ภาพกราฟิกประกอบข่าวทางพิเศษประจิมรัถยาปรับขึ้นค่าผ่านทาง แสดงทางด่วนยกระดับจำลองแบบ 3 มิติ พร้อมตัวเลขอัตราค่าผ่านทางใหม่ รถ 4 ล้อ 80 บาท มีผล 15 ธ.ค. 2569 (ภาพกราฟิกสร้างขึ้นประกอบบทความ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง)

ทางพิเศษประจิมรัถยา หรือชื่อเต็มว่า ทางพิเศษศรีรัช–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตก ประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางอย่างเป็นทางการแล้ว โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษา มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป อัตราใหม่คือ รถไม่เกิน 4 ล้อ จาก 65 บาท เป็น 80 บาท รถเกิน 4 ล้อแต่ไม่เกิน 10 ล้อ จาก 105 บาท เป็น 130 บาท และรถเกิน 10 ล้อ จาก 150 บาท เป็น 185 บาท เหตุผลของการปรับรอบนี้คือเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานที่กำหนดให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก 5 ปี ไม่ใช่การขึ้นราคาแบบกะทันหัน (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ย. 2569 อ้างอิงจากรายงานของ Sanook, Matichon Online และเดลินิวส์)

บทความนี้สรุปให้ครบในที่เดียวว่าทางพิเศษสายนี้คือเส้นไหน ราคาใหม่แต่ละประเภทรถเท่าไหร่ ทำไมถึงต้องปรับ กระทบคนขับรถประจำและผู้ใช้บัตรอัตโนมัติมากน้อยแค่ไหน พร้อมแนวทางวางแผนค่าเดินทางก่อนอัตราใหม่จะเริ่มใช้จริงในเดือนธันวาคม 2569

ทางพิเศษประจิมรัถยาคืออะไร อยู่เส้นทางไหน

ทางพิเศษประจิมรัถยาคือชื่อเรียกของทางพิเศษศรีรัช–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตก เป็นทางด่วนที่เชื่อมถนนกาญจนาภิเษก ผ่านถนนสวนผัก และถนนราชพฤกษ์ ก่อนไปเชื่อมกับทางพิเศษศรีรัชบริเวณจตุจักร พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือเป็นเส้นที่ดึงรถจากโซนตะวันตกของกรุงเทพฯ เข้าสู่โครงข่ายทางด่วนกลางเมือง โดยไม่ต้องฝ่าไฟแดงบนถนนพื้นราบตลอดทาง

ชื่อ ประจิมรัถยา สื่อความหมายถึงถนนสายทิศตะวันตก ซึ่งตรงกับตำแหน่งจริงของเส้นทางที่วางตัวอยู่ทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ผู้ที่ได้ประโยชน์จากเส้นทางนี้มากที่สุดจึงเป็นคนที่พักอาศัยหรือทำงานแถวราชพฤกษ์ สวนผัก และพื้นที่ที่ต่อเชื่อมกับถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งต้องเดินทางเข้าใจกลางเมืองเป็นประจำ เพราะจุดปลายทางฝั่งจตุจักรทำให้ต่อเข้าโครงข่ายทางพิเศษศรีรัชได้ทันที

เนื่องจากเป็นทางพิเศษที่มีอัตราค่าผ่านทางของตัวเอง การประกาศปรับราคาจึงกระทบเฉพาะผู้ใช้เส้นทางสายนี้ ไม่ได้หมายความว่าทางด่วนสายอื่นจะปรับขึ้นตามไปด้วย ผู้ขับขี่ที่ติดตามเรื่องค่าผ่านทางอยู่แล้วอาจเคยอ่านกรณีของ ทางด่วนศรีนครินทร์–สุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นอีกสายหนึ่งที่มีการประกาศอัตราค่าผ่านทางแยกของตัวเองเช่นกัน แต่ละสายจึงต้องดูประกาศเฉพาะของสายนั้น ๆ

ค่าผ่านทางใหม่เท่าไหร่ เริ่มเก็บวันไหน

อัตราใหม่ของทางพิเศษประจิมรัถยาเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป โดยรถไม่เกิน 4 ล้อจ่าย 80 บาท รถเกิน 4 ล้อแต่ไม่เกิน 10 ล้อจ่าย 130 บาท และรถเกิน 10 ล้อจ่าย 185 บาท ก่อนถึงวันดังกล่าวยังคงจ่ายในอัตราเดิมตามปกติ

ประเภทรถ ราคาเดิม ราคาใหม่ (15 ธ.ค. 2569) ปรับขึ้น
รถไม่เกิน 4 ล้อ (รถเก๋ง / กระบะทั่วไป) 65 บาท 80 บาท +15 บาท
รถเกิน 4 ล้อ แต่ไม่เกิน 10 ล้อ 105 บาท 130 บาท +25 บาท
รถเกิน 10 ล้อ 150 บาท 185 บาท +35 บาท

