ภาพกราฟิกประกอบบทความบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แสดงบัตรสวัสดิการแบบ 3 มิติคู่กับมือถือที่เปิดแอปกระเป๋าเงินและเหรียญบาท พร้อมข้อความสรุปการคืนสิทธิ 4 กลุ่มใหม่

อัปเดตล่าสุดของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มีความเคลื่อนไหวสำคัญ 2 เรื่องพร้อมกันจากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 22 กันยายน 2569 คือการคืนสิทธิให้ผู้ถือบัตรอีก 4 กลุ่มใหม่ ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา อาชีวศึกษา และผู้เรียนกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กับการอนุมัติโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) ที่รัฐร่วมจ่าย 60% ของค่าสินค้าและบริการ เพดาน 200 บาทต่อคนต่อวัน รวมไม่เกิน 1,000 บาทตลอดโครงการ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 ส่วนผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิไว้ก่อนหน้านี้ จะทราบผลวันที่ 30 กันยายน 2569 และเริ่มใช้สิทธิได้ 1 ตุลาคม 2569 โดยตรวจสอบผลได้ที่เว็บไซต์ welfare.mof.go.th (ข้อมูล ณ วันที่ 22–23 ก.ย. 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของหน่วยงานรัฐ)

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 คืออะไร อัปเดตล่าสุด 22 ก.ย. 2569

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือสวัสดิการที่รัฐจัดให้ผู้มีรายได้น้อยที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ โดยเติมวงเงินช่วยค่าครองชีพเข้าสิทธิของผู้ถือบัตรเป็นรายเดือน ครอบคลุมทั้งค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าเดินทาง ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา สำหรับปี 2569 ความเปลี่ยนแปลงล่าสุดมาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่อนุมัติพร้อมกัน 2 เรื่อง คือการคืนสิทธิให้ผู้ถือบัตร 4 กลุ่มใหม่ และการเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) ซึ่งเป็นคนละโครงการกับวงเงินบัตรสวัสดิการปกติ แต่ใช้ควบคู่กันได้

สิ่งที่ผู้ถือบัตรและผู้ที่รอผลทบทวนสิทธิควรจดไว้ในปฏิทินช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2569 มีดังนี้

  • 22 กันยายน 2569 — ครม. มีมติคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ 4 กลุ่มใหม่ และอนุมัติไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)
  • 30 กันยายน 2569 — ประกาศผลการทบทวนสิทธิ ตรวจสอบได้ทางเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง
  • 1 ตุลาคม 2569 — ผู้ที่ผ่านการทบทวนสิทธิเริ่มใช้สิทธิได้ และเป็นวันเริ่มโครงการไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)
  • 1–15 ตุลาคม 2569 — ช่วงยืนยันสิทธิไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) ฝั่งประชาชนผ่านแอปเป๋าตัง
  • 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569 — ระยะเวลาโครงการ และช่วงยืนยันสิทธิฝั่งร้านค้าผ่านแอปถุงเงิน
  • 14 ตุลาคม 2569 — วันสุดท้ายของการยืนยันตัวตนผ่านธนาคาร 5 แห่ง
  • 12 มกราคม 2570 — วันสุดท้ายของการยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปเป๋าตัง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 22–23 กันยายน 2569 หากหน่วยงานรัฐขยายเวลาหรือปรับเงื่อนไขเพิ่มเติม ให้ยึดประกาศทางการเป็นหลักเสมอ

เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ตรวจสอบยังไง ผ่านช่องทางไหนบ้าง

ตรวจสอบสิทธิได้ 2 ช่องทางหลักคือเว็บไซต์ welfare.mof.go.th และเว็บไซต์ภาษาไทย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th โดยกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักเพื่อดูสถานะสิทธิของตัวเอง ผลการทบทวนสิทธิประกาศวันที่ 30 กันยายน 2569 และผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 แต่ก่อนจะใช้สิทธิได้จริงต้องผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยก่อน

ขั้นตอนตรวจสอบผลทบทวนสิทธิผ่านเว็บไซต์

  1. เปิดเว็บไซต์ welfare.mof.go.th หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th ด้วยเบราว์เซอร์บนมือถือหรือคอมพิวเตอร์
  2. เลือกเมนูตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนหรือตรวจสอบผลการทบทวนสิทธิ
  3. กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักให้ถูกต้องครบถ้วน แล้วกดค้นหา
  4. อ่านผลที่ระบบแสดง หากขึ้นว่าผ่านเกณฑ์ ให้ดูข้อความแจ้งขั้นตอนยืนยันตัวตนต่อทันที
  5. หากไม่ผ่านเกณฑ์ ให้ดูเหตุผลที่ระบบระบุไว้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับรอบการลงทะเบียนหรือรอบทบทวนสิทธิครั้งถัดไป

