ภาพกราฟิกประกอบบทความสินเชื่อ AI นกกระซิบ บนแอปถุงเงิน โทนมืดนีออน แสดงสมาร์ทโฟนกับ QR code และป้ายวงเงินสินเชื่อ ไม่ใช่ภาพถ่ายเหตุการณ์จริง

สินเชื่อ AI นกกระซิบ คือการนำฟีเจอร์ AI บนแอปพลิเคชัน ถุงเงิน มาดึงข้อมูลยอดขายจริงของร้านค้ามาใช้เป็นข้อมูลเสริมประกอบการพิจารณาสินเชื่อ แทนที่จะต้องพึ่งเอกสารทางบัญชีแบบเดิมเพียงอย่างเดียว โดยเปิดตัวรอบใหม่เมื่อวันที่ 10-11 กันยายน 2569 มีธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสินเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อ และมี บสย. ค้ำประกันคู่ขนาน สำหรับตัวเลขที่ยืนยันแล้ว ธนาคารกรุงไทยให้วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี คงที่ในช่วง 2 ปีแรก ส่วนธนาคารออมสินให้วงเงินสูงสุด 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน (ข้อมูล ณ วันที่ 11 กันยายน 2569)

บทความนี้รวบรวมเฉพาะข้อมูลที่มีการยืนยันจากการเปิดตัวรอบล่าสุด ทั้งนิยามของโครงการ ข้อมูลที่ระบบนำมาใช้พิจารณา ตารางเปรียบเทียบวงเงินและดอกเบี้ยของสองธนาคาร เงื่อนไขการค้ำประกันของ บสย. ทั้งโครงการนาโนพลัสและเครดิตพลัส ไปจนถึงขั้นตอนการยื่นขอผ่านแอปถุงเงิน เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยเห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจ

สินเชื่อ AI นกกระซิบ คืออะไร และใครเป็นคนเปิดตัว

สินเชื่อ AI นกกระซิบ คือฟีเจอร์บนแอปถุงเงินที่ใช้ AI ดึงข้อมูลยอดขายจริงของร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อย มาเป็นข้อมูลเสริมประกอบการพิจารณาสินเชื่อ แทนการใช้เอกสารทางบัญชีแบบเดิมอย่างเดียว ส่วนการเปิดตัวรอบใหม่เกิดขึ้นในวันที่ 10-11 กันยายน 2569 โดยมีกระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และ บสย.

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดตัวรอบนี้ ได้แก่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ธนาคารกรุงไทย โดยนายผยง ศรีวณิช, ธนาคารออมสิน โดยนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รวมถึงกระทรวงการคลังและสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

ชื่อ “นกกระซิบ” สื่อถึงบทบาทของระบบที่คอย “กระซิบ” ข้อมูลพฤติกรรมการค้าขายจริงให้ธนาคารรับรู้ ทำให้ร้านค้าที่ไม่มีงบการเงินเป็นทางการ แต่มีรายรับเข้าบัญชีสม่ำเสมอ มีโอกาสถูกมองเห็นในระบบสินเชื่อมากขึ้น หากคุณยังไม่คุ้นกับตัวฟีเจอร์นี้ สามารถอ่านภาพรวมเบื้องต้นได้ที่บทความ รู้จัก AI นกกระซิบ บนแอปถุงเงิน ก่อน แล้วค่อยกลับมาดูรายละเอียดวงเงินรอบล่าสุดในบทความนี้

AI นกกระซิบ ใช้ข้อมูลอะไรพิจารณาสินเชื่อ และต่างจากสินเชื่อทั่วไปอย่างไร

ระบบจะใช้ข้อมูลการค้าขายที่เกิดขึ้นจริงบนแอปถุงเงินเป็นตัวตั้ง ได้แก่ ยอดเงินเข้าบัญชี ประวัติการรับชำระเงินผ่าน QR และยอดขายจากโครงการภาครัฐ ความต่างจากสินเชื่อแบบเดิมคือ ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีเอกสารทางบัญชีครบถ้วนเพียงอย่างเดียวจึงจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้

ข้อมูลที่ระบบนำมาใช้ประกอบการพิจารณา

  • ยอดเงินเข้าบัญชี ของร้านค้าที่เกิดขึ้นจริงในระบบ
  • ประวัติการรับชำระเงินผ่าน QR ซึ่งสะท้อนความสม่ำเสมอของการขาย
  • ยอดขายจากโครงการภาครัฐ เช่น ไทยช่วยไทย พลัส และ คนละครึ่ง พลัส

ข้อมูลชุดนี้ทำงานได้ก็ต่อเมื่อร้านค้ารับเงินผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ร้านที่ยังรับเงินสดเป็นหลักจึงแทบไม่มีรอยเท้าทางการเงินให้ระบบอ่าน หากยังไม่เคยตั้งช่องทางรับเงินแบบสแกนจ่าย ลองดูวิธีเริ่มต้นได้จากคู่มือ วิธีสร้าง QR พร้อมเพย์รับเงิน ซึ่งช่วยให้ยอดขายถูกบันทึกเป็นข้อมูลตั้งแต่วันแรก