ถ้าคิดเป็นสัดส่วน จะเห็นว่าทั้งสามประเภทรถถูกปรับขึ้นในระดับใกล้เคียงกัน คือราว 23-24 เปอร์เซ็นต์จากอัตราเดิม (15 บาทจาก 65 บาท คิดเป็น 23.1%, 25 บาทจาก 105 บาท คิดเป็น 23.8% และ 35 บาทจาก 150 บาท คิดเป็น 23.3%) ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการปรับครั้งนี้ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันทั้งตาราง ไม่ได้เลือกขึ้นหนักเฉพาะรถกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันที่มีการเผยแพร่ข่าว ส่วนการบังคับใช้จริงจะเกิดขึ้นในอีกราวสามเดือนถัดมา ผู้ขับขี่จึงยังมีเวลาเตรียมตัวและปรับงบค่าเดินทางล่วงหน้าได้พอสมควร

ทำไมทางพิเศษประจิมรัถยาถึงปรับขึ้นค่าผ่านทาง

เหตุผลที่ประกาศไว้ชัดเจนคือ เป็นการปรับตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทาน ซึ่งกำหนดให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก 5 ปี จึงไม่ใช่การขึ้นราคาตามอำเภอใจของผู้ให้บริการ และไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เฉพาะหน้าใด ๆ การปรับลักษณะนี้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นสัญญาแล้ว

ทางพิเศษที่ดำเนินการในรูปแบบสัมปทานมักมีข้อตกลงเรื่องรอบการปรับอัตราค่าผ่านทางกำกับไว้ เพื่อให้ทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายผู้ลงทุนรู้ล่วงหน้าว่าราคาจะถูกทบทวนเมื่อไหร่ ข้อดีสำหรับผู้ใช้ทางคือราคาไม่ขยับบ่อย และเมื่อขยับก็มีประกาศเป็นทางการผ่านราชกิจจานุเบกษาให้ตรวจสอบได้ ไม่ใช่การเปลี่ยนป้ายราคาหน้าด่านแบบไม่มีที่มา

อย่างไรก็ตาม ข่าวที่เผยแพร่ระบุเพียงเหตุผลเรื่องรอบการปรับตามสัญญาเท่านั้น ไม่ได้ระบุว่ารอบถัดไปจะเกิดขึ้นเมื่อใด ไม่ได้ระบุรายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติม และไม่ได้ระบุว่าทางพิเศษสายอื่นจะปรับขึ้นราคาพร้อมกัน ผู้อ่านจึงไม่ควรเหมารวมว่าค่าทางด่วนทุกสายกำลังจะขึ้นตาม

ขึ้นค่าผ่านทางแล้วกระทบคนขับและผู้ใช้ Easy Pass แค่ไหน

ผลกระทบหลักคือค่าใช้จ่ายต่อเที่ยวที่เพิ่มขึ้นตามตารางด้านบน ส่วนวิธีจ่ายยังเหมือนเดิม เพราะประกาศไม่ได้ระบุเงื่อนไขพิเศษใด ๆ สำหรับผู้ใช้ Easy Pass หรือช่องทางชำระเงินแบบใดเป็นการเฉพาะ ผู้ขับขี่จึงชำระค่าผ่านทางได้ตามช่องทางปกติที่ใช้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องจ่ายในอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569

ตัวอย่างคำนวณสมมติ (ไม่ใช่ตัวเลขจากประกาศ แต่ช่วยให้เห็นภาพ): สำหรับคนที่ใช้เส้นทางนี้ไปทำงานทุกวัน รถเก๋งที่วิ่งไป-กลับวันละ 2 เที่ยว จะจ่ายเพิ่มวันละ 30 บาท ถ้าเดินทาง 22 วันทำงานต่อเดือน เท่ากับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นราว 660 บาทต่อเดือน หรือคิดเต็มปี (12 เดือน) ประมาณ 7,920 บาทต่อปี ส่วนรถบรรทุกเกิน 10 ล้อที่วิ่งขนส่งหลายเที่ยวต่อวัน ส่วนต่างเที่ยวละ 35 บาทจะสะสมเร็วกว่ามาก และเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการขนส่งควรใส่ไว้ในการคิดราคางานล่วงหน้า

สำหรับผู้ใช้บัตรอัตโนมัติ สิ่งที่ควรทำคือเผื่อยอดเงินคงเหลือในบัตรให้พอกับอัตราใหม่ เพราะยอดที่เคยเติมแล้วพอดีกับราคาเดิมอาจไม่พออีกต่อไปหลังกลางเดือนธันวาคม ใครที่สนใจสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับบัตรอยู่แล้ว สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเรื่อง Easy Pass คืนเงิน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการปรับอัตราครั้งนี้ แต่ช่วยให้เข้าใจภาพรวมการใช้บัตรได้ดีขึ้น

วางแผนค่าทางด่วนอย่างไรก่อนอัตราใหม่เริ่มใช้

วิธีที่ได้ผลที่สุดคือคำนวณส่วนต่างรายเดือนของตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะใช้เส้นทางเดิมทั้งหมด ใช้บางวัน หรือปรับเวลาเดินทาง เพราะเมื่อรู้ตัวเลขจริงแล้วจะเห็นชัดว่าความเร็วที่ได้มาคุ้มกับเงินที่จ่ายเพิ่มหรือไม่ ด้านล่างคือแนวทางที่นำไปใช้ได้จริง