ขั้นตอนบนหน้าเว็บอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามระบบของกระทรวงการคลัง ให้ทำตามข้อความที่หน้าจอแจ้งเป็นหลักเสมอ ช่วงก่อนหน้านี้การยื่นทบทวนสิทธิเปิดให้ทำผ่านแอปทางรัฐและหน่วยรับลงทะเบียนภายในกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งรายละเอียดขั้นตอนเคยสรุปไว้แล้วในบทความ แอปทางรัฐกับการเช็คสิทธิและทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการ ใครที่ยื่นไว้ในรอบนั้นไม่ต้องยื่นซ้ำ ให้รอผลวันที่ 30 กันยายน 2569 อย่างเดียว

ผ่านเกณฑ์แล้วต้องยืนยันตัวตนก่อนถึงจะใช้วงเงินได้

การยืนยันตัวตนคือขั้นตอนที่ทำให้ระบบผูกสิทธิเข้ากับตัวผู้ถือบัตรจริง ทำได้ทั้งผ่านแอปเป๋าตังด้วยการสแกนใบหน้า หรือเดินเข้าไปทำที่สาขาธนาคารที่ร่วมโครงการ 5 แห่ง สองช่องทางนี้มีวันปิดรับไม่เท่ากัน ต้องดูให้ดี

ช่องทาง เหมาะกับใคร เปิดถึงวันที่
แอปเป๋าตัง (e-KYC สแกนใบหน้า) ผู้ที่มีสมาร์ตโฟนและยืนยันใบหน้าด้วยตัวเองได้ 12 มกราคม 2570
ธนาคาร 5 แห่ง (ธ.ก.ส., ออมสิน, กรุงไทย, ธอส., ธอท.) ผู้ที่ไม่สะดวกใช้แอป หรือยืนยันผ่านแอปไม่สำเร็จ 14 ตุลาคม 2569
เว็บไซต์ welfare.mof.go.th และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th ใช้ตรวจสอบสถานะและผลทบทวนสิทธิ (ประกาศผล 30 ก.ย. 2569) ตรวจสอบได้ต่อเนื่อง

ข้อควรระวังคือช่องทางธนาคารปิดเร็วกว่าเกือบ 3 เดือน ใครที่กะจะไปทำที่สาขา ควรจัดคิวไปให้เสร็จก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2569 และพกบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงไปด้วยทุกครั้ง

ระวังข่าวลือที่มักมาพร้อมช่วงประกาศผล

ทุกครั้งที่มีข่าวสวัสดิการรัฐ มักมีข้อความแชร์ต่อเรื่องเงินก้อนใหญ่ที่ไม่มีมติทางการรองรับตามมาด้วยเสมอ เคยมีกรณีข่าวลือทำนองนี้เกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ตามที่เคยสรุปไว้ใน ข่าวลือเงิน 10,000 บาทผู้ถือบัตรสวัสดิการ หลักง่าย ๆ คือ อย่ากดลิงก์แปลกที่ส่งมาทางแชต และให้ยึดเฉพาะเว็บไซต์ลงท้ายด้วย mof.go.th กับแอปทางการเท่านั้น

ครม. ไฟเขียวคืนสิทธิ 4 กลุ่มใหม่ มีใครบ้าง เงื่อนไขยังไง

มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 22 กันยายน 2569 เห็นชอบคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้ที่เคยถูกตัดสิทธิเพราะสถานภาพการเป็นผู้เรียน รวม 4 กลุ่ม ได้แก่

  • นักเรียน
  • นักศึกษา
  • ผู้เรียนสายอาชีวศึกษา
  • ผู้เรียนในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)

ต้นเหตุของปัญหาคือเกณฑ์เดิมตัดสิทธิผู้ลงทะเบียนจากสถานภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ซึ่งออกแบบมาบนสมมติฐานว่าคนกลุ่มนี้ยังอยู่ในความดูแลของครอบครัว แต่ในทางปฏิบัติ ผู้เรียนนอกระบบจำนวนมากเป็นคนทำงานหาเช้ากินค่ำหรือผู้สูงอายุที่กลับมาเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ผลคือกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อยจริงกลับเข้าไม่ถึงสิทธิ กระทรวงศึกษาธิการจึงประสานกับกระทรวงการคลังเพื่อแยกกลุ่มผู้เรียนนอกระบบออกจากเกณฑ์ตัดสิทธิ์ จนนำมาสู่มติคืนสิทธิรอบนี้

จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือเรื่องนี้เป็นคนละรอบกับการคืนสิทธิ 4 กลุ่มก่อนหน้า ที่เคยเป็นข่าวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งครอบคลุมผู้ถือครองรถยนต์เก่า ผู้เรียน กศน. ผู้มีบัญชีหลักทรัพย์ และกรรมการวิสาหกิจหรือนิติบุคคล พร้อมกรอบเวลาใช้สิทธิที่สิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม รายละเอียดชุดเก่าอ่านเทียบได้ที่บทความ คืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4 กลุ่มรอบเดือนกรกฎาคม 2569 ใครที่อยู่ในชุดเก่าไม่ได้ถูกนับรวมอัตโนมัติเข้ารอบใหม่นี้ และในทางกลับกัน ผู้เรียนที่ได้สิทธิรอบใหม่ก็ไม่เกี่ยวกับเงื่อนไขรถยนต์หรือบัญชีหลักทรัพย์ของรอบเดิม แม้ สกร. จะเป็นหน่วยงานที่พัฒนาต่อมาจาก กศน. แต่การคืนสิทธิ 2 รอบนี้เป็นคนละมติกันคนละช่วงเวลา อย่าสับสนว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

สำหรับรอบใหม่นี้ ข่าวยังไม่ระบุจำนวนผู้ได้รับผลกระทบแน่ชัด และยังไม่มีการกำหนดวันที่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ดังนั้นผู้ที่คิดว่าตัวเองเข้าข่าย 4 กลุ่มนี้ควรติดตามประกาศจากกระทรวงการคลังและสถานศึกษาต้นสังกัดเป็นระยะ พร้อมเตรียมเอกสารแสดงสถานะการเรียนและรายได้ไว้ล่วงหน้า

ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) รัฐร่วมจ่าย 60% สูงสุด 1,000 บาท ใช้ยังไง

ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) คือโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายที่รัฐร่วมจ่ายให้ 60% ของค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการ โดยผู้ใช้จ่ายเองอีก 40% เพดานสูงสุด 200 บาทต่อคนต่อวัน และรวมทั้งโครงการไม่เกิน 1,000 บาท ใช้ได้ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 ผ่านแอปเป๋าตังฝั่งประชาชนและแอปถุงเงินฝั่งร้านค้า

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมตามที่ประกาศไว้มีดังนี้

  1. มีสัญชาติไทยและมีบัตรประจำตัวประชาชน
  2. อายุ 18 ปีขึ้นไป
  3. ไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิจากโครงการของรัฐ

เมื่อมีคุณสมบัติครบแล้ว ขั้นตอนที่ต้องทำต่อคือยืนยันสิทธิผ่านแอปเป๋าตังภายในวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569 ให้ทันก่อนปิดรับ

ฝั่งร้านค้าที่อยากเข้าร่วมสามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปถุงเงินได้ยาวกว่า คือตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเท่ากับช่วงโครงการพอดี ข้อควรรู้สำคัญคือโครงการนี้ไม่ใช่วงเงินบัตรสวัสดิการ และไม่ได้มาแทนที่สิทธิเดิม ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีคุณสมบัติครบก็เข้าร่วมได้ เท่ากับใช้สองสิทธิคู่กันภายใต้เงื่อนไขคนละชุด

หัวข้อ ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ปกติ)
ใครใช้ได้ คนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่ยืนยันสิทธิทัน ผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติผู้มีรายได้น้อยและยืนยันตัวตนแล้ว
รูปแบบความช่วยเหลือ รัฐร่วมจ่าย 60% ผู้ใช้จ่ายเอง 40% เติมวงเงินให้ใช้ตามหมวดที่กำหนด ไม่ต้องสมทบ
วงเงิน สูงสุด 200 บาท/คน/วัน รวมไม่เกิน 1,000 บาท ค่าสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาท/คน/เดือน และหมวดอื่นตามเกณฑ์
ช่วงเวลา 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569 ได้รับต่อเนื่องเป็นรายเดือนตามรอบสิทธิ
แอปที่ใช้ เป๋าตัง (ประชาชน) และถุงเงิน (ร้านค้า) บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับร้านที่รองรับ
การยืนยันสิทธิ ยืนยันผ่านเป๋าตัง 1–15 ตุลาคม 2569 ยืนยันตัวตนผ่านเป๋าตังหรือธนาคาร 5 แห่ง

สรุปให้จำง่าย ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) เป็นเงินที่รัฐช่วยออกให้บางส่วนเมื่อเราจ่ายเอง ส่วนบัตรสวัสดิการเป็นวงเงินที่รัฐให้มาใช้ตรง ๆ ตามหมวดที่กำหนด

