บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง สิ่งที่นักลงทุนต่างชาติไม่ควรพลาด เกี่ยวกับ ภาษีมรดกอเมริกา (US Estate Tax) กันนะคะ สำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้วางแผนเรื่องภาษีในประเทศสหรัฐอเมริกา เสี่ยงขาดทุน 40% ถ้าคุณไม่รู้เรื่องนี้ กฎหมายภาษีมรดกอเมริกา หรือ Estate Tax นะคะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ
สิ่งที่นักลงทุนต่างชาติไม่ควรพลาด เกี่ยวกับ ภาษีมรดกอเมริกา (US Estate Tax)
ภาษีมรดกอเมริกา (US Estate Tax)
เนื่องจากสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) เรียกเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าสูงสุดถึง 40% จากนักลงทุนต่างชาติที่ไม่ได้พำนักในสหรัฐฯ (Non-Resident Alien) หากเสียชีวิต ขณะถือครองสินทรัพย์สัญชาติสหรัฐฯ เกินกว่า 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2 ล้านบาทไทย) นั่นเองค่ะ จึงถือเป็นความเสี่ยงขาดทุน ถึง 40% ถ้าคุณไม่รู้เรื่องนี้ กฎหมายภาษีมรดกอเมริกา นะคะ
@celebmashow เสี่ยงขาดทุน 40% ถ้าคุณไม่รู้เรื่องนี้ กฎหมายภาษีมรดกอเมริกา #EstateTax #IRS เล่นคุณแน่ อย่ามัวลงทุนแล้วไม่ได้วางแผนเรื่องภาษี แต่ถ้าเงินลงทุนยังไม่ถึง 2 ล้าน ยังไม่ต้องคิดมากครับ #tiktokการเงิน #หุ้นอเมริกา #Lifeh4ckTrader
เจาะลึกกฎหมาย “ระเบิดเวลา” สำหรับนักลงทุนไทย
1. เกณฑ์ 2 ล้านบาทมาจากไหน
กฎหมายกำหนดเกณฑ์ยกเว้นภาษีมรดก แก่นักลงทุนต่างชาติไว้เพียง 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น (ขณะที่พลเมืองสหรัฐฯ ได้รับยกเว้นสูงถึงประมาณ 14–15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หากทรัพย์สินสหรัฐฯ รวมกันเกินมูลค่าดังกล่าว ส่วนที่เกินจะต้องถูกนำไปคำนวณภาษีมรดกในอัตรา 18% ถึง 40%
2. สินทรัพย์ที่เข้าข่ายโดนภาษี (US-Situs Assets)
– หุ้นรายตัวของบริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ (เช่น Apple, Tesla, Nvidia)
– กองทุน ETF ที่จดทะเบียนจัดตั้งในอเมริกา (เช่น SPY, QQQ, VOX) ไม่ว่าจะซื้อผ่านโบรกเกอร์ไทยหรือโบรกเกอร์ต่างประเทศ
– อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในอเมริกา
3. สินทรัพย์ที่ไม่เข้าข่าย (Non-US-Situs Assets)
– กองทุนรวมไทย (Mutual Fund) หรือตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR / DRx) ที่ไปลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ อีกทอดหนึ่ง
– กองทุนประเภท UCITS ETF ที่จดทะเบียนในฝั่งยุโรป (เช่น ไอร์แลนด์) แม้จะลงทุนในดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ก็ตาม
– เงินฝากกระแสรายวันหรือออมทรัพย์ในธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐฯ (ยกเว้นเงินที่ผูกกับบัญชีโบรกเกอร์เพื่อการลงทุน)
ผลกระทบเชิงปฏิบัติเมื่อเกิดการเสียชีวิต
1. ระงับการโอนย้ายทรัพย์สิน : โบรกเกอร์จะล็อกบัญชีของผู้เสียชีวิตทันที และปฏิเสธการส่งมอบสินทรัพย์ให้แก่ทายาท
2. ต้องยื่นแบบภาษีต่างแดน : ทายาทหรือผู้จัดการมรดกต้องดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมรดก IRS Form 706-NA ภายใน 9 เดือนนับจากวันที่เสียชีวิต
3. จ่ายภาษีก่อนรับมรดก : ทายาทต้องนำเงินสดมาชำระค่าภาษีมรดกให้ครบถ้วนก่อน ทาง IRS จึงจะออกใบปลดเปลื้องภาระภาษี (Transfer Certificate) เพื่อให้โบรกเกอร์ปลดล็อก และโอนหุ้นออกไปได้
แนวทางการวางแผนเพื่อกระจายความเสี่ยง
– จำกัดวงเงินลงทุนตรง : ควบคุมพอร์ตลงทุนที่เป็นหุ้นรายตัวหรือ ETF สหรัฐฯ โดยตรงให้อยู่ต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อบุคคล
– ย้ายไปลงทุนผ่านกองทุนไทย : ปรับเปลี่ยนไปสะสมความมั่งคั่งผ่านกองทุนรวมของไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศ (Feeder Fund) ซึ่งสิทธิความเป็นเจ้าของหลักทรัพย์อเมริกาจะเป็นของตัวกองทุนรวมไทย ไม่ใช่บุคคลธรรมดา
– เลือกลงทุนผ่าน UCITS ETF : ซื้อกองทุน ETF ที่จดทะเบียนในประเทศไอร์แลนด์เพื่อเลียนแบบดัชนีสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากจะปลอดภัยจากภาษีมรดกอเมริกาแล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินปันผล (Withholding Tax) จาก 30% เหลือ 15% อีกด้วย
@celebmashow เสี่ยงขาดทุน 40% ถ้าคุณไม่รู้เรื่องนี้ กฎหมายภาษีมรดกอเมริกา #EstateTax #IRS เล่นคุณแน่ อย่ามัวลงทุนแล้วไม่ได้วางแผนเรื่องภาษี แต่ถ้าเงินลงทุนยังไม่ถึง 2 ล้าน ยังไม่ต้องคิดมากครับ #tiktokการเงิน #หุ้นอเมริกา #Lifeh4ckTrader