ตั้งงบค่าทางด่วนรายเดือนใหม่

เริ่มจากนับจำนวนเที่ยวที่ใช้ทางพิเศษสายนี้จริงในหนึ่งเดือน แล้วคูณด้วยส่วนต่างของประเภทรถตัวเอง คือ 15 บาทสำหรับรถไม่เกิน 4 ล้อ 25 บาทสำหรับรถเกิน 4 ล้อแต่ไม่เกิน 10 ล้อ และ 35 บาทสำหรับรถเกิน 10 ล้อ ตัวเลขที่ได้คือเงินที่ต้องเตรียมเพิ่มต่อเดือนตั้งแต่ธันวาคม 2569 การรู้ตัวเลขนี้ล่วงหน้าดีกว่าไปเจอหน้าด่านแล้วค่อยแปลกใจ

เทียบเวลาที่ประหยัดได้กับเงินที่จ่ายเพิ่ม

ลองจับเวลาจริงทั้งเส้นทางที่ใช้ทางด่วนและเส้นทางพื้นราบในช่วงเวลาที่ตัวเองเดินทางบ่อยที่สุด ถ้าบางช่วงเวลา เช่น นอกชั่วโมงเร่งด่วน การขึ้นทางด่วนช่วยประหยัดเวลาได้ไม่มาก การเลือกใช้เฉพาะช่วงที่รถติดหนักจริง ๆ ก็ช่วยคุมงบได้โดยไม่เสียคุณภาพชีวิต ในทางกลับกัน ถ้าเส้นทางนี้ช่วยตัดเวลาได้ครึ่งชั่วโมงทุกเช้า ส่วนต่างหลักสิบบาทต่อเที่ยวก็อาจคุ้มสำหรับหลายคน

ติดตามประกาศยกเว้นค่าผ่านทางเป็นครั้ง ๆ ไป

ที่ผ่านมามีการประกาศยกเว้นค่าผ่านทางในบางวันหยุดของทางพิเศษหลายสาย ซึ่งต้องดูประกาศเป็นรายครั้งว่าครอบคลุมสายไหนบ้าง ใครวางแผนเดินทางไกลสามารถดูตัวอย่างการประกาศลักษณะนี้ได้จากเรื่อง ทางด่วนฟรีวันไหนบ้าง ทั้งนี้ ข่าวการปรับอัตราของทางพิเศษประจิมรัถยาไม่ได้ระบุถึงวันยกเว้นค่าผ่านทางใด ๆ จึงไม่ควรคาดเดาล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อยเรื่องค่าผ่านทางทางพิเศษประจิมรัถยา

ทางพิเศษประจิมรัถยาขึ้นค่าผ่านทางวันไหน

อัตราใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป ตามประกาศของกระทรวงคมนาคมที่ลงในราชกิจจานุเบกษา ก่อนถึงวันดังกล่าวยังจ่ายในอัตราเดิมตามปกติ ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ย. 2569

รถเก๋งและรถกระบะ 4 ล้อ ต้องจ่ายเท่าไหร่

รถไม่เกิน 4 ล้อ จ่าย 80 บาทต่อเที่ยว จากเดิม 65 บาท เพิ่มขึ้น 15 บาท โดยเริ่มใช้อัตราใหม่วันที่ 15 ธันวาคม 2569

รถบรรทุกเกิน 10 ล้อ จ่ายเท่าไหร่

รถเกิน 10 ล้อ ปรับจาก 150 บาท เป็น 185 บาท เพิ่มขึ้น 35 บาทต่อเที่ยว ส่วนรถเกิน 4 ล้อแต่ไม่เกิน 10 ล้อ ปรับจาก 105 บาท เป็น 130 บาท เพิ่มขึ้น 25 บาท

ทำไมถึงปรับขึ้นค่าผ่านทาง

เพราะเป็นการปรับตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทาน ซึ่งกำหนดให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก 5 ปี จึงไม่ใช่การขึ้นราคาตามอำเภอใจ ข่าวไม่ได้ระบุเหตุผลอื่นนอกเหนือจากนี้

ผู้ใช้ Easy Pass ต้องทำอะไรเป็นพิเศษไหม

ตามข้อมูลที่ประกาศ ไม่มีการระบุเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ใช้ Easy Pass หรือช่องทางชำระเงินใดเป็นการเฉพาะ ผู้ขับขี่จึงชำระค่าผ่านทางได้ตามช่องทางปกติ เพียงแต่ควรเผื่อยอดเงินในบัตรให้พอกับอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569

ทางพิเศษประจิมรัถยาอยู่เส้นทางไหน

เป็นทางพิเศษศรีรัช–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตก เชื่อมถนนกาญจนาภิเษก ผ่านถนนสวนผัก และถนนราชพฤกษ์ แล้วไปเชื่อมกับทางพิเศษศรีรัชบริเวณจตุจักร