บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง 10 วิธีฝึกทักษะการปล่อยวาง ลดเครียด สำคัญกับวัยทำงานกว่าที่คิดกันนะคะ โดยผู้เชี่ยวชาญแนะ วัยทำงานควรฝึกทักษะการปล่อยวาง เพราะไม่ใช่แค่การปลดเปลื้องสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดเท่านั้น แต่มันคือกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลังก็ว่าได้เลยนะคะ ในโลกนี้ไม่มีใครไม่เคยทำผิดพลาด แต่เมื่อพลาดแล้วสามารถให้อภัยตนเองและปล่อยวางได้นั้น ถือเป็นสัญญาณของการยอมรับและไว้วางใจตนเอง และยังช่วยสร้างพื้นที่ให้สิ่งใหม่ ๆ ที่ดีกว่า ได้เข้ามาเติมเต็มชีวิตของเราอีกด้วยนะคะ ถึงแม้การปล่อยวางไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทำได้ มันจะช่วยให้เราสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองและเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต เพิ่มความเชื่อมั่นในการทำงาน และปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปในจังหวะที่เหมาะสมโดยไม่เครียดและเป็นทุกข์กับความผิดพลาดนั้นๆอีกต่อไปนั่นเองค่ะ พร้อมแล้วตามมาดูกันเลยค่ะว่า 10 วิธีฝึกทักษะการปล่อยวาง ลดเครียด สำคัญกับวัยทำงานกว่าที่คิดนั้น จะต้องทำอย่างไรกันบ้างนะคะ

 

10 วิธีฝึกทักษะการปล่อยวาง ลดเครียด สำคัญกับวัยทำงานกว่าที่คิด

 

 

 

  1. แทนที่ “ความอยากได้” ด้วย “การเลิกคาดหวัง”

อย่ายึดติดกับสิ่งที่อยากได้มากเกินไป บอกกับชีวิตว่าเราต้องการอะไร แล้วปล่อยวางให้ทุกอย่างไหลไปตามทางของมัน จังหวะชีวิตจะบอกเราเองว่าจะต้องทำอะไร อย่างไร ตอนไหน ยิ่งเรายึดติดกับผลลัพธ์ที่ต้องการมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างแรงต้านมากขึ้นเท่านั้น เพราะเราจะรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไปตลอดเวลา ทั้งที่จริงๆ แล้วเราไม่ต้องสมบูรณ์แบบก็ได้ ยกตัวอย่างหนังสือขายดีของบริอานนาเล่มดังกล่าว เธอไม่ได้ประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืน หนังสือเล่มนี้ใช้เวลาถึง 7 ปีกว่าจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

 

  1. เชื่อมั่นใน “กฎแห่งการเติบโต”

ก็เหมือนกับการหว่านเมล็ดพันธุ์พืช ซึ่งต้องใช้เวลาในการเติบโต ต้องใจเย็นๆ อย่าไปขุดดินขึ้นมาดูว่าเมล็ดเหล่านั้นมันงอกหรือยัง แต่จงเชื่อมั่นในกระบวนการ

 

  1. รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนเส้นทาง

ถ้าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่เวิร์ก ก็ต้องยอมรับและพร้อมปรับเปลี่ยน เส้นทางที่ผิดพลาดไม่ใช่จุดจบ แต่มันเป็นแค่การเปลี่ยนทิศทางใหม่ ลองถามตัวเองดูว่าหลังจากผิดหวังแล้ว มีส่วนหนึ่งในใจที่รู้สึกโล่งใจบ้างไหม? หลายครั้งคนเรามักรู้ตัวว่าลึกๆ แล้วเราก็ไม่ได้มั่นใจ 100% กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ถ้าเรายอมรับความรู้สึกนี้ ประตูใหม่ๆ ก็จะเปิดออกให้เรา บางทีเราอาจจะอยากลองทำสิ่งอื่นมาตลอด หรือบางทีการโดนปฏิเสธครั้งนี้อาจกำลังพาเราไปสู่เส้นทางใหม่ที่ดีกว่าก็เป็นได้นะคะ

 

  1. ปล่อยวางความสมบูรณ์แบบ

ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องรอให้สมบูรณ์แบบก่อนถึงจะก้าวต่อไปได้ เลิกที่จะรอให้ทุกอย่างพร้อมที่สุดก่อนแล้วค่อยทำ แต่จงลงมือทำทันที ไม่มีใครเคยมีความสุขเพราะชีวิตสมบูรณ์แบบ ไม่เคยมีเลย การมีความสุขเพราะความสมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่ความจริงของชีวิต ถ้าเรารอจนกว่าทุกอย่างจะลงตัวแล้วค่อยรู้สึกดี หรือรู้สึกพร้อม แบบนั้นเราอาจจะต้องรอไปตลอดชีวิต

