถุงเงิน ต่างกันอย่างไร ใช้แอปไหนรับสิทธิ

สองแอปนี้ถูกพูดถึงพร้อมกันบ่อยจนหลายคนสับสน สรุปสั้น ๆ คือ ประชาชนใช้เป๋าตัง ส่วนร้านค้าใช้ถุงเงิน สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ประกาศระบุชัดว่าใช้เป๋าตังฝั่งประชาชนและถุงเงินฝั่งร้านค้า

หัวข้อ เป๋าตัง ถุงเงิน
ใครใช้ ประชาชนทั่วไป ร้านค้า/ผู้ขาย
ใช้ทำอะไร รับสิทธิรัฐผ่าน G-Wallet, ซื้อสลากดิจิทัล, จ่ายร้านค้าโครงการ รับชำระผ่าน G-Wallet, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ QR PromptPay
เกี่ยวกับไทยช่วยไทยพลัสอย่างไร ช่องทางลงทะเบียนและใช้สิทธิของประชาชน ช่องทางรับเงินของร้านค้าที่เข้าร่วม
ผูกกับ G-Wallet หรือไม่ ใช่ G-Wallet อยู่ในแอปนี้ รับเงินจาก G-Wallet ของลูกค้า

ถ้าใครกำลังจะตรวจสอบสถานะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐควบคู่กันไปด้วย อ่านวิธีใช้แอปทางรัฐได้ที่ แอปทางรัฐ เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทบทวนสิทธิก่อน 31 ส.ค.

สิทธิเดิมบัตรสวัสดิการฯ เทียบกับสิทธิใหม่ไทยช่วยไทยพลัส

ความสับสนที่เจอบ่อยที่สุดคือ “ถ้าไม่มีบัตรสวัสดิการฯ แปลว่าไม่ได้อะไรเลยใช่ไหม” คำตอบคือไม่ใช่ เพราะรอบลงทะเบียนเพิ่มเติมนี้ออกแบบมาเพื่อกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรโดยเฉพาะ ตารางด้านล่างเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ย. 2569

หัวข้อเปรียบเทียบ สิทธิเดิม (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) สิทธิใหม่ (ไทยช่วยไทยพลัส 60/40)
กลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่ผ่านเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ช่องทางลงทะเบียน ไม่ได้ระบุในประกาศฉบับนี้ แอปเป๋าตัง ช่วง 1-15 ตุลาคม 2569
รูปแบบเงินช่วยเหลือ ไม่ได้ระบุในประกาศฉบับนี้ รัฐร่วมจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%
วงเงินสูงสุด ไม่ได้ระบุในประกาศฉบับนี้ 200 บาท/คน/วัน เพดานรวมไม่เกิน 1,000 บาท/คน
ระยะเวลาใช้สิทธิ ไม่ได้ระบุในประกาศฉบับนี้ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569
ช่องทางใช้จ่าย ร้านค้าที่รับบัตรสวัสดิการฯ ผ่านแอปถุงเงิน ร้านค้าที่เข้าร่วม เวลา 06.00-23.00 น. หรือเดลิเวอรี่

สำหรับคนที่ได้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสอยู่แล้วและยังใช้ไม่หมด มีคำถามตามมาเรื่องเงินคงเหลือและการถอนเงิน อ่านต่อได้ที่ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ใช้ไม่หมด เงินทบเดือนหน้าไหม พร้อมเช็กวิธีถอนเงินเข้าพร้อมเพย์

เช็คสิทธิและแก้ปัญหาเข้าแอปเป๋าตังไม่ได้

วิธีเช็คสิทธิที่ตรงที่สุดคือเปิดแอปเป๋าตัง เข้าไปที่เมนูโครงการของรัฐ แล้วดูสถานะโครงการที่เราลงทะเบียนไว้ ระบบจะแสดงว่าได้สิทธิหรือไม่ และเหลือวงเงินเท่าไร ไม่ต้องพึ่งเว็บภายนอกที่อ้างว่าเช็คสิทธิให้ได้

