เซลติก หรือที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นวัฒนธรรมและกลุ่ม民族ที่มีอิทธิพลในประวัติศาสตร์ยุโรป โดยเฉพาะในบริเวณเกาะบริเตนและไอร์แลนด์ แหล่งกำเนิดของเซลติกสามารถTraceได้กลับไปยังประมาณ 1000 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยหลักฐานจากการขุดค้นแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของกลุ่มประชาชนเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่ทำการเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์วัฒนธรรมเซลติกมีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งในเรื่องของภาษา ศิลปะ และศาสตร์การปกครองตั้งแต่สมัยโบราณ ภาษาที่ใช้ในกลุ่มเซลติกมีอยู่สองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มภาษาเกลิค และกลุ่มภาษาคอร์นวิช ในวันนี้ ภาษาของเซลติกที่ยังมีผู้ใช้กันอยู่จริง ๆ จะเป็นภาษาสก็อตส์เกลิค (Scottish Gaelic) และเวลช์ (Welsh) แต่ละภาษานั้นมีลักษณะเฉพาะที่ชวนให้ผู้สนใจได้ศึกษาเพิ่มเติมเพิ่มเติมจากนั้น เซลติกยังมีวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงซึ่งอธิบายถึงประวัติศาสตร์และคติชนเช่น โอซีน (Oisín) และตำนานของความรักในเทพเจ้าหญิงไทร์ไน (Tir Na nÓg) ที่ประกอบด้วยการเล่าเรื่องที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในส่วนของศิลปกรรม เซลติกถือเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์ ผู้คนสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยการใช้ลวดลายที่ซับซ้อน ร่วมกับสัญลักษณ์ที่มีความสำคัญกว่า เช่น วงจรแห่งชีวิตและตราประทับต่าง ๆ ที่จัดรูปแบบด้วยการทำงานไม้ แกะสลักหินหรือโลหะจากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเซลติกมีอิทธิพลต่อความคิดและวัฒนธรรมของยุโรป ในทางศาสนา และวรรณกรรม เช่น ความเชื่อในเกี่ยวกับจิตวิญญาณ และพยายามที่จะเชื่อมโยงกันผ่านธรรมชาตินั่นเองอีกด้านหนึ่งของเซลติกคือ กระแสเสียงทางการเมืองและสังคมที่ยังมีอิทธิพลในปัจจุบันอย่างต่อเนื่องในบางประเทศ เช่น สก็อตแลนด์และไอร์แลนด์ซึ่งยังคงรักษาวัฒนธรรมเซลติกและภาษาของตนไว้ ในขณะที่เกิดการฟื้นคืนของความสนใจในวัฒนธรรมดั้งเดิมโดยที่เซลติกไม่ใช่แค่คำที่อ้างอิงถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการศึกษาประวัติศาสตร์และการรักษาสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของลูกหลานชาวเซลติกในอารยะธรรมนานาชาติ ที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากกลุ่มอื่น ๆ ทั้งในเรื่องของความเชื่อและประเพณีที่สืบสานมาอย่างยาวนานอย่างต่อเนื่องจากการศึกษาเกี่ยวกับเซลติก เราจะพบว่าตัวตนที่สำคัญนอกจากด้านวัฒนธรรมแล้วยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการทำการเกษตรกรรมในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศและภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม เช่น ในที่ราบสูงของสก็อตแลนด์ไปจนถึงชายฝั่งของไอร์แลนด์ ที่ทำให้ประชากรสามารถอยู่ได้เป็นอย่างดีที่เกี่ยวข้องกับคุณค่าที่สร้างความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจในอดีต ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการส่งเสริมการพัฒนาและการค้นคว้าอย่างยั่งยืนในอนาคตที่สำคัญ