 

  1. เลิกแคร์การยอมรับจากทุกคน

เราไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนเห็นด้วยกับเรา ควรเลือกฟังเฉพาะคนที่มีความหมายสำหรับเรา แล้วปล่อยความเห็นของคนอื่นๆ ที่ไม่ได้สำคัญออกไปจากชีวิต

 

 

 

 

  1. หากปล่อยวางไม่ได้ ก็ต้องเรียนรู้จากมัน

ถ้าปล่อยวางเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ยาก อาจเป็นเพราะยังมีบทเรียนบางอย่างที่เราต้องเรียนรู้จากมัน บางครั้งการปล่อยวางมันยากกว่าที่คิด เพราะมันยังมีสิ่งที่เราต้องได้รับจากประสบการณ์นั้น อาจจะเป็นทักษะ บทเรียน หรือการพัฒนาตัวเองที่สำคัญสำหรับชีวิตเราในอนาคต

 

  1. ก้าวไปข้างหน้าต่อไป

โฟกัสที่ก้าวเล็กๆ ที่ช่วยให้เราพัฒนาและเยียวยาตัวเองได้ พูดให้กำลังใจตนเองด้วยคำพูดที่ส่งเสริมพลังใจ เช่น “ฉันกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน” เพื่อสร้างพลังบวกในการเปลี่ยนแปลง สิ่งนี้มีความหมายกับวัยทำงานทุกคนมาก แทนที่จะพยายามแก้ไขทุกอย่างในชีวิตพร้อมกัน แต่คุณควรเลือกโฟกัสที่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่สามารถทำได้ตอนนี้ มันจะทำให้คุณรู้สึกภูมิใจ และสุดท้าย มุมมองของคุณก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปในเชิงบวกมากขึ้น

 

  1. ให้เวลากับกระบวนการเยียวยา

การปล่อยวางก็เหมือนกับการรักษาบาดแผล ถ้าจับแผลบ่อยๆ หรือแกะมันมากเกินไป แผลอาจจะแย่ลง แต่ถ้าปล่อยมันไว้แล้วให้เวลาสักหน่อย แผลจะค่อยๆ หายเอง แต่ถ้าคุณยังไม่พร้อมปล่อยวางตอนนี้ ก็ไม่เป็นไร ถ้าคุณยังโกรธหรือยังเศร้า มันก็โอเคทั้งนั้น

 

  1. ฝึกการปล่อยวางผ่านกิจกรรม

วิธีฝึกปล่อยวางในเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ อาจทำได้ผ่านกิจกรรมง่ายๆ เช่น การเขียนระบายความรู้สึกเชิงลบลงไปบนกระดาษ แล้วทำลายกระดาษเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการปล่อยวาง (ลองใช้ “กฎของ Kidlin” ที่บอกว่า ถ้าสามารถเขียนปัญหาออกมาได้ชัดเจน ก็เท่ากับแก้ปัญหานั้นไปแล้วครึ่งหนึ่ง) นอกจากนี้ ยังอาจใช้วิธีธรรมชาติบำบัดและการเคลื่อนไหว เช่น เดินเล่น ออกกำลังกาย หรือเล่นโยคะ เพื่อช่วยปลดปล่อยอารมณ์เสียหรือหงุดหงิดออกไป รวมไปถึงการฝึกทำสมาธิ ตั้งจิตให้สงบ และฝึกความรู้สึกขอบคุณสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน

 

  1. กลับมาเชื่อมโยงกับความรู้สึกขอบคุณ

ในวันที่รู้สึกแย่หรือปล่อยวางเรื่องแย่ๆ ไม่ได้ ให้ลองมองย้อนกลับไปว่าชีวิตเราตอนนี้มาไกลแค่ไหน และขอบคุณสิ่งที่ตนเองมีอยู่ในตอนนี้โดยไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ถ้าเราไม่ฝึกซาบซึ้งและมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ในชีวิต สิ่งใหญ่ๆ ก็อาจจะไม่มีวันมาถึง มันก็เหมือนกับการปล่อยวาง การหาความสุขและความรู้สึกขอบคุณก็เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนเหมือนกันนั่นเองค่ะ ท้ายที่สุดแล้วแม้การปล่อยวางไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ แต่เป็นทักษะจำเป็นที่ควรฝึกฝน เพราะมันคือกระบวนการที่ช่วยให้เราสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองและเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในเส้นทางการทำงานและการใช้ชีวิต ที่สำคัญเมื่อปล่อยวางเป็นชีวิตก็มีความสุขมากขึ้นตามมาด้วยนั่นเองค่ะ จงมีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิต และอยู่กับปัจจุบัน ทำทุกวันให้ดีที่สุดนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ้างอิง: Forbes, Medium, Brianna Wiest