คนละครึ่ง เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลไทยที่มีจุดประสงค์ช่วยเหลือผู้คนในช่วงเศรษฐกิจที่ยากลำบาก โดยได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2020 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคธุรกิจ โดย คนละครึ่ง มีหลักการที่ง่ายคือ รัฐบาลจะร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายกับประชาชนในการซื้อสินค้าหรือบริการ โดยรัฐจะช่วยจ่าย 50% ของค่าใช้จ่าย สูงสุดไม่เกิน 150 บาทต่อวัน ต่อคน จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการโครงการ คนละครึ่ง นี้มีการลงทะเบียนในระบบที่ออกแบบมาให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผู้ที่ต้องการร่วมโครงการจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่กำหนด เช่น แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการใช้งานนอกจากนี้ อาจมีคำถามว่าโครงการ คนละครึ่ง เหมาะกับใครบ้าง? การเข้าร่วมโครงการนี้มีข้อกำหนดเบื้องต้นที่ไม่ซับซ้อน โดยผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป และไม่มีการลงทะเบียนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถเข้าร่วมได้ การเปิดรับลงทะเบียนนั้นจะมีระยะเวลาที่จำกัด ผู้ที่สนใจควรทำการลงทะเบียนในช่วงเวลาที่กำหนดให้การใช้งาน คนละครึ่ง นั้นสะดวกสบายมาก โดยเมื่อมีการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานสามารถใช้แอปพลิเคชันในการชำระเงินผ่าน QR Code ที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ทันที เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้าในตลาด รวมถึงร้านอาหาร โดยเงินที่รัฐจะช่วยจ่ายขึ้นอยู่กับว่าเรามีการใช้จ่ายในแต่ละวันมากน้อยเพียงใด โครงการ คนละครึ่ง มีการรีวิวในเชิงบวกจากประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งพบว่าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการในบางครั้งอาจมีปัญหาหรือข้อผิดพลาดในการใช้งาน ซึ่งผู้ใช้งานควรมีความรู้เกี่ยวกับการใช้งานแอปพลิเคชัน ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับการจับจ่ายใช้สอย พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ด้วยโครงการ คนละครึ่ง นั้นมีการต่อยอดและรวมเข้ากับโครงการอื่นๆ ของรัฐ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง เฟส 2” ที่มีการขยายระยะเวลาการใช้งานและเพิ่มจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วม รวมถึงโปรโมชันเพิ่มเติมในบางช่วงเวลาทำให้ประชาชนสามารถได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้ ประโยชน์มากมายที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับ มีทั้งการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตประจำวัน และยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในร้านค้าท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยว หรือร้านอาหาร ซึ่งช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนในระยะยาว