การเขียนโปรแกรมถือเป็นวิถีในการสื่อสารด้วยภาษาที่ใช้ในการสร้างคำสั่งเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่เราต้องการ. สิ่งนี้เรียกว่า Code ซึ่งเป็นชุดของคำสั่งที่ถูกเขียนขึ้นตามกฎเกณฑ์ของภาษาการเขียนโปรแกรมที่เลือกใช้. ตลอดประวัติศาสตร์, Code ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจากภาษา Assembly ที่เรียบง่าย มาจนถึงภาษาโปรแกรมภาพสูงเช่น Python, JavaScript และ Ruby ที่ใช้ในการพัฒนาเว็บและแอปพลิเคชันต่าง ๆ การเขียน Code เป็นทักษะที่มีความสำคัญมากในยุคดิจิทัลนี้ เนื่องจากการใช้งานเทคโนโลยีได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเรา การเข้าใจและสามารถเขียน Code ได้ มักจะเป็นเรื่องที่ช่วยให้บุคคลมีขีดจำกัดในการสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อคุณเริ่มต้นในการเขียน Code สิ่งที่สำคัญคือการเลือกภาษาโปรแกรมที่ตรงต่อต้องการของคุณ ในบทต่อไปนี้ เราจะมาดูกันว่าแต่ละภาษาโปรแกรมนั้นมีความสามารถอะไรบ้าง เราจะกล่าวถึง Python, Java และ JavaScript โดยอธิบายลักษณะของแต่ละภาษาและวิธีการใช้งานของมัน Python เป็นหนึ่งในภาษาที่ได้รับความนิยมสูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาษา Python มีความเรียบง่ายและเข้าใจง่ายทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น และยังมีความสามารถในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Machine Learning, Data Science และ Web Development. คอร์สเรียน Python สำหรับมือใหม่ที่สนใจใน Code สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเพราะมันมีไวยากรณ์ที่ชัดเจน Java เป็นอีกหนึ่งภาษาโปรแกรมที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในการพัฒนาแอปพลิเคชันในระบบ Android. ภาษา Java มีความยืดหยุ่นและสามารถทำงานได้ในหลายแพลตฟอร์ม หากคุณต้องการพัฒนาแอปที่สามารถรันได้ทุกระบบ Java คือตัวเลือกที่ดี JavaScript ถือเป็นภาษาที่มีบทบาทสำคัญในด้านการพัฒนาเว็บไซต์ มันช่วยให้คุณสามารถเพิ่มความสามารถในการโต้ตอบในเว็บเพจเช่นเดียวกับการสร้างแอปพลิเคชันที่ทำงานบนเบราว์เซอร์ รวมถึงการสร้างสรรค์ User Interface ที่ดึงดูดผู้ใช้งาน การเรียนรู้ Code ไม่เพียงแต่จะช่วยคุณในการสร้างโปรแกรมใหม่ ๆ แต่ยังเป็นการพัฒนาทักษะการคิดเชิงคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและมองเห็นความสัมพันธ์ในสิ่งต่าง ๆ ในโลกของเทคโนโลยีนี้ ทุกคนควรมีทักษะในการเขียน Code ตั้งแต่ผู้ที่ต้องการเข้าไปในสายงานอาชีพด้าน IT ไปจนถึงผู้ที่ทำงานในสายงานอื่น ๆ เช่น ธุรกิจและการตลาด อย่างที่กล่าวไปแล้วมีการเรียนการสอน Code ที่มีอยู่ทั่ว ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์เพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเทคโนโลยีได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจในส่วนที่ 2 ของการเขียนโปรแกรมกันต่อ
