บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง 5 เทคนิคเดินทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้ากันนะคะ ใกล้เทศกาลหยุดยาวทีไร หลายคนเริ่มวางแผนที่จะเดินทางไปเที่ยวกัน แต่บางบ้านก็มีรถยนต์ไฟฟ้าแค่คันเดียว ทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่าอยากเดินทางไปต่างจังหวัด แต่ก็กลัวแบตหมดกลางทางบ้าง กลัวตู้ชาร์จเต็มบ้าง ไม่ต้องกังวลกันนะคะ พร้อมแล้วตามมาดูกันเลยค่ะว่า 5 เทคนิคเดินทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าจะมีอะไรกันบ้างนะคะ
5 เทคนิคเดินทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้า

1. โหลดแอปฯ ให้ครบ “เติมเงิน” ให้พร้อม
สิ่งแรกที่คนใช้รถไฟฟ้าคุณเคยคือ การมีแอปฯ สำหรับชาร์จไฟ หากอยากรอดจะต้องท่องไว้ว่า “อย่ามีแอปฯ เดียว” ในไทยมีผู้ให้บริการหลายเจ้า (PEA Volta, EV Station PluZ, EA Anywhere, EleX, Evolt ฯลฯ) โหลดมาให้หมด สมัครสมาชิก และที่สำคัญ “เติมเงิน หรือผูกบัตรเครดิตให้เรียบร้อย” เพราะบางจุดสัญญาณเน็ตไม่ดี ถ้าไปยืนโหลดแอปฯ หรือรอกดโอนเงินหน้าตู้ เสียเวลาเราและกดดันคันหลังเปล่าๆ
2. หาแผนสำรองจุดชาร์จล่วงหน้า
การวางแผนเส้นทางคือหัวใจสำคัญ ให้ใช้แอปฯ อย่าง PlugShare หรือ Google Maps ดูจุดชาร์จล่วงหน้า แนะนำว่าอย่าปักหมุดแค่ตู้เดียวแล้วหวังน้ำบ่อหน้า ให้หา “สถานีสำรอง” ในระยะ 20-30 กิโลเมตรถัดไปไว้เสมอ เผื่อตู้แรกเสีย ตู้เต็ม หรือคิวยาวเหยียด เราจะได้มูฟไปต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องลุ้นจนเหงื่อตก
3. อย่ารอให้แบตแดง
เลิกนิสัยขับน้ำมันที่ไฟเตือนแล้วค่อยหาปั๊ม สำหรับรถ EV “เหลือ 20-30% คือต้องชาร์จแล้ว” ้เพราะถ้าเกินไฟฟ้าต่ำแล้วปล่อยเลยไปอาจจะทำให้คุณกินข้าวลิงข้างทางได้ และควรจะเลี้ยงไฟไว้สัก 40% และควรเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น รถติดหนักบนเขา หรือตู้ชาร์จเสีย เราจะได้มีไฟพอวิ่งไปหาตู้ถัดไป การลากจนเหลือเลขตัวเดียว (Single Digit) คือความเสี่ยงระดับวิกฤตที่ทำให้คุณกลายเป็นผู้ประสบภัยได้ง่ายๆ
4. เจอตู้ DC ชาร์จแค่ 80% พอ
สาเหตุหลักของดราม่าหน้าตู้! จำไว้ว่าการชาร์จเร็ว (DC) แบตเตอรี่จะรับไฟได้เร็วมากในช่วง 0-80% แต่พอเกิน 80% ปุ๊บ ระบบจะลดกระแสไฟลงเพื่อถนอมแบตทำให้ชาร์จไฟได้ช้ามาก ถ้ามีคิวรอต่อ แนะนำให้ “ถอดหัวชาร์จเมื่อถึง 80-85%” แล้วออกเดินทางต่อเลยครับ เพราะการรอจาก 80% ไป 100% อาจใช้เวลาเท่ากับชาร์จคันใหม่ได้อีกคันเลยนะ แบ่งๆ กันใช้ ใจเขาใจเรา
5. คิดเผื่อเรื่องเวลาการจองไวด้วย
สุดท้ายว่าในเรื่องขจองการเดินทางนั้นปกติ Google Maps จะเริ่มมีการบอกสถานที่ชาร์จไฟ เราควรจะเช็คจากแผนทาง และรวมถึงเรื่องของการเช็คเผื่อว่าตู้นั้นใช้งานได้หรือไม่ และถ้าจองได้ก็จองไปเลยเพื่อความชัวร์ เพราถ้าเกิดไม่จอง การเข้าไปชาร์จเลย หรือ Walk – in อาจจะได้กำลังที่ไม่เหมาะสมและใช้เวลานาน
สุดท้ายแล้ว การขับ EV ทางไกลไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลยนะคะ แค่ต้อง “วางแผน” มากกว่ารถน้ำมันอีกนิดหน่อยเท่านั้นค่ะ
