อินโฟกราฟิกประวัติปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ แทนนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 จุดที่ทำให้ข่าวนี้ถูกพูดถึงเป็นพิเศษคือเขามีอายุเพียง 50 ปี ซึ่งตามรายงานข่าว การแต่งตั้งครั้งนี้ทำให้เขากลายเป็นปลัดกระทรวงคมนาคมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ และมีอายุราชการเหลืออีกราว 10 ปี จนกลายเป็นที่มาของพาดหัวข่าวทำนอง “นั่งยาว 10 ปี”

หลายคนเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้จากข่าว ครม. บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลจากรายงานข่าวและเอกสารราชการมาสรุปให้ครบในที่เดียว ทั้งประวัติการศึกษา เส้นทางราชการกว่า 17 ปีในกรมทางหลวง เหตุผลที่สื่อจับตาเรื่องอายุราชการ รวมถึงความรู้ที่คนทั่วไปนำไปใช้เข้าใจระบบราชการได้จริง ว่าตำแหน่ง “ปลัดกระทรวง” ทำหน้าที่อะไร ต่างจากรัฐมนตรีตรงไหน และงานใหญ่ของกระทรวงคมนาคมที่รอปลัดคนใหม่อยู่มีอะไรบ้าง

ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล คือใคร?

ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล คือข้าราชการสายวิศวกรรมของกระทรวงคมนาคม เกิดปี 2519 ปัจจุบันอายุ 50 ปี ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติเมื่อ 11 สิงหาคม 2569 แต่งตั้งให้ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ มีผลวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ปลัดคนปัจจุบันเกษียณอายุราชการพอดี

สื่อสายเศรษฐกิจและการเมืองมักเรียกเขาว่าเป็น ลูกหม้อ ของกรมทางหลวง เพราะเริ่มรับราชการที่กรมนี้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2551 และเติบโตผ่านสายงานวิศวกรรมมาต่อเนื่องประมาณ 17 ปี ก่อนหน้านี้เขายังสร้างสถิติเป็นอธิบดีกรมทางหลวงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์มาแล้ว เมื่อขึ้นรับตำแหน่งอธิบดีคนที่ 35 ของกรมในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ขณะอายุ 49 ปี ดังนั้นการก้าวขึ้นเป็นปลัดกระทรวงครั้งนี้จึงเป็นการทำลายสถิติ “อายุน้อยที่สุด” ซ้ำอีกครั้งในระดับที่สูงขึ้น

ปิยพงษ์จบการศึกษาอะไรมา เรียนที่ไหน?

เส้นทางการศึกษาของปิยพงษ์ตรงสายงานคมนาคมตั้งแต่ปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก โดยตามรายงานข่าวระบุไว้ดังนี้

  • ปริญญาตรี — วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2540
  • ปริญญาโท — วิศวกรรมขนส่ง สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)
  • ปริญญาเอก — สาขา Transport Studies จาก Imperial College London โดยได้รับทุนรัฐบาล

จะเห็นว่าดีกรีการศึกษาทั้งสามระดับอยู่ในแวดวงวิศวกรรมโยธาและการขนส่งทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับสายงานที่เขาทำมาตลอดชีวิตราชการ ตั้งแต่งานมอเตอร์เวย์ งานวางแผนโครงข่ายถนน ไปจนถึงการบริหารกรมทางหลวงทั้งกรม

เส้นทางราชการ: จากวิศวกรกรมทางหลวง สู่ปลัดกระทรวงคมนาคม

สรุปสั้นที่สุด เส้นทางของปิยพงษ์คือการไต่ระดับภายในกรมทางหลวงจากงานวิศวกรรมสู่ตำแหน่งบริหารทีละขั้น ใช้เวลาราว 17 ปีจากวันแรกที่เข้ารับราชการจนถึงวันที่ ครม. มีมติตั้งเป็นปลัดกระทรวง ตารางด้านล่างเรียงไทม์ไลน์ตำแหน่งสำคัญตามที่ปรากฏในรายงานข่าว

