จากรายงานของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้มีการสรุป 10 เทรนด์การตลาดประจำปี 2567 จับความเคลื่อนไหว และการเปลี่ยนแปลงของการตลาดมาแล้วนะคะ โดยกลยุทธ์การตลาดยังคงให้ความสำคัญ กับคอนเทนต์เป็นหลักในปี 2567 นี้ค่ะ โดยมีเครื่องมืออัตโนมัติและ AI ปฏิวัติวงการการสร้าง และเผยแพร่คอนเทนต์ นั่นเองค่ะ
การพัฒนาของ Search Engine Optimization (SEO) ไปสู่ Answer Engine Optimization (AEO)
Niche และ Micro-Influencer จะเป็นเครื่องมืออันทรงพลัง แทน Macro Influencer ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก แบบนี้แล้วคงต้องเตรียมตัวให้พร้อม ตามไปเรียนรู้ ปรับตัว และสู้ไปด้วยกัน ท่ามกลางความผันผวน ที่เกิดขึ้นอย่างมากมายในโลกธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในปีนี้แล้วล่ะค่ะ ตามมาดู Top 10 เทรนด์การตลาดประจำปี 2567 พร้อมกันได้เลยค่ะ

 

Top 10 เทรนด์การตลาดประจำปี 2567

 

1. AI และระบบอัตโนมัติทางการตลาด 
AI และระบบอัตโนมัติถูกนำมาใช้เพื่อกำหนดนิยามใหม่ ให้กับประสบการณ์ของลูกค้าแบบเรียลไทม์ ตอบคำถาม และชี้แนะการตัดสินใจซื้อ เพื่อสร้างความพึงพอใจในทันที และรวดเร็วยิ่งขึ้น

2. การตลาดที่สามารถเข้าถึงตัวของลูกค้าได้แบบเฉพาะเจาะจง โดยการใช้ Big Data มาวิเคราะห์
จะมีบทบาทสำคัญกับทั้งบริษัทใหญ่และเล็ก เพราะลูกค้ายุคปัจจุบันนี้ ต่างก็คาดหวังประสบการณ์ที่ปรับให้เหมาะกับตนเอง ด้วยปริมาณข้อมูลที่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ กระทั่งร้านค้าปลีกก็ตาม แบรนด์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ ทำให้เกิดกลยุทธ์การตลาดแบบเฉพาะเจาะจงขึ้น โดยที่คอนเทนต์ ผลิตภัณฑ์ ข้อเสนอ และการสื่อสารจะถูกปรับให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย

3. การเกิดเครื่องมือการตอบคำถาม Answer Engine Optimization (AEO)
หนึ่งในแนวโน้มที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงทิศทางของการตลาดในปี 2567 ก็คือการพัฒนาของของ Answer Engine Optimization (AEO) ในขณะที่ Search Engine Optimization (SEO) เป็นที่รู้จักในกลยุทธ์การตลาดออนไลน์มานานแล้ว แต่แนวความคิดกำลังเปลี่ยนไปสู่การปรับแต่งเครื่องมือการตอบคำถาม Answer Engine Optimization (AEO) เกี่ยวข้องกับการปรับเนื้อหาออนไลน์ให้มีคำตอบชัดเจน ตรงกับคำถามของผู้ใช้ ซึ่งลึกกว่าการทำ SEO ที่เน้นการใช้คีย์เวิร์ด AEO มุ่งเน้นการสร้างเนื้อหาที่คัดกรองแล้วและนำไปตอบในกล่องคำตอบ ผลลัพธ์จากการค้นหาในตำแหน่งบนสุด และการตอบกลับแบบเสียงอัตโนมัติ

4. คอนเทนต์อัตโนมัติ (Content Automation)
เครื่องมืออัตโนมัติและ AI จะปฏิวัติวงการการสร้างและเผยแพร่คอนเทนต์ เนื้อหาที่เน้นการมีส่วนร่วมและเล่าเรื่องสามารถดึงดูดผู้ชม สร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และแนะนำลูกค้าตลอดกระบวนการการซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนในแพลตฟอร์มคอนเทนต์อัตโนมัติจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพ

5. การตลาดที่ยั่งยืนและใส่ใจต่อสังคม
ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่เพียงแต่สนใจที่จะซื้อสินค้าหรือบริการเท่านั้น พวกเขาอยากเข้าใจค่านิยมที่แบรนด์ยึดมั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม แนวโน้มนี้ได้รับแรงกระตุ้นจากปัญหาระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความอยุติธรรมทางสังคม แบรนด์จึงส่งเสริมความคิดริเริ่มด้านความยั่งยืนและหลักปฏิบัติด้านจริยธรรมมากขึ้น ผู้บริโภคจำนวนมากจึงมองหาแบรนด์ที่สอดคล้องแนวคิดของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ตอกย้ำว่าการทำธุรกิจต้องสร้างความยั่งยืนและมีจริยธรรม การปรับแบรนด์ให้สอดคล้องกับค่านิยมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภค แต่ยังช่วยสร้างความภักดีและชื่อเสียงของแบรนด์ในระยะยาวอีกด้วย

6. การตลาดเชิงทดลอง
การทดลองสร้างนวัตกรรม อย่างสม่ำเสมอ กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันสำหรับธุรกิจปัจจุบัน การตลาดเชิงทดลองก่อให้เกิดวัฒนธรรมแห่งความคิดสร้างสรรค์ การใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของผู้สนับสนุนแบรนด์ เช่น ลูกค้าและพนักงานที่พึงพอใจ สามารถส่งผลทางการตลาดได้ มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือขึ้น

7. Niche และ Micro-Influencer
การใช้อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) หรือผู้มีอิทธิพลทางความคิด ยังเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการเข้าถึงผู้ชมเฉพาะกลุ่ม แต่ยุคนี้จะเป็นอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มที่แม้มีฐานผู้ชมจำนวนไม่มากแต่ปฏิสัมพันธ์สูง มีความจริงใจและความเกี่ยวข้องเฉพาะกลุ่ม จะมีความสำคัญกว่าจำนวนผู้ติดตาม

8. การไม่แบ่งแยกและการยอมรับความหลากหลาย
แม้ว่าการไม่แบ่งแยกและการยอมรับความหลากหลายในทางการตลาดจะเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็คาดว่าจะยังคงเป็นเทรนด์สำคัญต่อไปตลอดปี 2567 แนวโน้มนี้ได้รับแรงผลักดันจากผู้บริโภคที่แสวงหาแบรนด์ที่ไม่เพียงแต่มีความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ ข้อเสนอ และการโฆษณา แต่ยังส่งเสริมค่านิยมที่ไม่แบ่งแยกผู้คนอย่างแท้จริง แบรนด์ที่ปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้ได้สำเร็จมีแนวโน้มที่ไม่เพียงแต่ดึงดูดฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นเท่านั้น แต่ยังสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีได้อีกด้วย

9. Metaverse และการมีส่วนร่วมเสมือน
แนวคิดของ Metaverse คือการสร้างความตื่นเต้น การมีส่วนร่วม และความคาดหวังในโลกดิจิทัล ใน Metaverse นักการตลาดมีโอกาสที่จะสร้างประสบการณ์แบรนด์ที่ดื่มด่ำ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสมือนจริง และทำแคมเปญการตลาดตามพฤติกรรมดิจิทัลของผู้ใช้ อาณาจักรดิจิทัลนี้มุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์เสมือนจริงที่ดื่มด่ำเพื่อดึงดูดลูกค้าและส่งเสริมการสร้างชุมชน ซึ่งนำไปสู่ความภักดีและการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้น ในปี 2567 เราคาดว่าจะเห็นแบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาลงทุนใน Metaverse เพิ่มมากขึ้น ดึงดูดผู้ใช้หลายล้านคนและจัดแสดงศักยภาพอันกว้างใหญ่ของขอบเขตดิจิทัลใหม่นี้

10. ระบบนิเวศการตลาดที่ใช้เทคโนโลยี
บริษัทหลายแห่งจะมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศ เทคโนโลยีการตลาดที่ครอบคลุมและบูรณาการเพื่อ ปรับปรุงการดำเนินงานและพัฒนาผลตอบแทนจากการลงทุน โดยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ที่มา : สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย