ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีมติเห็นชอบโอน ฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงพลังงาน โดยการแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งตรงกับวันเริ่มปีงบประมาณของราชการไทย จุดที่หลายคนสนใจคือเจ้าตัวเติบโตมาจากสายงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ใช่สายพลังงานโดยตรง บทความนี้รวบรวมประวัติ เส้นทางราชการ ไทม์ไลน์การแต่งตั้ง และภารกิจที่รออยู่ข้างหน้า จากรายงานข่าวมติ ครม. (ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2569)
ฉันทานนท์ วรรณเขจร คือใคร เป็นใครมาก่อน
ฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นข้าราชการพลเรือนระดับสูงที่เติบโตมาจากสายงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนย้ายมาอยู่ในตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งล่าสุดก่อนได้รับการโอนไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน จึงถือเป็นการก้าวขึ้นตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายข้าราชการประจำแบบข้ามสายกระทรวง
ประวัติการศึกษาของฉันทานนท์ วรรณเขจร
พื้นฐานการศึกษาของปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่อยู่ในสายบัญชีและบริหารธุรกิจ ไม่ใช่สายวิศวกรรมพลังงาน ซึ่งสะท้อนแนวถนัดด้านการบริหารและตัวเลขเศรษฐกิจมากกว่างานเทคนิค รายละเอียดที่ปรากฏในรายงานข่าวมีดังนี้
- ปริญญาตรี บัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (ระหว่างปี 2532-2536)
- ประกาศนียบัตรหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับการบริหารธุรกิจ (ระหว่างปี 2538-2539)
- ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) จาก University of New Hampshire สหรัฐอเมริกา (ระหว่างปี 2539-2540)
เส้นทางราชการก่อนขึ้นเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน
เส้นทางราชการของเจ้าตัวผูกอยู่กับงานเศรษฐกิจภาคเกษตรเป็นหลัก ก่อนขยับมาสู่ตำแหน่งระดับนโยบายกลางที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งสำคัญที่ปรากฏในรายงานข่าว ได้แก่
- ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. หน่วยงานที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลและเสนอนโยบายเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ
- ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งก่อนหน้าการโอนย้ายครั้งนี้
ประสบการณ์ในสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรทำให้เจ้าตัวคุ้นเคยกับงานวิเคราะห์ข้อมูล ราคาสินค้า และการจัดทำนโยบายที่กระทบต้นทุนของประชาชนโดยตรง ซึ่งเป็นทักษะที่ใช้ต่อยอดได้กับงานพลังงานที่ต้องบริหารสมดุลระหว่างต้นทุนเชื้อเพลิงกับภาระค่าครองชีพ อย่างไรก็ตามงานพลังงานมีมิติทางเทคนิคและสัญญาระยะยาวที่ต่างออกไป จึงต้องติดตามว่าการปรับตัวในกระทรวงใหม่จะเป็นอย่างไร
ครม. มีมติแต่งตั้งเมื่อไหร่ และมีผลวันไหน
มติแต่งตั้งเกิดขึ้นในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล และกำหนดให้มีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันเริ่มปีงบประมาณ ทั้งนี้เป็นข้อมูลตามรายงานข่าวมติ ครม. ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2569 หากมีการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนประกาศอย่างเป็นทางการ ควรยึดประกาศของทางราชการเป็นหลัก
| ขั้นตอน | วันที่ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ครม. มีมติเห็นชอบ | 18 สิงหาคม 2569 | ที่ประชุม ครม. ที่ทำเนียบรัฐบาล เห็นชอบโอนฉันทานนท์ วรรณเขจร ไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน |
| วันที่มีผล | 1 ตุลาคม 2569 | เริ่มปฏิบัติหน้าที่ปลัดกระทรวงพลังงานอย่างเป็นทางการ |
โยกย้ายลอตเดียวกันมีใครขยับบ้าง
การประชุม ครม. วันเดียวกันไม่ได้พิจารณาเฉพาะตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน แต่ยังอนุมัติการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงอีกหลายตำแหน่ง โดยทั้งหมดมีผลพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ได้แก่ การโยกย้าย อรวรรณ คงธนขันติธร จากที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ. ไปเป็นรองเลขาธิการ ก.พ. และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขระดับสูงพร้อมกัน 6 ตำแหน่ง ตามรายงานข่าวมติ ครม. ดังนี้
- นายสราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไปเป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
- นายณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ ไปเป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
- นายวีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปเป็นอธิบดีกรมการแพทย์
- นายธิติ แสวงธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ไปเป็นอธิบดีกรมอนามัย
- นายอดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ไปเป็นอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
- น.ส.อุไรวรรณ จำนรรจ์สิริ สาธารณสุขนิเทศก์ ระดับทรงคุณวุฒิ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง
นอกจากนี้ในการประชุมวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีในช่วงวันที่ 17-22 สิงหาคม 2569 ระหว่างเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยเรื่องงบประมาณยังต้องรอความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีก่อน สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวการเปลี่ยนตัวผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงอื่น สามารถอ่านเทียบเคียงได้จากกรณี ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดคมนาคมคนใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านในลักษณะเดียวกัน
ตำแหน่งเดิม vs ตำแหน่งใหม่ ต่างกันอย่างไร
ความต่างสำคัญคือขอบเขตงาน ตำแหน่งเดิมเป็นตำแหน่งระดับนโยบายในสำนักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้บังคับบัญชาสายงานปฏิบัติขนาดใหญ่ ขณะที่ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นหัวหน้าฝ่ายข้าราชการประจำของกระทรวง ต้องดูแลกลไกบริหารทั้งกระทรวงและงานที่กระทบต้นทุนพลังงานของทั้งประเทศ ตารางด้านล่างสรุปโดยเทียบจากชื่อตำแหน่งและโครงสร้างราชการทั่วไป ส่วนข้อมูลการแต่งตั้งอ้างอิงรายงานข่าวมติ ครม.
| ประเด็น | ตำแหน่งเดิม | ตำแหน่งใหม่ |
|---|---|---|
| ชื่อตำแหน่ง | ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี | ปลัดกระทรวงพลังงาน |
| หน่วยงาน | สำนักนายกรัฐมนตรี | กระทรวงพลังงาน |
| ช่วงเวลา | ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 | ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 |
| ลักษณะงานหลัก | งานให้ความเห็นและสนับสนุนเชิงนโยบายระดับสำนักนายกรัฐมนตรี | หัวหน้าข้าราชการประจำของกระทรวง ดูแลการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานทั้งระบบ |
| สายงานที่เติบโตมา | สายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยเป็นเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ | |
ภารกิจเร่งด่วนของปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่คืออะไร
ภารกิจที่รออยู่มี 4 เรื่องหลักตามที่รายงานข่าวระบุ ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงานและการจัดหาเชื้อเพลิง ค่าไฟและต้นทุนพลังงานของประชาชนกับภาคธุรกิจ ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูล และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดพร้อมการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติเหลว ทั้งหมดเป็นโจทย์ที่เชื่อมโยงกันและตัดสินใจแยกส่วนไม่ได้
นโยบายราคาพลังงานและค่าไฟ
เรื่องต้นทุนพลังงานเป็นประเด็นที่ประชาชนรับรู้เร็วที่สุด เพราะสะท้อนผ่านบิลค่าไฟและราคาน้ำมันหน้าปั๊มโดยตรง งานของกระทรวงจึงต้องบาลานซ์ระหว่างการดูแลค่าครองชีพกับความยั่งยืนของกองทุนและโครงสร้างราคา ผู้อ่านที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวฝั่งค่าใช้จ่ายจริง สามารถดูรายละเอียดค่าไฟอัตราใหม่และสิทธิที่ทุกบ้านได้รับ และเช็กราคาน้ำมันวันนี้ก่อนเติม ควบคู่กันไป
