บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง วิธีล็อคแอปรูปภาพบนไอโฟน ไม่ให้คนอื่นเปิดแอปดูภาพกันนะคะ วิธีนี้ใช้ได้กับไอโฟนที่อัปเดตเป็น iOS 18 ขึ้นไป โดยผู้ที่เข้าแอปได้ต้องรู้รหัสปลดล็อกผ่านทาง PIN หรือทาง Touch ID หรือทาง Face ID เท่านั้นนะคะ ถึงจะสามารถเปิดแอปรูปภาพดูได้ เพื่อป้องกันคนอื่นแอบแตะแอปรูปภาพดูภาพในเครื่องนั่นเองค่ะ
วิธีล็อคแอปรูปภาพบนไอโฟน ป้องกันคนเปิดแอปดูภาพ

ก่อนอื่นหากคุณยังไม่ได้อัปเดตเป็น iOS18 ให้ทำการอัปเดตเป็น iOS18 ให้เรียบร้อย หากอัปเดตแล้วทำตามขั้นตอนดังนี้เลยค่ะ
1. แตะที่ Apple Photos (รูปภาพ) บนหน้าจอ Home Screen ค้างไว้ แล้วเลือก ต้องใช้ Face ID

2. เลือก ต้องใช้ Face ID จากนั้นทำการสแกนด้วย Face ID ให้เรียบร้อย

3. อาจมีข้อความแจ้งปรากฏขึ้นเพื่อแสดงแอปที่มีสิทธิ์เข้าถึงแอปรูปภาพของคุณอยู่แล้ว สำหรับแอปเหล่านี้ คุณอาจเข้าถึงรูปภาพได้โดยไม่ต้องใช้ Face ID
4. แตะเสร็จสิ้นในข้อความแจ้งเพื่อดำเนินการต่อ

เพียงเท่านี้เวลาเปิดใช้แอป รูปภาพ (Apple Photo ) ก็จะไม่ให้เข้าถึงรูปภาพทันที ต้องสแกนผ่านทาง Face ID , Touch ID ก่อนค่ะ

ที่มา : Makeuseof
Enter
คุณส่ง
ช้อปดีมีคืน 2568 จ่ายค่าทางด่วน ค่าผ่านทางพิเศษ เงินสด – Easy Pass ลดหย่อนภาษี กทพ. ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา “ช้อปดีมีคืน 2568” โครงการ Easy E-Receipt 2.0 จ่ายค่าทางด่วนวันนี้ ค่าผ่านทางพิเศษ “จ่ายเงินสด – Easy Pass” ลดหย่อนภาษี 2568 ได้ไม่เกิน 30,000 บาท เช็กช่องทางลงทะเบียนรับสิทธิ ออกใบกำกับภาษีออนไลน์ (E-TAX INVOICE & E-RECEIPT) ขอได้แล้ว ใบกำกับภาษี ลดหย่อนภาษีได้ กทพ. ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา “ช้อปดีมีคืน 2568” โครงการ Easy E-Receipt 2.0 จ่ายค่าทางด่วนวันนี้ ค่าผ่านทางพิเศษ “จ่ายเงินสด – Easy Pass” ลดหย่อนภาษี 2568 ได้ไม่เกิน 30,000 บาท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ได้เข้าร่วมโครงการลดหย่อนภาษี 2568 Easy E-Receipt 2.0 ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาลที่มีวัตถุประสงค์ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ออกไปใช้จ่าย ซื้อสินค้าบริการต่าง ๆ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษี และการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายการซื้อสินค้าและบริการตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท มาใช้หักลดหย่อนภาษีได้ เงื่อนไขการรับสิทธิ “ช้อปดีมีคืน 2568” จ่ายค่าทางด่วนวันนี้ ค่าผ่านทางพิเศษ “จ่ายเงินสด – Easy Pass” ลดหย่อนภาษี 2568 – ผู้ใช้บริการทางพิเศษทั้งแบบจ่ายเงินสด และ Easy Pass สามารถรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี เมื่อใช้ผ่านทางพิเศษเท่านั้น สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท – ไม่รวมการเติมเงินบัตร Easy Pass ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ EXAT Call Center 1543 ตลอด 24 ชั่วโมง ลดหย่อนภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กทพ. ทางด่วน ผู้เสียภาษี ช้อปดีมีคืน ใบกำกับภาษี ค่าผ่านทางพิเศษ e-tax invoice Easy E-Receipt E-Receipt ลงทะเบียนรับสิทธิ ลดหย่อนภาษี 2568 ช้อปดีมีคืน 2568 จ่ายค่าทางด่วน
