บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง  Windows 11 อืดอย่าเพิ่งเปลี่ยนเครื่อง ! Microsoft แนะวิธีง่าย ๆ ปิด Startup Apps ที่ไม่ใช้ เครื่องลื่นขึ้นกันนะคะ  สำหรับใครที่ใช้คอมพิวเตอร์แล้วเจอกับปัญหา เปิดเครื่องช้า โปรแกรมเด้งขึ้นมาพร้อมกันเพียบ หรือรู้สึกว่า Windows 11 เริ่มอืดกว่าตอนซื้อใหม่ ?  ก่อนจะรีบเสียเงินอัปเกรดคอมพิวเตอร์ ลองเช็ก “Startup Apps” กันก่อนนะคะ เพราะแอปที่ถูกตั้งค่าให้ทำงานอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ Windows สามารถเพิ่มภาระให้กับกระบวนการเริ่มต้นระบบและทำงานเบื้องหลังได้นั่นเองค่ะ  พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันต่อเลยค่ะ

 

Windows 11 อืดอย่าเพิ่งเปลี่ยนเครื่อง ! Microsoft แนะวิธีง่าย ๆ ปิด Startup Apps ที่ไม่ใช้ เครื่องลื่นขึ้น

 

 

 

Microsoft แนะนำให้ผู้ใช้ปิดแอปที่ไม่จำเป็นต้องเปิดพร้อมเครื่อง เพื่อช่วยลดเวลาในการเริ่มต้นระบบและลดกิจกรรมเบื้องหลัง ซึ่งอาจช่วยให้การใช้งานโดยรวมคล่องตัวขึ้น

 

Startup Apps คืออะไร ?

Startup Apps คือโปรแกรมที่ Windows ตั้งค่าให้เปิดหรือเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติหลังผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ เช่น แอปสื่อสาร โปรแกรมซิงก์ไฟล์ โปรแกรมจัดการอุปกรณ์ หรือแอปอื่น ที่ติดตั้งไว้  ยิ่งมีหลายแอปทำงานพร้อมกัน ก็ยิ่งมีโอกาสเพิ่มภาระให้กับเครื่องในช่วงเริ่มต้นระบบโดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่มีทรัพยากรจำกัด

 

วิธีปิด Startup Apps ตามคำแนะนำของ Microsoft

ทำได้ง่าย โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริม

วิธีที่ 1: ผ่าน Settings

  1. เปิด Start > Settings
  2. เลือก Apps > Startup
  3. ดูรายชื่อแอปที่เปิดทำงานพร้อม Windows
  4. เปลี่ยนสวิตช์ของแอปที่ไม่จำเป็นจาก On เป็น Off

Microsoft ระบุว่าแอปที่ลงทะเบียนเป็น Startup สามารถเปิดหรือปิดการทำงานอัตโนมัติได้จากหน้านี้โดยตรง

 

วิธีที่ 2: ผ่าน Task Manager

  1. คลิกขวาที่ปุ่ม Start
  2. เลือก Task Manager
  3. เลือก Startup apps
  4. คลิกแอปที่ไม่จำเป็น
  5. เลือก Disable

ข้อดีของ Task Manager คือสามารถดูระดับผลกระทบของแต่ละแอปต่อการเริ่มต้นระบบได้ด้วย ตั้งแต่ Low, Medium ไปจนถึง High Impact โดย Microsoft ใช้ข้อมูลการใช้ CPU และดิสก์เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผลกระทบดังกล่าว

 

แต่ไม่ควรปิดทุกแอป !

การเห็นชื่อแอปใน Startup Apps ไม่ได้หมายความว่าทุกตัวเป็นตัวการทำให้เครื่องช้าและไม่ควรสุ่มปิดโปรแกรมที่ไม่รู้จักนะคะ

หลักง่าย คือ ปิดเฉพาะแอปที่รู้ว่าไม่จำเป็นต้องเปิดทันทีหลังเข้าสู่ Windows เช่น โปรแกรมที่เราเปิดใช้งานเป็นครั้งคราว ส่วนโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับไดรเวอร์ อุปกรณ์ หรือฟังก์ชันสำคัญของระบบ ควรตรวจสอบก่อนปิดด้วยค่ะ

ที่สำคัญ การ Disable ไม่ได้ลบโปรแกรมออกจากเครื่อง แต่เป็นการป้องกันไม่ให้โปรแกรมนั้นเปิดขึ้นมาเองตอนเริ่มต้นระบบ หากต้องการใช้งานภายหลัง ก็ยังสามารถเปิดโปรแกรมด้วยตัวเองได้นะคะ

 

ถ้าปิดแล้ว Windows ยังอืด ควรทำอย่างไร ?

Startup Apps เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ หากปิดแอปแล้วเครื่องยังช้า Microsoft ยังแนะนำแนวทางอื่น เช่น ถอนการติดตั้งแอปที่ไม่ได้ใช้ ลดกิจกรรมเบื้องหลัง และตรวจสอบปัจจัยด้านพื้นที่จัดเก็บหรือการทำงานของระบบเพิ่มเติมค่ะ

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบ Windows Update ให้เป็นปัจจุบัน เพราะ Microsoft ระบุว่าการอัปเดต Windows ช่วยให้ได้รับการแก้ไขและปรับปรุงด้านความปลอดภัยและการทำงานของระบบอย่างต่อเนื่องนะคะ

หากสงสัยว่าเครื่องช้าจากโปรแกรมหรือบริการที่ทำงานเบื้องหลังมากผิดปกติ Microsoft ยังมีวิธี Clean Boot ซึ่งจะเริ่ม Windows ด้วยไดรเวอร์และโปรแกรมเริ่มต้นที่จำเป็น เพื่อช่วยแยกหาสาเหตุของปัญหาได้ แต่ขั้นตอนนี้เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาเชิงลึกมากกว่าการปรับStartup Apps ทั่วไปนะคะ

จะเห็นได้ว่า หาก Windows 11 อืด ไม่ได้แปลว่าต้องเปลี่ยนเครื่องเสมอไปนะคะ ลองเริ่มจากสิ่งง่าย อย่างการตรวจสอบ Startup Apps และปิดเฉพาะโปรแกรมที่ไม่จำเป็นต้องเปิดพร้อมWindows ก่อนค่ะ วิธีนี้ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม ไม่ต้องแก้ Registry และสามารถย้อนกลับมาเปิดใช้งาน Startup ของแอปได้ภายหลังอีกด้วยค่ะ เพียงไม่กี่คลิกอาจช่วยลดภาระตอนเปิดเครื่องได้นะคะ  ดังนั้นก่อนจะเสียเงินซื้อคอมใหม่ ลองเช็ก Startup Apps กันก่อนนะคะ

 

 

 

 

 

ที่มา : Microsoft Support