ใครที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่แล้วผล “ไม่ผ่านเกณฑ์” ยังมีสิทธิยื่นขอทบทวนสิทธิ (อุทธรณ์) ได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th แอปพลิเคชันทางรัฐ ธนาคารรัฐ 5 แห่ง หรือศูนย์ One Stop Service ใกล้บ้าน ส่วนผู้ผ่านเกณฑ์ “รายใหม่” ราว 3.1 ล้านคน ต้องยืนยันตัวตน e-KYC ผ่านแอปเป๋าตังหรือธนาคารที่ร่วมโครงการก่อน จึงจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ขณะที่ผู้ถือบัตรรายเดิมที่ผ่านเกณฑ์ ระบบเชื่อมสิทธิให้อัตโนมัติและเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 แล้ว
บทความนี้จะพาไปรู้จักแอปทางรัฐว่าคืออะไร เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ทางไหนบ้าง ยื่นทบทวนสิทธิอย่างไรให้ทันเดดไลน์ ยืนยันตัวตน e-KYC ทีละขั้นตอน รวมถึงวงเงินสิทธิประโยชน์และปฏิทินเงินเข้าเดือนสิงหาคม 2569 แบบครบจบในหน้าเดียว โดยอ้างอิงประกาศจากกระทรวงการคลังและสื่อกระแสหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 9–10 สิงหาคม 2569 ตัวเลขและกำหนดการอาจมีการอัปเดตเพิ่มเติม ควรตรวจสอบซ้ำจากช่องทางทางการก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
แอปทางรัฐ คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง
แอป “ทางรัฐ” คือแอปพลิเคชันรวมบริการภาครัฐ พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ตั้งเป้าให้เป็นซูเปอร์แอปที่คนไทยทุกช่วงวัยเข้าถึงบริการรัฐได้จากมือถือเครื่องเดียว โดยรวมบริการไว้กว่า 504 บริการ
บริการเด่นที่คนใช้กันบ่อย เช่น ตรวจสอบเครดิตบูโร เช็คค่าน้ำ ค่าไฟ ดูข้อมูลผู้ประกันตน ตรวจสอบเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด และเช็คใบสั่งจราจร นอกจากนี้ยังมีระบบ e-Social Welfare ที่เปิดให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยความพิการ หรือเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อหน่วยงานให้เสียเวลา และในรอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 นี้ แอปทางรัฐยังเป็นหนึ่งในช่องทางทางการสำหรับยื่นขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติอีกด้วย
เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านหรือไม่ผ่าน เช็คที่ไหน
เช็คผลได้ที่เว็บไซต์ welfare.mof.go.th โดยตรวจสอบด้วย Digital ID หรือกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และดูสิทธิสวัสดิการผ่านแอปทางรัฐได้เช่นกัน ระบบจะแจ้งชัดเจนว่า “ผ่านเกณฑ์” หรือ “ไม่ผ่านเกณฑ์”
สำหรับภาพรวมรอบนี้ มีผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านคน ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรรายเดิม 6.3 ล้านคน ซึ่งไม่ต้องยืนยันตัวตนเพิ่มและเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 กับผู้ถือบัตรรายใหม่ 3.1 ล้านคน ที่ต้องยืนยันตัวตน e-KYC ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์มีจำนวนรวม 9,314,253 ราย ซึ่งกลุ่มนี้ยังไม่หมดหวัง เพราะสามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้ตามขั้นตอนในหัวข้อถัดไป โดยล่าสุดมีผู้ยื่นทบทวนสิทธิแล้วสะสมกว่า 4 ล้านราย หรือราว 44% ของผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด แปลว่ายังมีอีกหลายล้านคนที่ยังไม่ได้ยื่น และเวลาก็เหลือน้อยลงทุกวัน
ไม่ผ่านเกณฑ์ ทบทวนสิทธิได้ถึงเมื่อไหร่ ยื่นยังไง
ยื่นขอทบทวนสิทธิได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นกำหนดที่ขยายมาจากเดิม 31 กรกฎาคม 2569 แล้ว โดยเลือกยื่นได้ 4 ช่องทาง ทั้งออนไลน์และเดินไปติดต่อด้วยตนเอง
- เว็บไซต์ welfare.mof.go.th กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”
- แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
- สาขาธนาคารรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ กรุงไทย ธ.ก.ส. ออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยนำบัตรประชาชนไปติดต่อเจ้าหน้าที่
- ศูนย์ One Stop Service (OSS) ของหน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยราชการในพื้นที่
ขั้นตอนยื่นทบทวนสิทธิออนไลน์ทีละขั้น
สำหรับคนที่สะดวกทำเองผ่านหน้าจอ ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เสร็จ
- เข้าระบบตรวจสอบผลด้วย Digital ID หรือเลขบัตรประชาชน
- เมื่อระบบแสดงผลว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ให้กด “ยืนยันเพื่อขออุทธรณ์”
- ตรวจสอบข้อมูลติดต่อของตัวเองให้ครบถ้วนถูกต้อง
- ยืนยันคำขอ แล้วพิมพ์หรือบันทึกหลักฐานการยื่นเก็บไว้
ระบบจะแจ้งเหตุผลว่าไม่ผ่านเกณฑ์ข้อไหน ซึ่งช่วยให้เตรียมเอกสารชี้แจงได้ตรงจุด ใครอยากอ่านรายละเอียดเชิงลึกของกระบวนการนี้ เรามีคู่มือวิธียื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อไม่ผ่านคุณสมบัติแยกไว้ให้อ่านต่อแบบละเอียดทุกขั้นตอน
ยื่นทบทวนสิทธิแล้ว รู้ผลเมื่อไหร่?
