สภาพอากาศช่วงนี้ หลายจังหวัดเริ่มหนาวๆเย็นๆกันบ้างแล้วนะคะ และพออากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง ก็ส่งผลให้ผู้คนเริ่มไม่ค่อยสบายกันเยอะขึ้นนั่นเองค่ะ ดังนั้นบทความนี้จะมานำเสนอความรู้เกี่ยวกับ โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ กับ ไซนัสอักเสบ กันค่ะ

 

 

โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ หรือ ภูมิแพ้อากาศ

คือ ภาวะอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก ที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เนื่องจากมีการสัมผัส หรือหายใจเอาสารก่อภูมิแพ้ ที่ตนเองแพ้เข้าสู่ร่างกาย เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ ฝุ่นละออง เป็นต้นค่ะ ซึ่งโรคภูมิแพ้จมูกนี้ จะมีอาการเรื้อรัง และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้นั่นคือ ไซนัสอักเสบ ตามมาได้ค่ะ

ไซนัสอักเสบ คือ โรคที่มีการอักเสบของเยื่อบุไซนัสตั้งแต่ 1 ไซนัสขึ้นไป ส่วนใหญ่การอักเสบเกิดจากการติดเชื้อไวรัส 90-98% ผู้ป่วยที่มีอาการโรคจมูกอักเสบติดเชื้อ หรือโรคหวัดที่มีอาการมากขึ้นหลังจาก 5 วันไปแล้ว อาจบ่งชี้ได้ว่ามีการอักเสบที่เกี่ยวเนื่องถึงโพรงไซนัส นั่นเองค่ะ

จะพบว่าทั้ง 2 โรคนี้ มักจะมีอาการที่เกี่ยวเนื่องกันนะคะ เพราะว่า เมื่อมีการอักเสบของเยื่อบุจมูก ก็จะมีการอักเสบที่เยื่อบุไซนัสตามมาด้วยนั่นเองค่ะ โดยผู้ป่วยที่มีโรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง จะพบโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วมด้วย อยู่ที่ร้อยละ 26-90 กันเลยนะคะ

 

ความแตกต่างระหว่าง โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ กับ ไซนัสอักเสบ

 

อาการ โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้

• มีอาการหลังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้
• คัดจมูก
• มีน้ำมูกใส ๆ หรือสีขาวขุ่น
• คันจมูก คันตา และเพดานปาก
• ขอบตาล่างมีสีคล้ำ
• จาม ไอ

อาการ ไซนัสอักเสบ

• คัดจมูก มีน้ำมูกข้นเขียว
• มีอาการปวดศีรษะ ปวดท้ายทอย ปวดใบหน้า ปวดฟัน
• ได้กลิ่นลดลง
• ลมหายใจมีกลิ่น
• เสมหะข้นไหลลงคอ มีอาการไอบ่อย
• อาจมีไข้ถ้าเป็นรุนแรง

จะสังเกตเห็นได้นะคะว่า ทั้ง 2 โรคนี้ มีอาการค่อนข้างคล้ายคลึงกัน แต่โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ มีอาการที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ตามฤดูกาลในแต่ละปี อาการส่วนมากจะมีอยู่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวัน และมีลักษณะอาการเฉพาะคือ อาการจาม คันจมูกและตา และมีน้ำมูก ซึ่งโดยทั่วไปจะหายไปภายใน 30 นาที

ส่วนอาการไซนัสอักเสบ มีการกำหนดเกณฑ์การวินิจฉัยไว้ว่า ต้องมีอาการอย่างน้อย 2 อาการ ได้แก่ อาการคัดจมูก มีน้ำมูก มีอาการปวดหน้า หรือการได้กลิ่นลดลง ทั้งนี้การตรวจโพรงจมูกโดยการส่องกล้อง การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์โพรงไซนัส หรือการทดสอบภูมิแพ้ มีส่วนช่วยแยกการวินิจฉัยโรคได้แม่นยำยิ่งขึ้น

หากมีอาการ คัดจมูก น้ำมูกไหล หรืออาการอื่น ๆ ดังที่กล่าวไปข้างต้น แล้วยังไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายเป็นโรคอะไรกันแน่ ควรไปพบแพทย์ หรือคลินิกภูมิแพ้ เพื่อทำการตรวจร่างกาย และตรวจจมูกด้วยกล้องส่อง หรือตรวจเอกซเรย์ไซนัส เพื่อแยกแยะระหว่างไซนัสกับภูมิแพ้นั่นเองค่ะ

การรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ กับ ไซนัสอักเสบ

โรคทั้ง 2 นี้ สามารถใช้วิธีรักษาเบื้องต้นด้วยการใช้ “น้ำเกลือล้างจมูก” ได้เหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะไซนัสอักเสบ หลังการผ่าตัด มักต้องล้างจมูกไปตลอด การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือช่วยลดอาการทางจมูกได้ดี มีประโยชน์ในการรักษาทั้งในผู้ใหญ่, เด็ก, และหญิงตั้งครรภ์ เมื่อเทียบกับการไม่ล้างจมูกนะคะ

การดูแลรักษา โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้

• หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่ตัวเองแพ้
• หลีกเลี่ยงสารระคายเคือง เช่น มลพิษ ฝุ่น PM2.5 ควัน และกลิ่นแรง
• พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่นอนดึก
• การรักษาด้วยยา ใช้ยาต้านฮิสตามีน หรือยาแก้แพ้

การดูแลรักษา ไซนัสอักเสบ

• การให้ยาซ่าเชื้อ
• ใช้ยาพ่นจมูก
• การผ่าตัด
• หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ไรฝุ่น ควันบุหรี่ เกสรดอกไม้ สถานที่แออัด เป็นต้น

ทั้งนี้โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ และไซนัสอักเสบสามารถเกิดร่วมกันได้ การรักษาโรคทั้งสองร่วมกันเมื่อผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยทั้งสองโรคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุดนั่นเองค่ะ
ที่มา : วารสาร หู คอ จมูก และใบหน้า , สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย