ภาพกราฟิกประกอบบทความน้ำท่วมหนองจอก โทนมืดน้ำเงิน-แดง มีพาดหัวไทยและภาพ 3D รถลุยน้ำท่วมบนถนนเชิงสัญลักษณ์ พร้อมป้ายข้อมูลระดับน้ำ (ภาพสร้างด้วยกราฟิก ไม่ใช่ภาพถ่ายเหตุการณ์จริง)

สรุปให้ก่อนสั้น ๆ: กรุงเทพมหานครลงนามประกาศให้พื้นที่ 3 เขต 13 แขวง เป็น “เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย” (อุทกภัย) หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 ถึงเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 โดย เขตหนองจอก เป็นเขตที่ครอบคลุมมากที่สุดถึง 8 แขวง รองลงมาคือเขตสวนหลวง 3 แขวง และเขตคันนายาว 2 แขวง สาเหตุหลักมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกที่เคลื่อนตามแนวร่องมรสุม ทำให้ฝนสะสมบางพื้นที่เกิน 150 มิลลิเมตร และระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์สูงเกินเกณฑ์จนเต็มความจุ บทความนี้รวมสถานการณ์ล่าสุด จุดถนนที่มีน้ำท่วมขัง วิธีเช็กก่อนออกจากบ้าน และสิ่งที่ควรเตรียมหากฝนตกซ้ำ (ข้อมูล ณ วันที่ 26 กันยายน 2569)

น้ำท่วมหนองจอกวันนี้ (26 ก.ย. 2569) สถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไร

สถานการณ์ล่าสุดคือมีน้ำท่วมขังหลายจุดในกรุงเทพฯ ต่อเนื่องจากฝนที่ตกหนักข้ามคืน และเขตหนองจอกถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยรวม 8 แขวงจาก 13 แขวงที่ประกาศทั้งหมด ซึ่งเป็นเขตที่ถูกประกาศครอบคลุมมากที่สุดในรอบนี้ นอกจากนี้มีรายงานว่าระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์สูงเกินเกณฑ์และเต็มความจุจนตัดขาดการสัญจรในบางช่วง (ข้อมูล ณ วันที่ 26 กันยายน 2569)

ฝนรอบนี้ไม่ใช่ฝนตกแล้วหยุด แต่เป็นฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องหลายชั่วโมงตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 ทำให้ปริมาณฝนบางพื้นที่ทะลุ 150 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับที่ระบบระบายน้ำเมืองรับไม่ทันในช่วงพีค น้ำจึงขังบนถนนก่อนที่จะถูกสูบและผลักลงคลองสายหลักได้ ตัวเลขและจุดท่วมจึงเปลี่ยนได้เป็นรายชั่วโมง ควรอ่านเป็นภาพรวมของช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ใช่ตัวเลขที่คงที่ตลอดวัน

ทำไมฝนรอบนี้ทำให้น้ำท่วมเร็วกว่าฝนปกติ

เหตุที่ฝนรอบนี้กระทบหนักกว่าปกติมี 3 ปัจจัยซ้อนกัน ตามข้อมูลที่หน่วยงานรายงาน

  • หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออก เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม ทำให้ฝนตกต่อเนื่องเป็นวงกว้าง ไม่ได้ตกเป็นจุดแล้วเลิก
  • ฝนสะสมบางพื้นที่เกิน 150 มิลลิเมตร ซึ่งมากพอจะทำให้น้ำขังบนผิวถนนก่อนระบบระบายน้ำจะพาไปได้ทัน
  • คลองประเวศบุรีรมย์มีระดับน้ำสูงเกินเกณฑ์และเต็มความจุ เมื่อคลองรับน้ำเพิ่มไม่ได้ น้ำบนถนนก็ลงช้าลงตามไปด้วย

นอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 8 (224/2569) ซึ่งระบุผลกระทบต่อเนื่องถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 หมายความว่าช่วงนี้ยังไม่ใช่ช่วงที่วางใจได้ หากสนใจภาพรวมความเสี่ยงระดับประเทศก่อนหน้านี้ สามารถย้อนดูได้จากรายงาน เตือน 38 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม เพื่อเทียบว่าพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับตัวเองอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังด้วยหรือไม่

กทม. ประกาศเขตไหนเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยบ้าง

กรุงเทพมหานครประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) รวม 3 เขต 13 แขวง คือ เขตหนองจอก 8 แขวง เขตสวนหลวง 3 แขวง และเขตคันนายาว 2 แขวง โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ลงนามในประกาศ วัตถุประสงค์คือเปิดทางให้ทุกหน่วยงานเข้าช่วยเหลือประชาชนได้เร็วขึ้น (ข้อมูล ณ วันที่ 26 กันยายน 2569)