หลังยื่นคำขอภายใน 31 สิงหาคม 2569 แล้ว ยังยื่นเอกสารประกอบหรือแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมได้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 จากนั้นกระทรวงการคลังจะประกาศผลอุทธรณ์ในวันที่ 21 กันยายน 2569 และผู้ที่ผ่านการอุทธรณ์จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ส่วนใครที่เคยถูกระงับสิทธิหรือสิทธิหลุดไปจากรอบก่อน ลองอ่านแนวทางวิธีคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประกอบ เพื่อดูว่ากรณีของตัวเองต้องดำเนินการแบบไหน
ยืนยันตัวตน e-KYC ทำยังไง ใครต้องทำบ้าง
ผู้ผ่านเกณฑ์ “รายใหม่” ทุกคนต้องยืนยันตัวตน e-KYC ก่อนจึงจะเริ่มใช้สิทธิได้ โดยทำผ่านแอปเป๋าตังหรือธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่ 17 กรกฎาคม 2569 ถึง 12 มกราคม 2570 เวลา 06.00–23.00 น. ส่วนผู้ถือบัตรรายเดิมไม่ต้องทำใหม่ เพราะระบบเชื่อมโยงสิทธิให้อัตโนมัติ
จุดที่ต้องย้ำคือ ถ้าไม่ยืนยันตัวตนภายในกรอบเวลาที่กำหนด จะยังไม่สามารถเริ่มใช้สิทธิได้เลย เพราะเงื่อนไขของโครงการกำหนดให้ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ต้องผ่าน e-KYC ก่อนจึงจะรับสิทธิได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ดังนั้นใครที่เช็คแล้วรู้ว่าตัวเองผ่านเกณฑ์เป็นรายใหม่ อย่ารอจนใกล้เส้นตาย รีบทำให้เสร็จแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่พลาดรอบการใช้สิทธิ
ยืนยันตัวตนผ่านแอปเป๋าตัง ทำยังไง?
ขั้นตอนในแอปเป๋าตังมีเพียง 3 ขั้น ทำเองได้จบในมือถือ ไม่ต้องไปธนาคาร
- กดปุ่ม “ตรวจสอบผล” ที่แบนเนอร์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในแอปเป๋าตัง
- กด “ยืนยัน” เพื่อเริ่มใช้สิทธิ
- ให้ความยินยอมตามที่ระบบแจ้ง แล้วสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน
ไม่สะดวกทำในแอป ไปยืนยันตัวตนที่ไหนได้บ้าง?
ถ้าทำในแอปไม่ได้ หรือไม่ถนัดใช้สมาร์ตโฟน ให้นำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่หน่วยรับลงทะเบียนธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่งได้เลย โดยธนาคารกรุงไทยเปิดให้บริการตั้งแต่ 17 กรกฎาคม 2569 ถึง 12 มกราคม 2570 ส่วน ธ.ก.ส. ออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดรับถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ใครอยู่ใกล้สาขาไหนก็เลือกสาขานั้นได้ตามสะดวก แนะนำให้ไปช่วงเช้าวันธรรมดาเพื่อเลี่ยงคิวยาว
วงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนสิงหาคม 2569 ได้อะไรบ้าง
ไฮไลต์รอบนี้คือวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน จากฐานปกติ 300 บาท เนื่องจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติเพิ่มอีก 700 บาทเพื่อบรรเทาค่าครองชีพช่วงวิกฤตพลังงาน มีผลช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 รวม 4 เดือน
| สิทธิประโยชน์ | วงเงิน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค | 1,000 บาท/คน/เดือน | เพิ่มพิเศษช่วง มิ.ย.–ก.ย. 2569 (ฐานปกติ 300 บาท) |
| ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ (บขส./รถไฟ/ขสมก./รถไฟฟ้า) | 750 บาท/คน/เดือน | ใช้ตามระบบขนส่งที่ร่วมโครงการ |
| ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม | 80 บาท/คน/3 เดือน | รอบกรกฎาคม–กันยายน 2569 |
| ค่าไฟฟ้า | ไม่เกิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน | วงเงินมาตรฐานของโครงการ |
| ค่าน้ำประปา | ไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน | วงเงินมาตรฐานของโครงการ |
| เบี้ยความพิการเพิ่มเติม | 200 บาท | โอน 20 สิงหาคม 2569 สำหรับผู้พิการที่รับเบี้ย 800 บาท/เดือนอยู่แล้ว |
ข้อควรรู้สำคัญคือวงเงินทั้งหมดนี้ ถอนเป็นเงินสดไม่ได้ และไม่สะสมข้ามเดือน ใช้ไม่หมดเดือนไหนก็หายไปในเดือนนั้น ส่วนตัวเลขค่าน้ำและค่าไฟข้างต้นเป็นวงเงินมาตรฐานของโครงการ ไม่ได้ระบุอยู่ในปฏิทินสิทธิเดือนสิงหาคม 2569 โดยตรง แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขรอบปัจจุบันจากประกาศทางการอีกครั้งก่อนวางแผนใช้จ่าย