Enter
คุณส่ง
NASA ยอมรับ ดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ มีโอกาส “พุ่งชนโลก” ปักวันที่-เดือน-ปี ชัดเจน องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซ่า (NASA) ระบุว่า พบดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ ที่มีความเสี่ยงต่ำที่จะพุ่งชนโลกในปี 2032 หรือ 7 ปีจากนี้ โดยโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงอยู่ที่ 1% กว่า ๆ เท่านั้น ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวัตถุใกล้โลก ของน่าซ่า พอล โชดาส กล่าวว่า “เราไม่กังวลเลย เพราะโอกาสที่มันจะพลาดเป้าอยู่ที่ 99%… เเต่มันควรเป็นที่สนใจ” ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ถูกพบเมื่อเดือนที่แล้ว จากกล้องโทรทรรศน์ในประเทศชิลี โดยได้รับชื่อว่า 2024 YR4 ซึ่งน่าจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ระหว่าง 40 ถึง 100 เมตร นักวิทยาศาสตร์จับตาวัตถุดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ขณะที่มันกำลังเดินทางมาในทิศที่เบี่ยงไปจากโลกของเราในเวลานี้ เมื่อใดที่ทราบมากขึ้นถึงเส้นทางการเคลื่อนรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ โชดาสและผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ กล่าวว่ามีโอกาสมากที่ความเสี่ยงของมันในการพุ่งชนโลกจะเหลือ 0% นาซ่าและองค์การอวกาศยุโรป European Space Agency กล่าวว่าการมองเห็นดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จากโลกจะค่อย ๆ เลือนลางลง ในอีก 2-3 เดือนจากนี้ เเต่ในเวลานี้นักวิทยาศาสตร์จะใช้บรรดากล้องโทรทรรศน์ที่ทรงพลังสูงสุดที่มีอยู่ ติดตามการเดินทางของมัน เเละเมื่อดาวเคราะห์น้อยดวงนี้พ้นสายตาออกไป มันจะกลับมาให้เห็นอีกในปี 2028 วัตถุดังกล่าวเข้ามาใกล้โลกมากที่สุด เมื่อวันคริสต์มาส ด้วยระยะ 800,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็น 2 เท่าของระยะทางที่โลกห่างจากดวงจันทร์ ในช่วง 2 วันจากนั้น นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจพบดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ โชดาสกล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญค้นคว้าหาข้อมูลการเดินทางของวัตถุดังกล่าวตั้งเเต่ปี 2016 ซึ่งการคำนวณพบว่ามันเข้ามาใกล้โลกในตอนนั้น โชดาสบอกกับสำนักข่าวเอพีว่าถ้านักวิทยาศาสตร์ได้ข้อมูลภาพของมัน ณ เวลานั้น พวกเขาอาจจะสามารถทราบได้ว่ามันจะพุ่งชนโลกเขาเราหรือไม่ “ถ้าเราไม่พบข้อมูลดังกล่าว การวิเคราะห์ความน่าจะเป็นก็เพียงเเค่ช้าลง เมื่อเราต้องเก็บข้อมูลการสำรวจเพิ่มเติม” ในทุกๆ 2,000 ถึง 3,000 ปี โลกจะถูกดพุ่งชนด้วยดาวเคราะห์น้อยที่อาจเกิดผลรุนเเรงตามข้อมมูลขององค์การอวกาศยุโรป หากดาวเคราะห์น้อยที่ถูกตรวจพบนี้ พุ่งชนโลกจริง การวิเคราะห์ชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นในวันที่ 22 ธ.ค. 2032 ซึ่งในเวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะพยากรณ์ว่าส่วนไหนของโลกจะถูกชน แต่ข่าวดี ก็คือเท่าที่องค์การนาซ่าทราบตอนนี้ ยังไม่มีดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ดวงใดเลยที่มีความเป็นไปได้ที่จะพุ่งชนโลกด้วยโอกาสที่จะเป็นจริงเกิน 1% ที่มา : NASA