ต่างจากการยื่นขอสินเชื่อแบบเดิมตรงไหน

สินเชื่อแบบเดิมมักเริ่มจากเอกสาร เช่น งบการเงิน สลิปเงินเดือน หรือรายการเดินบัญชีย้อนหลังที่ต้องรวบรวมเอง ขณะที่แนวทางนี้ให้ข้อมูลที่ร้านสร้างไว้แล้วในแอปเป็นตัวเล่าเรื่องแทน ลดภาระการเตรียมเอกสารของผู้ประกอบการรายย่อยที่มักไม่มีฝ่ายบัญชี

อย่างไรก็ตาม การมีข้อมูลยอดขายในระบบ ไม่ได้เท่ากับการอนุมัติสินเชื่อโดยอัตโนมัติ ผลการพิจารณายังขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร ข้อมูลจาก AI นกกระซิบเป็นเพียงข้อมูลเสริมประกอบการพิจารณาเท่านั้น ผู้ยื่นขอจึงควรวางแผนการเงินโดยไม่ตั้งสมมติฐานว่าจะได้รับวงเงินสูงสุดเสมอไป

วงเงินและดอกเบี้ยจากธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสิน

รอบเปิดตัวนี้มีสองธนาคารที่ยืนยันเงื่อนไขแล้ว คือธนาคารกรุงไทย วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี คงที่ในช่วง 2 ปีแรก และธนาคารออมสิน วงเงินสูงสุด 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ทั้งสองโครงการออกแบบมาคนละขนาดธุรกิจ จึงเหมาะกับผู้ประกอบการคนละกลุ่ม ไม่ใช่ทางเลือกที่ใช้แทนกันตรงๆ

รายการ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน
วงเงินสูงสุด 3,000,000 บาท 50,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี 0.75% ต่อเดือน
เงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย คงที่ในช่วง 2 ปีแรก –
หลักประกัน ตามเงื่อนไขทั่วไปของโครงการ: ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่ต้องมีหลักประกัน
ช่องทางยื่นขอ แอปพลิเคชันถุงเงิน แอปพลิเคชันถุงเงิน

ข้อมูล ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 เงื่อนไขทั่วไปของโครงการระบุว่า ไม่ต้องมีหลักประกันและไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ความต่างหลักอยู่ที่ขนาดวงเงินและวิธีคิดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งฝั่งหนึ่งประกาศเป็นต่อปีและอีกฝั่งประกาศเป็นต่อเดือน ผู้ที่กำลังเปรียบเทียบจึงควรคำนวณภาระผ่อนต่อเดือนบนวงเงินที่ตัวเองจะใช้จริง แล้วดูว่ารูปแบบไหนสอดคล้องกับรอบหมุนเงินของร้านมากกว่ากัน เงื่อนไขทั้งหมดอาจปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต ควรตรวจสอบกับธนาคารก่อนยื่นทุกครั้ง

บสย. ค้ำประกันคู่ขนาน นาโนพลัส และ เครดิตพลัส

บสย. เข้ามาเสริมด้วยการค้ำประกันคู่ขนาน 2 โครงการ ภายใต้แนวคิด “เติมทุน สร้างโอกาส ปลดล็อก SMEs เข้าถึงสินเชื่อ” คือ นาโนพลัส สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย วงเงินรวมโครงการ 500 ล้านบาท และ เครดิตพลัส สำหรับ Micro และ SMEs วงเงินรวมโครงการ 5,000 ล้านบาท การค้ำประกันช่วยลดความเสี่ยงฝั่งผู้ให้กู้ ทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีหลักทรัพย์มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

รายการ นาโนพลัส เครดิตพลัส
กลุ่มเป้าหมาย พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย Micro และ SMEs
วงเงินรวมโครงการ 500 ล้านบาท 5,000 ล้านบาท
วงเงินค้ำประกันต่อราย 5,000-50,000 บาท 10,000 บาท – 100 ล้านบาท
ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 1-2.5% ต่อปี เริ่มต้น 2% ต่อปี
ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 4 ปี 10 ปี

ข้อมูล ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 ทั้งสองโครงการมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติมคือ ฟรีค่าธรรมเนียมช่วงแรก และฟรีค่าออกหนังสือค้ำประกันสินเชื่อถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผู้ที่วางแผนจะยื่นขอในช่วงนี้จึงควรตรวจสอบกรอบเวลาดังกล่าวประกอบการตัดสินใจ เพราะเป็นสิทธิพิเศษที่ระบุวันสิ้นสุดไว้ชัดเจน