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ที่ไหนได้บ้าง วงเงินปกติมีอะไรบ้าง

วงเงินค่าสินค้าอุปโภคบริโภคของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ได้ที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและร้านค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้เข้าร่วมโครงการ โดยซื้อได้เฉพาะสินค้าจำเป็นในการครองชีพ ไม่สามารถกดเป็นเงินสดออกมาได้ ส่วนวงเงินหมวดอื่นจะถูกใช้ตามช่องทางเฉพาะของแต่ละสิทธิ เช่น ค่าเดินทางใช้กับระบบขนส่งที่ร่วมโครงการ และค่าไฟฟ้ากับค่าน้ำประปาใช้ผ่านการชำระบิลตามเงื่อนไขที่กำหนด

วงเงินสวัสดิการปกติที่ใช้อ้างอิงกันอยู่ (ข้อมูล ณ วันที่ 22–23 ก.ย. 2569) ประกอบด้วย

  • ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาท/คน/เดือน
  • ค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
  • ค่าเดินทาง 750 บาท/คน/เดือน
  • ค่าไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
  • ค่าน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน

วงเงินเหล่านี้เป็นสิทธิประจำที่ไม่เกี่ยวกับมติ ครม. รอบล่าสุด หมายความว่าการคืนสิทธิ 4 กลุ่มใหม่ไม่ได้เพิ่มหรือลดตัวเลขข้างต้น แต่เป็นการเปิดทางให้คนที่เคยถูกตัดออกกลับเข้ามารับสิทธิตามเกณฑ์ปกติได้อีกครั้ง หากมีการประกาศปรับวงเงินหรือเพิ่มมาตรการใดในอนาคต ให้รอตัวเลขทางการจากกระทรวงการคลังก่อน อย่าเชื่อตัวเลขที่แชร์ต่อกันมาโดยไม่มีแหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ได้ที่ไหน

ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ welfare.mof.go.th และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th โดยกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ผลการทบทวนสิทธิประกาศวันที่ 30 กันยายน 2569 และผู้ที่ผ่านเกณฑ์เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569

ยื่นทบทวนสิทธิไม่ทันต้องทำอย่างไร

รอบการยื่นทบทวนสิทธิที่ผ่านมาปิดรับไปแล้วตามกรอบเวลาที่ประกาศไว้ ผู้ที่ยื่นไม่ทันจึงไม่มีผลในรอบประกาศวันที่ 30 กันยายน 2569 ปัจจุบันยังไม่มีประกาศทางการเรื่องรอบยื่นทบทวนสิทธิครั้งถัดไป (ข้อมูล ณ วันที่ 23 กันยายน 2569) สิ่งที่ทำได้คือติดตามประกาศจากกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบสถานะของตัวเองผ่านเว็บไซต์ทางการไว้เป็นระยะ

4 กลุ่มที่ ครม. คืนสิทธิล่าสุดมีใครบ้าง

ตามมติ ครม. วันที่ 22 กันยายน 2569 ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ผู้เรียนสายอาชีวศึกษา และผู้เรียนในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นคนละชุดกับการคืนสิทธิ 4 กลุ่มเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ที่เกี่ยวกับรถยนต์เก่า ผู้เรียน กศน. บัญชีหลักทรัพย์ และกรรมการนิติบุคคล

ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) ต่างจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างไร

ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) คือโครงการที่รัฐร่วมจ่าย 60% เมื่อเราจ่ายเอง 40% สูงสุด 200 บาทต่อวัน รวมไม่เกิน 1,000 บาท ใช้ได้ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 ผ่านแอปเป๋าตัง ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือวงเงินรายเดือนสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ผ่านเกณฑ์ ทั้งสองอย่างใช้ควบคู่กันได้ภายใต้เงื่อนไขคนละชุด

เดือนตุลาคม 2569 ผู้ถือบัตรได้วงเงินเท่าไหร่

ยึดตามวงเงินสวัสดิการปกติ คือค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อคนต่อเดือน ค่าเดินทาง 750 บาทต่อคนต่อเดือน ค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ค่าไฟฟ้า 315 บาทและค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ตัวเลขเงินก้อนพิเศษอื่นที่แชร์กันโดยไม่มีประกาศทางการยืนยัน ไม่ควรนำมาใช้วางแผนการเงิน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ซื้ออะไรได้บ้าง

ใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพได้ที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและร้านค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ ส่วนวงเงินค่าเดินทาง ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาจะใช้ได้เฉพาะตามช่องทางของแต่ละสิทธิเท่านั้น