เขต จำนวนแขวง รายชื่อแขวงที่ประกาศ
หนองจอก 8 แขวง กระทุ่มราย, หนองจอก, คลองสิบ, คลองสิบสอง, โคกแฝด, คู้ฝั่งเหนือ, ลำผักชี, ลำต้อยติ่ง
สวนหลวง 3 แขวง อ่อนนุช, พัฒนาการ, สวนหลวง
คันนายาว 2 แขวง รามอินทรา, คันนายาว

จะเห็นว่าพื้นที่ที่ถูกประกาศเกาะกลุ่มอยู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมีคลองสายหลักพาดผ่านหลายสาย เขตหนองจอกเป็นเขตที่ถูกประกาศครอบคลุมจำนวนแขวงมากที่สุดในการประกาศรอบนี้

ประกาศ “เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย” มีผลอะไรกับประชาชนในพื้นที่

ในทางปฏิบัติ ประกาศนี้คือการยืนยันสถานะทางราชการว่าพื้นที่นั้นประสบภัยจริง เพื่อให้หน่วยงานเข้าช่วยเหลือประชาชนได้เร็วขึ้นกว่าขั้นตอนปกติ ประเด็นสำคัญสำหรับประชาชนคือ ชื่อแขวงที่อยู่ในประกาศเป็นหลักฐานอ้างอิงตั้งต้นเวลาจะติดต่อขอความช่วยเหลือกับหน่วยงานในพื้นที่ ดังนั้นควรจดไว้ว่าบ้านหรือร้านของตัวเองอยู่ในแขวงใด และแขวงนั้นอยู่ในรายชื่อข้างบนหรือไม่

ส่วนรายละเอียดเงื่อนไข วงเงิน และเอกสารประกอบการขอรับความช่วยเหลือของ กทม. รอบนี้ ยังไม่มีการระบุไว้ในข่าวที่ตรวจสอบได้ในวันที่เขียน จึงไม่ควรเชื่อตัวเลขเยียวยาที่แชร์กันต่อโดยไม่มีแหล่งที่มา และควรรออ่านประกาศหลักเกณฑ์จากหน่วยงานโดยตรง

ถนนไหนน้ำท่วมขังบ้าง ต้องเลี่ยงเส้นทางอะไร

จุดน้ำท่วมขังบนถนนที่มีรายงาน ได้แก่ ถนนอ่อนนุช ซอย 59, ถนนสุวินทวงศ์, ถนนหลวงแพ่ง และถนนกิ่งแก้ว โดยระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 15-20 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระดับที่รถเก๋งทั่วไปยังพอผ่านได้ด้วยความระมัดระวัง แต่รถจักรยานยนต์ควรเลี่ยง (ข้อมูล ณ วันที่ 26 กันยายน 2569)

นอกจากนี้ยังมีรายงานจุดน้ำท่วมอีกชุดหนึ่งในช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 ซึ่งยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าอยู่ในเขตที่ประกาศอุทกภัยหรือไม่ และมีระดับน้ำสูงกว่ามาก โดยเฉพาะฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตและพหลโยธิน อย่างไรก็ดี ข้อมูลชุดหลังนี้ยังไม่สามารถยืนยันกับแหล่งข่าวต้นทางได้ 100% ในวันที่เขียนบทความ จึงขอระบุสถานะกำกับไว้ให้ชัดในตารางด้านล่าง เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็นตัวเลขที่ยืนยันแล้วเท่ากัน

จุด / เส้นทาง ระดับน้ำที่รายงาน สถานะข้อมูล
ถนนอ่อนนุช ซอย 59 15-20 ซม. ยืนยันจากรายงานข่าวที่ตรวจสอบได้
ถนนสุวินทวงศ์ 15-20 ซม. ยืนยันจากรายงานข่าวที่ตรวจสอบได้
ถนนหลวงแพ่ง 15-20 ซม. ยืนยันจากรายงานข่าวที่ตรวจสอบได้
ถนนกิ่งแก้ว 15-20 ซม. ยืนยันจากรายงานข่าวที่ตรวจสอบได้
ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า เฉลี่ย 30 ซม. บางจุดกว่า 1 เมตร รอการยืนยันจากแหล่งต้นทาง
ถนนพหลโยธิน บริเวณซอยบางบัว / พหลโยธิน 49/1 60 ซม. รอการยืนยันจากแหล่งต้นทาง
ชุมชนบางบัว 30-50 ซม. รอการยืนยันจากแหล่งต้นทาง
บริเวณใกล้ สน.ทุ่งสองห้อง 50 ซม. ถึง 1 เมตร รอการยืนยันจากแหล่งต้นทาง