ปี ตำแหน่ง
2551 เริ่มรับราชการที่กรมทางหลวง (1 กันยายน 2551)
2563 ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์)
2564 ผู้อำนวยการสำนักแผนงาน กรมทางหลวง
2565 รองอธิบดีกรมทางหลวง
2567 ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม
2568 อธิบดีกรมทางหลวง คนที่ 35 (1 ตุลาคม 2568) — อธิบดีกรมทางหลวงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
2569 ควบตำแหน่งประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (พฤษภาคม 2569) และได้รับมติ ครม. แต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม มีผล 30 กันยายน 2569

ผลงานเด่นช่วงอยู่กรมทางหลวงมีอะไรบ้าง?

ผลงานที่สื่อหยิบมารายงานมากที่สุดคือบทบาทในการผลักดันโครงการมอเตอร์เวย์สายสำคัญ ได้แก่ สายบางปะอิน–นครราชสีมา (M6) และสายบางขุนเทียน–บ้านแพ้ว (M82) โดยมีจุดเด่นที่การเน้นใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการบริหารโครงการ ส่วนช่วงที่ขึ้นเป็นอธิบดีกรมทางหลวง เขาวางนโยบายเข้มงวดสัญญาก่อสร้างให้รัดกุมขึ้น และยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าจะเป็นแนวทางที่ต่อเนื่องไปถึงบทบาทปลัดกระทรวงด้วย

ทำไมสื่อถึงพาดหัวว่า “นั่งยาว 10 ปี”?

คำว่า นั่งยาว 10 ปี หมายถึงอายุราชการที่เหลืออยู่ของปิยพงษ์ ไม่ใช่วาระของตำแหน่ง — เขาเกิดปี 2519 ปัจจุบันอายุ 50 ปี จึงมีอายุราชการเหลือไปจนถึงราวปี 2579 หรืออีกประมาณ 10 ปีก่อนเกษียณ ต่างจากธรรมเนียมปกติที่ผู้ขึ้นถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงมักเป็นข้าราชการอาวุโสช่วงใกล้เกษียณ ทำให้ปลัดส่วนใหญ่ดำรงตำแหน่งได้เพียงไม่กี่ปี

อย่างไรก็ตาม ควรอ่านตัวเลขนี้อย่างเข้าใจบริบท ตัวเลข 10 ปีเป็นเพียงการคำนวณจากอายุราชการที่เหลือ ณ วันแต่งตั้ง (ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569) ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงครบ 10 ปีจริง เพราะตำแหน่งบริหารระดับสูงของราชการสามารถมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนได้ตามวาระและมติของฝ่ายบริหารในอนาคต สิ่งที่ยืนยันได้ตามข่าวคือ ณ วันรับตำแหน่ง เขาคือปลัดกระทรวงคมนาคมที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ปลัดกระทรวงมีอำนาจหน้าที่อะไร ต่างจากรัฐมนตรีอย่างไร?

ปลัดกระทรวงคือข้าราชการประจำตำแหน่งสูงสุดของกระทรวง มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบควบคุมราชการประจำในกระทรวง แปลงนโยบายของฝ่ายการเมืองให้เป็นแนวทางและแผนปฏิบัติราชการ กำกับดูแลการทำงานของส่วนราชการต่าง ๆ ในกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในกระทรวงรองจากรัฐมนตรี และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงโดยตรง

