ภาษีทรัมป์ หรือที่เรียกว่า “Tax Cuts and Jobs Act” (TCJA) เป็นกฎหมายภาษีที่ถูกนำมาใช้ในสหรัฐอเมริกาในปี 2017 โดยมีเจตนารมณ์หลักในการลดภาระทางภาษีของทั้งบุคคลและบริษัท โดยหวังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนที่มีเสถียรภาพและสร้างงานมากขึ้น สำหรับในประเทศไทยนั้น เรื่องภาษีทรัมป์ก็ได้กลายเป็นที่สนใจอย่างมาก เนื่องจากมีผลกระทบต่อนโยบายภาษีของประเทศอื่นๆ ทั่วโลกการลดอัตราภาษีของบริษัทจาก 35% เป็น 21% ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยมีข้อดีตรงที่เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัทสหรัฐอเมริกาในระดับโลก แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีเสียงวิจารณ์ที่กล่าวว่าการลดภาษีนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในระยะยาวอีกทั้งภาษีทรัมป์ยังมีผลกระทบต่อภาษีบุคคล โดยมีการปรับลดอัตราภาษีบุคคลลงทำให้บางกลุ่มสามารถเก็บเงินได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีเสียงวิจารณ์ว่าการลดภาษีในระดับที่สูงเกินไปนี้อาจทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากภาษีในอนาคต ดังนั้นการประเมินผลกระทบทั้งในด้านบวกและลบจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวการวิเคราะห์ผลกระทบของภาษีทรัมป์ต่อเศรษฐกิจการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจของภาษีทรัมป์นั้นสามารถทำได้หลากหลายมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน, การเติบโตของ GDP หรือแม้กระทั่งการเข้าถึงบริการสาธารณะที่ดีขึ้น การลดอัตราภาษีสามารถกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชน ส่งผลให้เกิดการจ้างงานที่มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้บริษัทมีเงินสดเพียงพอในการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ในทางกลับกัน การขาดดุลงบประมาณจากการลดภาษีอาจหมายถึงการตัดงบประมาณด้านบริการสาธารณะ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนได้เช่นกัน เช่น การศึกษา สาธารณสุข และความมั่นคง ดังนั้นการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจกับการดูแลบริการสาธารณะจึงเป็นความท้าทายที่สำคัญในอีกด้านหนึ่ง การลดอัตราภาษีสำหรับประชาชนทั่วไปอาจไม่สร้างผลลัพธ์ตามที่คาดหวังเสมอไป โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีรายได้สูง เพราะการลดภาษีนี้อาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันมากขึ้นระหว่างกลุ่มชนชั้นต่าง ๆ การทำความเข้าใจภาษีทรัมป์ในระดับโลกอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ว่าภาษีทรัมป์มีผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากการลดภาษีของสหรัฐอเมริกาทำให้ประเทศอื่นๆ จำเป็นต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนอัตราภาษีเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก สำหรับประเทศไทย การติดตามผลกระทบของภาษีทรัมป์จะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถปรับกลยุทธ์ภาษีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และสามารถส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ในระดับที่ยั่งยืน