รถเล็กผ่านได้ไหม และควรตัดสินใจอย่างไร

ในแหล่งข่าวที่ตรวจสอบได้ ไม่พบการประกาศ “ห้ามรถเล็กผ่าน” อย่างเป็นทางการในจุดใดโดยเฉพาะ จึงไม่ระบุรายการจุดห้ามรถเล็กในบทความนี้ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือดูจากระดับน้ำที่รายงานและสภาพจริงหน้างาน โดยหลักเกณฑ์ตัวเลขด้านล่างเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปที่กองบรรณาธิการประเมินเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์ที่หน่วยงานราชการประกาศอย่างเป็นทางการ แล้วใช้หลักง่าย ๆ ดังนี้

  1. น้ำระดับ 15-20 เซนติเมตร: รถยนต์ทั่วไปยังผ่านได้ แต่ควรใช้ความเร็วต่ำ เดินเบาคงที่ และเว้นระยะกับรถคันหน้า
  2. น้ำระดับ 30 เซนติเมตรขึ้นไป: เริ่มมีความเสี่ยงกับรถเก๋งเตี้ยและรถจักรยานยนต์ ถ้าเลี่ยงได้ให้เลี่ยง
  3. น้ำระดับ 50 เซนติเมตรถึง 1 เมตร: อย่าฝืนเข้าไป เพราะมองไม่เห็นหลุม ฝาท่อ หรือขอบทางใต้น้ำ และเสี่ยงน้ำเข้าเครื่องยนต์
  4. ถ้ามีเส้นทางเลี่ยงที่ระดับน้ำต่ำกว่า ให้เลือกเส้นทางเลี่ยงแม้จะอ้อมและใช้เวลามากกว่า

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีข้อควรระวังเพิ่มเติมเรื่องระบบไฟฟ้าแรงสูงและการยกลาก แนะนำอ่านขั้นตอนรับมือไว้ล่วงหน้าใน คู่มือเมื่อรถยนต์ไฟฟ้า EV จมน้ำท่วม เพราะเมื่อเกิดเหตุจริงมักไม่มีเวลาหาข้อมูล

เช็กจุดน้ำท่วมกรุงเทพฯ ก่อนออกจากบ้านได้จากที่ไหน

หลักการเช็กคือดูสองชั้น ชั้นแรกคือ “ฝนจะตกอีกไหม” จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ชั้นที่สองคือ “ตอนนี้ถนนเส้นที่จะใช้มีน้ำขังหรือยัง” จากรายงานสถานการณ์ของหน่วยงานกรุงเทพมหานครและรายงานข่าวที่อัปเดตรายชั่วโมง การดูอย่างเดียวชั้นใดชั้นหนึ่งมักทำให้พลาด เพราะฝนหยุดแล้วน้ำอาจยังขังอยู่หลายชั่วโมง

ลำดับที่ควรทำก่อนออกจากบ้านในช่วงนี้

  1. เปิดดูประกาศฝนตกหนักฉบับล่าสุดของ กรมอุตุนิยมวิทยา ที่ tmd.go.th เพื่อดูว่าวันนั้นยังอยู่ในช่วงผลกระทบหรือไม่ รอบนี้ประกาศฉบับที่ 8 (224/2569) ระบุผลกระทบถึงวันที่ 27 กันยายน 2569
  2. ตรวจว่าเส้นทางของตัวเองผ่านจุดที่มีรายงานน้ำท่วมขังในตารางด้านบนหรือไม่ และเตรียมเส้นทางสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งเส้น
  3. ติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้แจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองโดยตรง
  4. เช็กรายงานข่าวที่อัปเดตต่อเนื่องในช่วงเช้าและช่วงเลิกงาน เพราะสองช่วงนี้คือช่วงที่การจราจรกับน้ำขังชนกันพอดี
  5. ถ้าน้ำขังสูงในซอยบ้านตัวเอง ให้ถ่ายรูปและจดเวลาไว้ทุกครั้ง เป็นประโยชน์ทั้งกับการแจ้งหน่วยงานและการเคลมประกันภายหลัง

ข้อควรระวังคือภาพน้ำท่วมที่ส่งต่อกันในกลุ่มแชตมักไม่มีวันเวลากำกับ ทำให้ภาพเก่าถูกเข้าใจว่าเป็นสถานการณ์วันนี้ ก่อนแชร์ต่อควรดูว่ามีการระบุวันเวลาและสถานที่ชัดเจนหรือไม่

สิทธิเยียวยาและการขอความช่วยเหลือ ควรเตรียมอะไรไว้ตั้งแต่วันนี้

สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบตั้งแต่วันที่น้ำยังท่วม เพราะการพิสูจน์ความเสียหายย้อนหลังหลังน้ำลดทำได้ยากกว่ามาก ส่วนหลักเกณฑ์ วงเงิน และรายการเอกสารของการเยียวยารอบนี้ ยังไม่มีรายละเอียดระบุในข่าวที่ตรวจสอบได้ ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 จึงยังไม่ควรสรุปตัวเลขใด ๆ ล่วงหน้า

สิ่งที่ควรทำและเก็บไว้ก่อน

  • ถ่ายภาพและวิดีโอความเสียหายให้เห็นระดับน้ำเทียบกับจุดอ้างอิงในบ้าน เช่น ขอบประตูหรือปลั๊กไฟ พร้อมให้เห็นวันเวลาในไฟล์
  • จดบันทึกไทม์ไลน์ว่าน้ำเริ่มเข้าเวลาใด สูงสุดเท่าไร และลดลงเมื่อใด
  • รวบรวมเอกสารพื้นฐานที่มักถูกเรียกอยู่แล้วในการติดต่อราชการ เช่น บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ให้อยู่ในที่ปลอดภัยและถ่ายสำเนาดิจิทัลเก็บไว้
  • เก็บใบเสร็จค่าซ่อมหรือค่าเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสียหายทุกใบ
  • ติดต่อสำนักงานเขตในพื้นที่ที่อยู่ในรายชื่อแขวงตามประกาศ เพื่อสอบถามขั้นตอนที่เป็นทางการ

เพื่อให้เห็นภาพว่าการเยียวยาน้ำท่วมของภาครัฐมีรูปแบบและขั้นตอนอย่างไรโดยทั่วไป สามารถอ่านกรณีเกณฑ์ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ได้ที่ เกณฑ์รับเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท โดยต้องเข้าใจว่านั่นเป็นหลักเกณฑ์ของเหตุการณ์คนละรอบ ไม่ใช่การยืนยันว่ารอบนี้จะได้เงื่อนไขเดียวกัน

ถ้าฝนตกหนักซ้ำ ต้องเตรียมตัวและป้องกันความเสียหายอย่างไร

สิ่งที่หน่วยงานเตือนตรงที่สุดคือให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองยกของขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังฝนต่อเนื่องถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ขณะที่กรุงเทพมหานครกำลังเร่งระบายน้ำลงบึงหนองบอนและคลองสายหลัก ระหว่างนี้ความเสียหายส่วนใหญ่ในบ้านเรือนป้องกันได้ด้วยการจัดของและตัดไฟจุดเสี่ยงล่วงหน้า (ข้อมูล ณ วันที่ 26 กันยายน 2569)

เช็กลิสต์เตรียมพร้อมสำหรับ 1-2 วันข้างหน้า

  1. ยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และของมีค่าขึ้นที่สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมสูงสุดในพื้นที่
  2. ถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่อยู่ระดับพื้น และหลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กพ่วงวางกับพื้นในช่วงน้ำขัง
  3. ย้ายรถไปจุดที่สูงกว่าไว้ล่วงหน้า ดีกว่ารอให้น้ำขึ้นแล้วค่อยหาที่จอด เพราะรอบนี้มีรายงานรถยนต์และจักรยานยนต์เสียหายรวมประมาณ 30 คันในจุดที่น้ำสูง (เป็นข้อมูลชุดที่ยังรอการยืนยันจากแหล่งต้นทาง)
  4. เตรียมน้ำดื่ม ยาประจำตัว ไฟฉาย และพาวเวอร์แบงก์ให้พร้อมใช้ 1-2 วัน
  5. เก็บกวาดขยะและใบไม้หน้าบ้านที่อาจไปอุดตันท่อระบายน้ำและปากท่อในซอย
  6. วางแผนเดินทางเผื่อเวลาเพิ่ม และพิจารณาทำงานจากบ้านในวันที่มีประกาศฝนหนักหากงานเอื้อให้ทำได้

ในระดับนโยบาย ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้ดำเนิน 3 มาตรการเร่งด่วนรับมืออุทกภัย ซึ่งสะท้อนว่าสถานการณ์ฝนรอบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กรุงเทพฯ ผู้ที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดในช่วงนี้จึงควรเช็กประกาศของจังหวัดปลายทางเพิ่มด้วย

หมายเหตุเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูล: ตัวเลขระดับน้ำและจุดท่วมเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ข้อมูลในบทความนี้เป็นภาพช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2569 และรายการจุดท่วมฝั่งวิภาวดีรังสิต พหลโยธิน บางบัว และทุ่งสองห้อง เป็นชุดข้อมูลที่ยังยืนยันกับแหล่งต้นทางไม่ได้ครบถ้วน ควรตรวจสอบซ้ำกับรายงานล่าสุดก่อนนำไปใช้อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

น้ำท่วมหนองจอกวันนี้ (26 ก.ย. 2569) ล่าสุดสถานการณ์เป็นอย่างไร

เขตหนองจอกถูกกรุงเทพมหานครประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) รวม 8 แขวง หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ 25 กันยายน 2569 ถึงเช้า 26 กันยายน 2569 นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าคลองประเวศบุรีรมย์มีระดับน้ำสูงเกินเกณฑ์และเต็มความจุจนตัดขาดการสัญจรบางช่วง ระดับน้ำเปลี่ยนได้รายชั่วโมง ข้อมูลนี้เป็นภาพ ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

กทม. ประกาศเขตไหนเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยบ้างตอนนี้

ประกาศรวม 3 เขต 13 แขวง คือ เขตหนองจอก 8 แขวง (กระทุ่มราย หนองจอก คลองสิบ คลองสิบสอง โคกแฝด คู้ฝั่งเหนือ ลำผักชี ลำต้อยติ่ง) เขตสวนหลวง 3 แขวง (อ่อนนุช พัฒนาการ สวนหลวง) และเขตคันนายาว 2 แขวง (รามอินทรา คันนายาว) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงนามในประกาศเพื่อให้หน่วยงานเข้าช่วยเหลือประชาชนได้เร็วขึ้น

ถนนวิภาวดีรังสิตน้ำท่วมช่วงไหน รถเล็กผ่านได้ไหม

มีรายงานน้ำท่วมถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 ระดับเฉลี่ยประมาณ 30 เซนติเมตร และบางจุดกว่า 1 เมตร แต่ข้อมูลชุดนี้ยังยืนยันกับแหล่งต้นทางไม่ได้ 100% ในแหล่งข่าวที่ตรวจสอบได้ไม่พบประกาศห้ามรถเล็กผ่านอย่างเป็นทางการ จึงควรดูสภาพจริงหน้างานและเลี่ยงจุดที่น้ำสูงเกิน 30 เซนติเมตรตามแนวปฏิบัติทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่เกณฑ์ทางการ

เช็กจุดน้ำท่วมกรุงเทพฯ แบบเรียลไทม์ได้ที่ช่องทางไหนบ้าง

ควรเช็กสองชั้นคู่กัน คือประกาศฝนตกหนักฉบับล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ tmd.go.th เพื่อดูช่วงผลกระทบ และรายงานสถานการณ์จากช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรุงเทพมหานครกับสำนักงานเขตในพื้นที่สำหรับจุดน้ำขังบนถนน เสริมด้วยรายงานข่าวที่อัปเดตรายชั่วโมงในช่วงเช้าและช่วงเลิกงาน

ขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วมจาก กทม. ต้องทำอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง

หลักเกณฑ์ วงเงิน และรายการเอกสารของรอบนี้ยังไม่มีระบุในข่าวที่ตรวจสอบได้ ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 สิ่งที่ควรทำทันทีคือถ่ายภาพความเสียหายพร้อมวันเวลา จดไทม์ไลน์ระดับน้ำ เก็บใบเสร็จค่าซ่อม และเตรียมบัตรประชาชนกับทะเบียนบ้านให้พร้อม แล้วสอบถามขั้นตอนที่เป็นทางการกับสำนักงานเขตในพื้นที่ตามรายชื่อแขวงในประกาศ

ฝนจะตกหนักต่อเนื่องอีกกี่วัน น้ำท่วมหนองจอกจะลดลงเมื่อไหร่

กรุงเทพมหานครเตือนให้เฝ้าระวังฝนต่อเนื่องถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 สอดคล้องกับประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 8 (224/2569) ที่ระบุผลกระทบถึงวันเดียวกัน ส่วนเวลาที่น้ำจะลดยังไม่มีหน่วยงานใดระบุกรอบเวลาชัดเจน ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนที่ตกเพิ่มและการเร่งระบายน้ำลงบึงหนองบอนและคลองสายหลัก