ความแตกต่างสำคัญคือ รัฐมนตรีเป็น ข้าราชการการเมือง ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและเปลี่ยนไปตามรัฐบาลแต่ละชุด ส่วนปลัดกระทรวงเป็นข้าราชการประจำที่นำนโยบายไปปฏิบัติและบริหารงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่ผูกกับวาระของรัฐบาล พูดง่าย ๆ คือรัฐมนตรีเป็น “ฝ่ายคิดทิศทาง” ปลัดกระทรวงเป็น “ผู้บริหารมืออาชีพที่ทำให้เกิดขึ้นจริง” นอกจากนี้สำนักงานปลัดกระทรวงยังมีสถานะเป็นกรม ดูแลราชการประจำทั่วไปของกระทรวง รวมถึงงานที่คณะรัฐมนตรีไม่ได้มอบหมายให้กรมใดกรมหนึ่งโดยเฉพาะ และทำหน้าที่กำกับเร่งรัดการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดทั้งหมด — ตำแหน่งนี้จึงถูกมองว่าเป็น “แม่บ้านของกระทรวง” ที่มีผลต่อความต่อเนื่องของงานมากกว่าที่หลายคนคิด

ขั้นตอนแต่งตั้งข้าราชการระดับปลัดกระทรวงเป็นอย่างไร?

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงอย่างปลัดกระทรวง รัฐมนตรีเจ้าสังกัดจะเป็นผู้เสนอชื่อต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือนายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามขั้นตอนปกติของระบบราชการ สำหรับกรณีนี้ ขั้นตอนที่เกิดขึ้นแล้วตามข่าวคือมติ ครม. เมื่อ 11 สิงหาคม 2569 โดยกำหนดให้มีผลตั้งแต่ 30 กันยายน 2569

ส่วนกระบวนการคัดเลือกก่อนถึง ครม. รายงานข่าวระบุว่ารอบนี้มีผู้สมัครเข้ารับการสรรหาจำนวนหลักสิบราย (สื่อรายงานตัวเลขระหว่าง 14–18 คน) ผ่านคุณสมบัติเข้าสู่การพิจารณารอบสุดท้าย 3 คน โดยมีนายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงตำแหน่งด้วย ขณะที่นายพิพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อสื่อว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับโควตาการเมืองใด ๆ โดยระบุว่าปิยพงษ์เติบโตมาด้วยความสามารถและความเชี่ยวชาญของตนเอง และขึ้นเป็นอธิบดีกรมทางหลวงมาตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีคนก่อนหน้าแล้ว

โจทย์ใหญ่กระทรวงคมนาคมที่รอปลัดคนใหม่มีอะไรบ้าง?

งานที่รออยู่ตรงหน้าปลัดกระทรวงคนใหม่คือการขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์ด้านถนนและระบบรางมูลค่ารวมหลายแสนล้านบาทให้เดินตามแผน โดยเฉพาะฝั่งกรมทางหลวงที่เขาเพิ่งบริหารมากับมือ ซึ่งปีงบประมาณ 2569 มีงบรวมถึง 1.31 แสนล้านบาท แบ่งเป็นโครงการขนาดเล็กราว 4,000 โครงการ (50,000 ล้านบาท) และโครงการขนาดใหญ่ 99 โครงการ (75,000 ล้านบาท)

โครงการสำคัญที่สื่อสายเศรษฐกิจรายงานว่าอยู่ในช่วงเร่งรัด ได้แก่

  • มอเตอร์เวย์ M81 (บางใหญ่–กาญจนบุรี) — ตั้งเป้าเปิดให้บริการมกราคม 2569
  • มอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน–นครราชสีมา) — ช่วงตอน 21 ยังก่อสร้าง เป้าแล้วเสร็จปลายปี 2569
  • มอเตอร์เวย์ M82 (บางขุนเทียน–บ้านแพ้ว) — ทยอยเปิดแบ่งเฟส ตั้งเป้าช่วงสงกรานต์ 2569
  • งานประมูลที่พักริมทางและงานบริหารจัดการ O&M มอเตอร์เวย์ วงเงินรวม 26,524 ล้านบาท (ที่พักริมทาง M81 1,300 ล้านบาท, ที่พักริมทาง M6 9,500 ล้านบาท 8 ตำแหน่ง, O&M M82 15,724 ล้านบาท สัญญา 32 ปี)
  • มอเตอร์เวย์สายใหม่ นครปฐม–ปากท่อ (M8) ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 61,154 ล้านบาท อยู่ระหว่างเสนอสภาพัฒน์ฯ พิจารณา โดยปีงบ 2569 ได้รับจัดสรรแล้ว 2,000 ล้านบาท

นอกจากงานถนนแล้ว ปิยพงษ์ยังควบบทบาทประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยมาตั้งแต่พฤษภาคม 2569 ทำให้ถูกจับตาว่าจะเชื่อมงานถนนกับระบบรางเข้าด้วยกันอย่างไร ในภาพใหญ่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล โครงข่ายคมนาคมหลายส่วนกำลังขยับพร้อมกัน ทั้งฝั่งทางพิเศษอย่างโครงการทางด่วนศรีนครินทร์–สุวรรณภูมิ และฝั่งระบบรางที่ รฟม. เตรียมเดินหน้ารถไฟฟ้า MRT อีก 4 สาย ซึ่งล้วนเป็นงานที่ต้องอาศัยการประสานระดับกระทรวงให้เดินไปทิศทางเดียวกัน — และนั่นคือหน้าที่โดยตรงของปลัดกระทรวงในฐานะผู้กำกับราชการประจำให้เกิดผลจริง

คำถามที่พบบ่อย

ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล คือใคร?

ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล คืออธิบดีกรมทางหลวงที่ได้รับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 11 สิงหาคม 2569 แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ แทนนายชยธรรม์ พรหมศร ที่เกษียณอายุราชการ ปัจจุบันอายุ 50 ปี นับเป็นปลัดกระทรวงคมนาคมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ตามรายงานข่าว

ปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่เริ่มงานเมื่อไหร่?

มติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้การแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคนปัจจุบันเกษียณอายุราชการ

ปิยพงษ์จบการศึกษาจากที่ไหน?

ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2540 ปริญญาโทวิศวกรรมขนส่งจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และปริญญาเอกสาขา Transport Studies จาก Imperial College London โดยทุนรัฐบาล

ปลัดกระทรวงต่างจากรัฐมนตรีอย่างไร?

รัฐมนตรีเป็นข้าราชการการเมืองที่กำหนดนโยบายและเปลี่ยนตามรัฐบาล ส่วนปลัดกระทรวงเป็นข้าราชการประจำสูงสุดของกระทรวง ทำหน้าที่แปลงนโยบายเป็นแผนปฏิบัติ ควบคุมราชการประจำ และบังคับบัญชาข้าราชการในกระทรวงรองจากรัฐมนตรี โดยบริหารงานต่อเนื่องไม่ผูกกับวาระรัฐบาล

ทำไมสื่อบอกว่าปิยพงษ์จะนั่งยาว 10 ปี?

เพราะเขาอายุ 50 ปี มีอายุราชการเหลือไปจนถึงราวปี 2579 หรืออีกประมาณ 10 ปีก่อนเกษียณ ต่างจากปลัดกระทรวงส่วนใหญ่ที่มักได้ตำแหน่งช่วงใกล้เกษียณ อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้เป็นเพียงการคำนวณจากอายุราชการที่เหลือ ไม่ใช่หลักประกันว่าจะดำรงตำแหน่งครบ 10 ปีจริง

ก่อนเป็นปลัดกระทรวง ปิยพงษ์เคยดำรงตำแหน่งอะไรมาก่อน?

เขาเริ่มรับราชการที่กรมทางหลวงปี 2551 ผ่านตำแหน่งผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ผู้อำนวยการสำนักแผนงาน รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ก่อนขึ้นเป็นอธิบดีกรมทางหลวงคนที่ 35 เมื่อ 1 ตุลาคม 2568 และควบตำแหน่งประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่พฤษภาคม 2569