ปฏิทินเงินเข้ากลุ่มเปราะบาง และช่องทางติดต่อสอบถาม
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เงินสด 3 กลุ่มเปราะบางโอนพร้อมกันทั่วประเทศ ได้แก่ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยความพิการ โดยตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้ที่เว็บไซต์ govwelfare.cgd.go.th (ระบบตรวจสอบสิทธิสวัสดิการสังคม)
- เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี 600 บาท/เดือน/คน ไม่จำกัดจำนวนบุตร
- เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได อายุ 60-69 ปี 600 บาท / 70-79 ปี 700 บาท / 80-89 ปี 800 บาท / 90 ปีขึ้นไป 1,000 บาท และผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เพิ่มอีก 1,000 บาท/เดือน ช่วง มิ.ย.–ก.ย. 2569
- เบี้ยความพิการ อายุต่ำกว่า 18 ปี 1,000 บาท/เดือน อายุ 18 ปีขึ้นไป 800 บาท/เดือน และถ้าถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยจะรวมเป็น 1,000 บาท/เดือน
มีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการพิจารณา การทบทวนสิทธิ หรือการยืนยันตัวตน ติดต่อได้ที่ Call Center กระทรวงการคลัง โทร 0-2103-6000 สายด่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร 1359 หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร 02-109-2345 ในเวลา 08.30–17.30 น.
สรุปสั้น ๆ ให้ลงมือทำได้ทันที: เช็คผลที่ welfare.mof.go.th หรือแอปทางรัฐ ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ให้ยื่นทบทวนสิทธิก่อน 31 สิงหาคม 2569 ถ้าผ่านเกณฑ์เป็นรายใหม่ให้รีบยืนยันตัวตน e-KYC ผ่านแอปเป๋าตังหรือธนาคารรัฐ และหมั่นเช็คปฏิทินเงินเข้าทุกเดือนจะได้ไม่พลาดสิทธิของตัวเอง ทั้งนี้ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับเกณฑ์และการตรวจสอบคุณสมบัติของหน่วยงานทางการ การยื่นทบทวนสิทธิไม่ได้แปลว่าจะได้รับสิทธิเสมอไป
คำถามที่พบบ่อย
ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 หมดเขตวันไหน
หมดเขตยื่นขอทบทวนสิทธิวันที่ 31 สิงหาคม 2569 (ขยายจากเดิม 31 กรกฎาคม 2569) ส่วนการยื่นเอกสารประกอบหรือแก้ไขข้อมูลทำได้ถึง 20 กันยายน 2569 ประกาศผลอุทธรณ์วันที่ 21 กันยายน 2569 และผู้ผ่านเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569
ถ้าไม่ยืนยันตัวตน e-KYC จะเสียสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไหม
ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ไม่ยืนยันตัวตนภายในกรอบเวลาที่กำหนดจะยังไม่สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ เพราะต้องผ่าน e-KYC ก่อนจึงจะรับสิทธิได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 โดยยืนยันผ่านแอปเป๋าตังหรือธนาคารกรุงไทยได้ถึง 12 มกราคม 2570
แอปทางรัฐ กับ เป๋าตัง ใช้แอปไหนทำอะไร
แอปทางรัฐพัฒนาโดย DGA ใช้เช็คสิทธิสวัสดิการ ยื่นขออุทธรณ์ผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และใช้บริการภาครัฐกว่า 504 บริการ ส่วนแอปเป๋าตังใช้ยืนยันตัวตน e-KYC ด้วยการสแกนใบหน้าสำหรับผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมต้องยืนยันตัวตนใหม่ไหม
ไม่ต้อง ระบบเชื่อมโยงสิทธิให้อัตโนมัติ ผู้ถือบัตรรายเดิมที่ผ่านเกณฑ์เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 ส่วนผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ทุกคนต้องยืนยันตัวตนก่อนจึงจะเริ่มใช้สิทธิได้
วงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถอนเป็นเงินสดได้ไหม
ไม่ได้ วงเงินทั้งหมดใช้ได้ตามหมวดที่กำหนดเท่านั้น ถอนเป็นเงินสดไม่ได้ และไม่สะสมข้ามเดือน หากเดือนไหนใช้ไม่หมด วงเงินส่วนที่เหลือจะไม่ยกไปเดือนถัดไป
เงินอุดหนุนบุตร เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เดือนสิงหาคม 2569 เข้าวันไหน
โอนพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้แก่ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี 600 บาทต่อเดือน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได 600-1,000 บาท และเบี้ยความพิการ 800-1,000 บาท ตรวจสอบสถานะได้ที่เว็บไซต์ govwelfare.cgd.go.th