ส่วนปัญหาเข้าแอปไม่ได้ เปลี่ยนเครื่องแล้วล็อกอินไม่ผ่าน หรือสงสัยว่าบัญชีเดียวใช้ได้กี่เครื่อง เรื่องเหล่านี้เป็นเงื่อนไขทางเทคนิคของตัวแอปที่ผู้พัฒนาปรับได้ตลอดเวลา และไม่ได้อยู่ในประกาศโครงการ จึงควรตรวจสอบกับธนาคารกรุงไทยผู้พัฒนาแอปหรือศูนย์บริการทางการโดยตรง แทนการเชื่อข้อมูลต่อ ๆ กันมา แนวทางเบื้องต้นที่ช่วยได้คืออัปเดตแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุด ตรวจสอบสัญญาณอินเทอร์เน็ต และหลีกเลี่ยงการใช้งานช่วงที่คนแห่เข้าพร้อมกันในวันเปิดลงทะเบียน

อีกเรื่องที่ควรเตรียมไว้คือช่องทางรับเงินสำรองอย่างพร้อมเพย์ การมี QR พร้อมเพย์ไว้รับเงินเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรเตรียมไว้เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเป๋าตังและไทยช่วยไทยพลัส (FAQ)

เป๋าตังคืออะไร ต่างจากถุงเงินอย่างไร

เป๋าตังคือแอปการเงินของธนาคารกรุงไทยที่รัฐใช้เป็นช่องทางหลักในการส่งสิทธิและเงินสนับสนุนถึงประชาชน ภายในมีกระเป๋าเงิน G-Wallet สำหรับรับสิทธิจากภาครัฐ ส่วนถุงเงินคือแอปฝั่งร้านค้าที่รับชำระผ่าน G-Wallet บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ QR PromptPay สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ประกาศระบุให้ใช้เป๋าตังฝั่งประชาชนและถุงเงินฝั่งร้านค้า

ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 รัฐช่วยจ่ายเท่าไหร่

รัฐร่วมจ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนจ่ายเองอีก 40% โดยรัฐช่วยได้สูงสุด 200 บาทต่อคนต่อวัน และมีเพดานรวมตลอดโครงการไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ย. 2569 ทั้งนี้ถ้อยคำเรื่องฐานการคำนวณ 60% ในแต่ละแหล่งข่าวต่างกันเล็กน้อย ควรยึดเงื่อนไขที่แสดงในแอปตอนใช้สิทธิจริง

ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังลงทะเบียนรับสิทธิได้ไหม

ประกาศระบุกลุ่มเป้าหมายว่าเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตังในช่วงวันที่กำหนด ส่วนเกณฑ์รายบุคคลยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดเพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดในแอปอีกครั้งก่อนลงทะเบียน

ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้ถึงวันไหน ใช้สิทธิถึงเมื่อไร

ช่วงลงทะเบียนเพิ่มเติมคือวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569 และใช้สิทธิได้ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 รวม 2 เดือน ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ย. 2569 ใครลงทะเบียนช้าจะเหลือเวลาใช้สิทธิสั้นลง จึงควรรีบดำเนินการตั้งแต่วันแรก ๆ

ใช้สิทธิได้กี่โมง ซื้ออะไรได้บ้าง

ใช้จ่ายได้กับอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ในช่วงเวลา 06.00-23.00 น. หรือสั่งผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ที่ร่วมรายการ ร้านค้าฝั่งผู้ขายจะรับชำระผ่านแอปถุงเงิน

เป๋าตังเข้าได้กี่เครื่อง เข้าไม่ได้ต้องทำอย่างไร

จำนวนอุปกรณ์ที่ใช้งานพร้อมกันได้เป็นเงื่อนไขทางเทคนิคของแอปที่ปรับเปลี่ยนได้ และไม่ได้ระบุไว้ในประกาศโครงการ จึงควรสอบถามธนาคารกรุงไทยผู้พัฒนาแอปโดยตรง เบื้องต้นถ้าเข้าไม่ได้ให้อัปเดตแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุด ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต และเลี่ยงช่วงเวลาที่คนใช้งานหนาแน่น