ทิศทางพลังงานสะอาดและการบริหาร LNG
อีกโจทย์คือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่ต้องเดินไปพร้อมกับความมั่นคงของระบบไฟฟ้า การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG เป็นตัวแปรสำคัญเพราะเชื่อมกับต้นทุนค่าไฟโดยตรง ขณะเดียวกันความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center ที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้การวางแผนกำลังผลิตต้องละเอียดกว่าเดิม เพราะเป็นความต้องการที่มาเร็วและกระจุกตัวในบางพื้นที่
ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างไร ต้องรู้อะไรบ้าง
ในระยะสั้นการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันหรือค่าไฟเปลี่ยนทันที เพราะราคาพลังงานถูกกำหนดผ่านกลไกคณะกรรมการและมติระดับนโยบาย ไม่ได้ขึ้นกับปลัดกระทรวงเพียงคนเดียว สิ่งที่จะเห็นผลคือทิศทางการผลักดันงานภายในกระทรวงและลำดับความสำคัญของแผนงานในปีงบประมาณใหม่ ซึ่งต้องประเมินจากผลงานจริงหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2569
สิ่งที่ประชาชนควรทำคือติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แทนการคาดเดาจากข่าวโยกย้ายเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างค่าไฟ มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และแผนจัดหาเชื้อเพลิงระยะกลาง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายรายเดือนของครัวเรือนมากกว่าตัวบุคคลที่นั่งเก้าอี้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉันทานนท์ วรรณเขจร
คำถามที่ถูกถามมากที่สุดเกี่ยวกับการแต่งตั้งครั้งนี้คือประวัติและการศึกษาของฉันทานนท์ วรรณเขจร รวมถึงวันที่การแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงพลังงานมีผลจริง นอกจากนี้ยังมีคำถามเรื่องผลกระทบต่อราคาน้ำมันและค่าไฟ ซึ่งคำตอบสรุปไว้ในหัวข้อย่อยด้านล่าง
ฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นใคร
เป็นข้าราชการพลเรือนระดับสูงที่เติบโตจากสายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนหน้าการแต่งตั้งครั้งนี้ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เริ่มดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานเมื่อไหร่
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 และการแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่
ฉันทานนท์ วรรณเขจร จบการศึกษาจากที่ไหน
จบปริญญาตรีบัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ระหว่างปี 2532-2536 ผ่านหลักสูตรประกาศนียบัตรภาษาอังกฤษสำหรับการบริหารธุรกิจ ระหว่างปี 2538-2539 และจบปริญญาโท MBA จาก University of New Hampshire สหรัฐอเมริกา ระหว่างปี 2539-2540
การเปลี่ยนปลัดกระทรวงพลังงานกระทบราคาน้ำมันและค่าไฟหรือไม่
ราคาพลังงานถูกกำหนดผ่านกลไกคณะกรรมการและมติระดับนโยบาย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปลัดกระทรวงเพียงคนเดียว การเปลี่ยนตัวจึงไม่ได้ทำให้ราคาเปลี่ยนทันที สิ่งที่ควรติดตามคือประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องโครงสร้างค่าไฟและมาตรการช่วยเหลือที่จะออกมาในแต่ละช่วง
มีข้าราชการคนอื่นถูกโยกย้ายในมติ ครม. รอบเดียวกันหรือไม่
มี โดยรายงานข่าวมติ ครม. วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ระบุการโยกย้าย อรวรรณ คงธนขันติธร ไปเป็นรองเลขาธิการ ก.พ. และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขระดับสูงอีก 6 ตำแหน่ง ทั้งหมดมีผลพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
ภารกิจแรกที่ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ต้องเร่งทำคืออะไร
ตามที่รายงานข่าวระบุ ภารกิจหลักคือความมั่นคงทางพลังงานและการจัดหาเชื้อเพลิง การดูแลค่าไฟและต้นทุนพลังงานของประชาชนกับภาคธุรกิจ การรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูล และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดพร้อมการบริหารจัดการ LNG