Enter
คุณส่ง
5 ข้อเสียหากจอดรถทิ้งไว้กลางแดดเป็นประจำ บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง 5 ข้อเสียหากจอดรถทิ้งไว้กลางแดดเป็นประจำกันนะคะ การจอดรถทิ้งไว้กลางแสงแดดจ้าต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน อาจส่งผลเสียต่อตัวรถได้มากกว่าที่คิดนะคะ เป็นสาเหตุทำให้รถเสื่อมสภาพเร็วขึ้นทั้งภายนอกและภายในกันเลยทีเดียวค่ะ พร้อมแล้วตามมาดูกันเลยค่ะว่า 5 ข้อเสียหากจอดรถทิ้งไว้กลางแดดเป็นประจำนั้น จะมีอะไรกันบ้างนะคะ 5 ข้อเสียหากจอดรถทิ้งไว้กลางแดดเป็นประจำ 1. สีรถซีดจาง แสงแดดโดยเฉพาะรังสี UV จะทำลายสีรถ ทำให้สีซีดจางได้เร็วกว่าปกติ หากจอดรถไว้ในร่มเสมอ สีรถอาจยังคงความเงางามมากกว่า 15 ปี เพียงดูแลตามปกติ แต่หากจอดรถทิ้งไว้กลางแดดต่อเนื่องทุกวันแล้วล่ะก็ สีอาจเริ่มซีดจางตั้งแต่ปีที่ 5-7 เป็นต้นไป 2. ภายในรถร้อนจัด อุณหภูมิภายในรถที่สูงจัดจะทำให้วัสดุภายในรถ เช่น แผงหน้าปัด พวงมาลัย เบาะหนัง และพลาสติกต่างๆ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น อาจทำให้เกิดการแตกหัก หรือบิดเบี้ยว ปุ่มมีการลอกเหนียวได้ 3. ระบบปรับอากาศทำงานหนัก เมื่อจอดรถตากแดดนานๆ ภายในรถจะมีอุณหภูมิสูงมาก เมื่อเปิดแอร์ ระบบปรับอากาศจะต้องทำงานหนักเพื่อลดอุณหภูมิภายในรถให้เย็นลง ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและมีส่วนทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์มีอายุสั้นลง 4. ฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพ ฟิล์มกรองแสงที่ติดตั้งบนกระจกก็ได้รับผลกระทบจากแสงแดดเช่นกัน อาจทำให้ฟิล์มกรองแสงเปลี่ยนสี ประสิทธิภาพในการกันร้อนลดลง แย่สุดอาจทำให้ฟิล์มหลุดลอก หรือปูดพองได้ 5. ยางเสื่อมสภาพ ยางรถยนต์ที่โดนแสงแดดเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เนื้อยางแห้ง เกิดการแตกลายงาได้ไวกว่าปกติ แม้ว่าจะใช้รถน้อยก็ตามที วิธีป้องกันรถจากแสงแดด 1. จอดรถในที่ร่ม หากเป็นไปได้ ให้จอดรถในที่ร่ม เช่น ใต้ร่มไม้ หรือในโรงจอดรถ 2. ใช้ผ้าคลุมรถ การใช้ผ้าคลุมรถที่มีคุณภาพดีจะช่วยป้องกันแสงแดดและฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี แต่ต้องระวังสีรถเป็นรอยด้วยเช่นกัน 3. ติดตั้งฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง ฟิล์มกรองแสงจะช่วยลดความร้อนภายในรถ และป้องกันรังสี UV ที่เป็นอันตราย 4. ใช้ม่านบังแดด ม่านบังแดดจะช่วยลดความร้อนภายในรถ และป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนภายในรถกระทบกับแสงแดดโดยตรง เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ว่า การจอดรถตากแดดเป็นเวลานานนั้น จะส่งผลเสียต่อรถยนต์หลายส่วนกันเลยนะคะ ดังนั้นการดูแลรถยนต์ให้พ้นจากแสงแดดโดยตรง จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาวได้อีกด้วยนะคะ
Enter