ใครสมัครได้ และขั้นตอนยื่นขอผ่านแอปถุงเงิน

กลุ่มเป้าหมายของโครงการคือผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า SME และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ใช้แอปถุงเงินอยู่แล้ว เงื่อนไขทั่วไปที่ประกาศไว้คือ ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และยื่นขอผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินเป็นช่องทางหลัก

  1. เปิดแอปพลิเคชันถุงเงิน และตรวจสอบว่าข้อมูลร้านค้าของคุณเป็นปัจจุบัน
  2. รับชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบมีข้อมูลยอดขายจริงประกอบการพิจารณา
  3. ยื่นขอผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินตามขั้นตอนที่แอปกำหนด
  4. ตรวจสอบวงเงิน อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขของแต่ละธนาคารให้ครบก่อนกดยืนยัน
  5. ยืนยันการยื่นขอ แล้วรอผลการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของธนาคารนั้นๆ
  6. หากเข้าเงื่อนไขโครงการค้ำประกันของ บสย. ให้ตรวจสอบค่าธรรมเนียมและระยะเวลาค้ำประกันควบคู่กันไปด้วย

สำหรับร้านที่ยอดขายส่วนหนึ่งมาจากโครงการภาครัฐ ข้อมูลในส่วนนี้จะถูกนับรวมเป็นข้อมูลประกอบด้วย ใครที่ยังไม่แน่ใจว่าร้านตัวเองเข้าเกณฑ์โครงการรัฐข้อไหนบ้าง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ เช็คเงื่อนไขไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ เพื่อดูว่าตนเองอยู่ในกลุ่มที่มีข้อมูลยอดขายในระบบหรือยัง

ข้อควรระวังสุดท้าย คือ ไม่มีธนาคารใดรับประกันผลอนุมัติล่วงหน้า และไม่ควรหลงเชื่อผู้ที่อ้างว่าสามารถเร่งอนุมัติหรือรับรองผลได้ เพราะการยื่นขอทั้งหมดทำผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินโดยตรง ไม่ต้องผ่านนายหน้าหรือจ่ายค่าดำเนินการให้บุคคลภายนอก

FAQ

สินเชื่อ AI นกกระซิบ คืออะไร

เป็นฟีเจอร์บนแอปพลิเคชันถุงเงินที่ดึงข้อมูลยอดขายจริงของร้านค้ามาใช้เป็นข้อมูลเสริมประกอบการพิจารณาสินเชื่อ แทนการใช้เอกสารทางบัญชีแบบเดิมอย่างเดียว เปิดตัวรอบใหม่เมื่อวันที่ 10-11 กันยายน 2569 โดยกระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และ บสย.

สมัครสินเชื่อ AI นกกระซิบ ได้ที่ไหน

ยื่นขอผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้โดยตรง ไม่ต้องมีหลักประกันและไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ข้อมูล ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 ไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้าหรือจ่ายค่าดำเนินการให้บุคคลภายนอกแต่อย่างใด

วงเงินและดอกเบี้ยของกรุงไทยกับออมสินต่างกันอย่างไร

ข้อมูล ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 ธนาคารกรุงไทยให้วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี คงที่ในช่วง 2 ปีแรก ส่วนธนาคารออมสินให้วงเงินสูงสุด 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ทั้งสองโครงการออกแบบมาสำหรับขนาดธุรกิจที่ต่างกัน ผู้ยื่นขอควรเทียบกับความต้องการใช้เงินจริงของตนเอง

AI นกกระซิบ ใช้ข้อมูลอะไรบ้างในการพิจารณา

ใช้ยอดเงินเข้าบัญชี ประวัติการรับชำระเงินผ่าน QR และยอดขายจากโครงการภาครัฐ เช่น ไทยช่วยไทย พลัส และคนละครึ่ง พลัส ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเสริมประกอบการพิจารณา ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ

บสย. ค้ำประกันให้เท่าไร และฟรีค่าธรรมเนียมถึงเมื่อไร

ข้อมูล ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 โครงการนาโนพลัสค้ำประกันต่อราย 5,000-50,000 บาท ค่าธรรมเนียม 1-2.5% ต่อปี ระยะเวลาสูงสุด 4 ปี ส่วนเครดิตพลัสค้ำประกันต่อราย 10,000 บาท ถึง 100 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 2% ต่อปี ระยะเวลาสูงสุด 10 ปี โดยมีสิทธิพิเศษฟรีค่าธรรมเนียมช่วงแรกและฟรีค่าออกหนังสือค้ำประกันสินเชื่อถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569

ต้องมีหลักประกันหรือคนค้ำประกันหรือไม่

เงื่อนไขทั่วไปที่ประกาศไว้ระบุว่าไม่ต้องมีหลักประกัน และไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า โดยมี บสย. เข้ามาค้ำประกันคู่ขนานผ่านโครงการนาโนพลัสและเครดิตพลัส ข้อมูล ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 ทั้งนี้ผลการพิจารณายังขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร