บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง ไข้อีดำอีแดง (Scarlet Fever) กันนะคะ ไข้อีดำอีแดง (Scarlet Fever) ที่กำลังระบาดช่วงนี้ คือโรคที่มาพร้อม ‘ลิ้นสตรอว์เบอร์รี่’ และ ‘ผื่นกระดาษทราย‘ เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรีย สเตรปโตคอคคัสชนิดเอ [ Streptococcus Group A (GAS) ]

 

 

มักจะเจอในเด็กวัยเรียน อายุ 5-15 ปี แบคทีเรียชนิดนี้สามารถสร้างสารพิษได้ ทำให้เกิดผื่นแดงขึ้นตามตัว เชื้อตัวนี้สามารถติดต่อผ่านทาง

– การไอหรือจาม

– การสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำมูก

– การใช้ของร่วมกัน เช่น ของเล่น หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

 

 

อาการ ผู้ป่วยมักจะแสดงอาการภายใน 1 สัปดาห์หลังติดเชื้อ

 

 

 

– ไข้สูงเฉียบพลัน (มักเกิน 38.5°C) และเจ็บคอรุนแรง

– ผื่นแดงลักษณะพิเศษ มีผิวสากคล้ายกระดาษทราย

– ลิ้นสตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry tongue): ลิ้นมีตุ่มนูนสีแดงสด คล้ายผลสตรอว์เบอร์รี่

– แก้มแดงแต่รอบปากซีด (Circumoral pallor)

 

การรักษา

– ใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Penicillin, Amoxicillin หรือ Erythromycin เป็นเวลา 10 วัน ต้องกินยาให้ครบ แม้อาการจะดีขึ้นใน 2-3 วัน เพราะหากหยุดยาเร็ว

 

อาจเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้นั่นเองค่ะ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

 

 

– ไข้รูมาติก (Rheumatic fever): อาจส่งผลต่อหัวใจและข้อต่อ

– ไตอักเสบ (Post-streptococcal glomerulonephritis): เกิดหลังติดเชื้อ 2-3 สัปดาห์

– ภาวะติดเชื้อรุนแรง

 

วิธีป้องกันตนเองจากไข้อีดำอีแดง

 

 

 

– ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร

– ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า

– หากมีอาการต้องรีบพบแพทย์ และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่นเพื่อลดการแพร่เชื้อ

ถ้าพบการระบาดก็ควรให้หยุดเรียน หรือแยกตัวเด็กป่วยออกจากคนอื่นจนกว่าจะได้รับยาปฏิชีวนะไปแล้วอย่างน้อย 24 ชั่วโมงจึงจะไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นต่อไปนะคะ