คุณส่ง
10 อันดับ สายการบินยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง 10 อันดับ สายการบินยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 กันนะคะ โดยทาง AirlineRatings.com ได้มีการประกาศผลรางวัล World’s Best Airline Awards 2025 อุตสาหกรรมการบินในปี 2025 กันมาแล้วนะคะ ต้องบอกเลยค่ะว่ายังคงเต็มไปด้วยการแข่งขันที่ดุเดือด เนื่องจากสายการบินต่างๆ พยายามยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งที่กว้างขวางขึ้น อาหารที่พรีเมียมขึ้น หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้โดยสารนั่นเองค่ะ สำหรับปีนี้ 10 สายการบินยอดเยี่ยมของโลกนั้น ได้รับการคัดเลือกจากความเป็นเลิศในด้าน ความสะดวกสบายของผู้โดยสาร บริการบนเครื่อง คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความสม่ำเสมอของมาตรฐาน ในทุกเส้นทางบิน ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของความหรูหราเท่านั้นนะคะ แต่ยังรวมถึงความคุ้มค่าและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่อีกด้วยค่ะ พร้อทแล้วตามมาดูกันเลยค่ะว่า 10 อันดับ สายการบินยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จะมีสายการบินไหนกันบ้างนะคะ 10 อันดับ สายการบินยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 1. Korean Air คือสายการบินแห่งปี 2025 นั่นเองค่ะ โคเรียนแอร์คว้ารางวัลสายการบินแห่งปี 2025 ด้วยความโดดเด่นด้านความสะดวกสบายของผู้โดยสาร โดยเฉพาะในชั้นประหยัด ซึ่งยังคงรักษาระยะห่างระหว่างที่นั่ง (Seat Pitch) ไว้ที่ 33–34 นิ้วบนเครื่องบินลำตัวกว้าง ต่างจากหลายสายการบินที่ลดพื้นที่ที่นั่งลง โคเรียนแอร์ยังใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การแจกรองเท้าแตะ และเสิร์ฟอาหารปริมาณมากในเที่ยวบินระยะไกล ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยมแล้ว สายการบินยังมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง การควบรวมกิจการครั้งใหญ่กับเอเชียน่าแอร์ไลน์ และการลงทุนในเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงาน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความพร้อมสำหรับอนาคต ส่งผลให้โคเรียนแอร์คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปครองได้ในปีนี้นั่นเองค่ะ 2. Qatar Air กาตาร์แอร์เวย์ เป็นสายการบินประจำชาติของประเทศกาตาร์ที่มีฐานอยู่ที่กรุงโดฮา สายการบินให้บริการบินสู่จุดหมายมากกว่า 173 แห่งทั่วโลก จัดเป็นหนึ่งในสายการบินที่เติบโตเร็วที่สุดเป็น 1 ใน 5 และสายการบินที่ได้รับการจัดอันดับจากสกายแทร็กซ์ให้อยู่ในอันดับ 5 ดาว ซึ่งในแต่ละปีมีผู้โดยสารใช้บริการถึง 12 ล้านคน กาตาร์แอร์เวย์เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรการบินวันเวิลด์ 3. Air New Zealand แอร์นิวซีแลนด์ เป็นสายการบินประจำชาติและสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนิวซีแลนด์ ที่มีฐานการบินหลักที่ท่าอากาศยานนานาชาติออกแลนด์ สายการบินให้บริการเที่ยวบินโดยสารประจำไปยังจุดหมายปลายทางภายในประเทศ 20 แห่ง และจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ 30 แห่ง ใน 18 ประเทศ โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในขอบแปซิฟิก สายการบินเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรสายการบินสตาร์อัลไลแอนซ์ตั้งแต่ปี 1999 4. Cathay Pacific คาเธ่ย์แปซิฟิค เป็นสายการบินประจำชาติฮ่องกง ก่อตั้งในปี 1946 เป็นสมาชิกของวันเวิลด์ โดยคาเธ่ย์แปซิฟิค เป็น 1 ใน 6 สายการบินที่บริการลูกค้าได้ในระดับ 5 ดาวจากการสำรวจของสกายแทร็กซ์ 5. Singapore Airlines สิงคโปร์แอร์ไลน์ เป็นสายการบินประจำชาติและสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสิงคโปร์ โดยมีฐานการบินหลักที่ท่าอากาศยานชางงีสิงคโปร์ สายการบินให้บริเที่ยวบินสู่จุดหมายปลายทางกว่า 75 แห่งทั่วโลก โดยจัดว่ามีความแข็งแกร่งในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเส้นทางจิงโจ้ (เส้นทางบินระหว่างประเทศในทวีปออสเตรเลียกับสหราชอาณาจักรโดยผ่านซีกโลกตะวันออก) นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินตรงเชิงพาณิชย์ที่ใช้เวลาบินนานที่สุดในโลกสองเส้นทาง คือ จากสิงคโปร์ไปนูวร์ก และนครนิวยอร์ก ด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ350-900ULR 6. Emirates เอมิเรตส์แอร์ไลน์ เป็นสายการบินประจำชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้บริการไปยัง 152 จุดหมายปลายทางใน 80 ประเทศทั่วโลก และยังให้บริการขนส่งสินค้าภายใต้ชื่อเอมิเรตส์ สกายคาร์โก โดยมีฐานการบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ 7. Japan Airlines บริษัท สายการบินญี่ปุ่น มหาชนจำกัด เป็นสายการบินประจำชาติญี่ปุ่น ที่มีฐานการบินอยู่สองแห่งในโตเกียวคือท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะกับท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว (ฮาเนดะ) และอีกสองแห่งในจังหวัดโอซากะคือท่าอากาศยานนานาชาติคันไซและท่าอากาศยานนานาชาติโอซากะ (อิตามิ) ปัจจุบันมีเส้นทางบินระหว่างประเทศ 33 จุดหมายในทวีปเอเชีย, อเมริกา, ยุโรป และโอเชียเนีย และมีเส้นทางบินในประเทศ 59 จุดหมาย และสายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น รองจากออล นิปปอน แอร์เวย์ 8. Qantas ควอนตัส เป็นสายการบินประจำชาติและเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1920 ควอนตัสเป็นสายการบินเก่าแก่เป็นอันดับ 3 ของโลกที่ยังให้บริการอยู่ ตามหลังเคแอลเอ็ม และอาเบียงกา ควอนตัสเป็นอักษรย่อจากชื่อเดิมของสายการบินว่า ควีนส์แลนด์และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีเอเรียลเซอร์วิส ซึ่งมาจากการที่เดิมควอนตัสให้บริการในรัฐควีนส์แลนด์และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ควอนตัสเป็นเพียงสายการบินเดียวในโลกที่ทำการบินสู่ทั้งเจ็ดทวีป โดยเป็นสายการบินเดียวที่ให้บริการเที่ยวบินท่องเที่ยวประจำไปยังแอนตาร์กติกา พร้อมด้วยเที่ยวบินไปยังแอฟริกา ยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ ควอนตัสเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งพันธมิตรสายการบินวันเวิลด์ 9. Etihad สายการบินเอทิฮัด เป็นสายการบินประจำชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ที่เคาะลีฟะฮ์ซิตี และมีฐานการบินหลักที่ท่าอากาศยานนานาชาติซายิดในอาบูดาบี สายการบินก่อตั้งในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2003 เริ่มดำเนินงานในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2003 10. Turkish Airlines เตอร์กิชแอร์ไลน์ เป็นสายการบินประจำชาติและสายการบินที่ใหญ่ที่สุดประเทศตุรกี โดยมีฐานการบินหลักในท่าอากาศยานอิสตันบูล โดยทำการบินสู่จุดหมายปลายทาง 288 แห่งในทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกา อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ทำให้เป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามจำนวนจุดหมายปลายทาง เตอร์กิชแอร์ไลน์เป็นสมาชิกของพันธมิตรสายการบินสตาร์อัลไลแอนซ์

Airline Ratings
Enter
คุณส่ง
อเมริกาจัดอันดับ กะหล่ำปลี ให้เป็นผักที่ดีที่สุดในโลก บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง อเมริกาจัดอันดับ กะหล่ำปลี ให้เป็นผักที่ดีที่สุดในโลก กันนะคะ “กะหล่ำปลี” คือผักที่ได้รับการยอมรับจาก CDC หรือศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ว่าเป็นหนึ่งในผักที่ดีต่อสุขภาพที่สุดในโลก ทั้งรสชาติอร่อย ราคาไม่แพง และสามารถนำไปปรุงได้หลายเมนู จึงมักพบในอาหารประจำวัน ที่สำคัญคือเต็มไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ดังนี้เลยค่ะ อเมริกาจัดอันดับ กะหล่ำปลี ให้เป็นผักที่ดีที่สุดในโลก 1. อุดมไปด้วยสารอาหาร กะหล่ำปลีมีแคลอรี่ต่ำ แต่เต็มไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ใน 100 กรัมจะมีแคลอรี่ประมาณ 12 กิโลแคลอรี่ มีน้ำ 95.14 กรัม โปรตีน 0.86 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม ใยอาหาร 0.94 กรัม และวิตามินต่างๆ เช่น วิตามิน A, C, E 2. ดีสำหรับผิวพรรณ การทานผักที่มีน้ำและวิตามินสูงอย่างกะหล่ำปลี ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและนุ่มนวล 3. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน กะหล่ำปลีมีวิตามิน C สูง ซึ่งช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน 4. ดีต่อระบบการย่อยอาหาร กะหล่ำปลีช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ และเพิ่มจุลินทรีย์ดีในลำไส้ 5. เสริมสร้างกระดูก กะหล่ำปลีมีฟอสฟอรัสและแคลเซียม ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกระดูก 6. ช่วยลดการอักเสบของข้อ วิตามิน B3 ในกะหล่ำปลีช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับข้อ ลดอาการปวดข้อ 7. ลดอาการหอบหืด การทานกะหล่ำปลีบ่อยๆ ช่วยให้กล้ามเนื้อหลอดลมผ่อนคลาย และลดอาการหายใจเสียงดัง 8. ดีต่อสุขภาพหัวใจ กะหล่ำปลีมีวิตามิน B9 ที่ช่วยลดสารฮโมซิสเตอีนในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ แต่อย่างไรก็ตาม ควรทานกะหล่ำปลีควบคู่กับผักชนิดอื่นๆด้วยนะคะ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนมากขึ้น เพราะกะหล่ำปลีมีสารอาหารบางอย่างต่ำ เช่น คลอโรฟิลล์ และกรดโฟลิกนั่นเองค่ะ
Enter