ผลบอลไทย ฟิลิปปินส์ ในนัดปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B ศึก ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 จบลงที่ทีมชาติไทยแพ้ฟิลิปปินส์ 1-2 บียอร์น มาร์ติน คริสเตนเซน ยิงคนเดียว 2 ประตู ส่วนไทยได้ประตูตีเสมอชั่วคราวจากอิคลาส สันหรน แม้จะแพ้ แต่ไทยยังจบอันดับ 1 ของกลุ่มและได้ลงเตะนัดชิงชนะเลิศกับอินโดนีเซียตามเดิม เพราะการันตีตั๋วไว้ตั้งแต่นัดก่อนหน้าแล้ว
บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่แฟนบอลอยากรู้หลังจบเกม ได้แก่ ไทม์ไลน์ประตู เหตุผลที่โค้ชแอนโทนี ฮัดสัน หมุนทีม ผลแพ้ครั้งนี้กระทบอันดับหรือไม่ ฟิลิปปินส์ได้อะไรจากชัยชนะ ฟอร์มของไทยทั้ง 3 นัด ตารางคะแนนสุดท้ายของกลุ่ม A และกลุ่ม B โปรแกรมนัดชิง และคำถามที่พบบ่อย ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ วันที่เขียน (3 ต.ค. 2569)
ผลบอลไทย ฟิลิปปินส์ จบสกอร์ 1-2 ใครยิงบ้าง
ทีมชาติไทยแพ้ฟิลิปปินส์ 1-2 ฟิลิปปินส์ได้ทั้ง 2 ประตูจากบียอร์น มาร์ติน คริสเตนเซน ในนาทีที่ 3 และนาทีที่ 68 ส่วนไทยได้ 1 ประตูจากอิคลาส สันหรน ในนาทีที่ 55 โดยเสกสรรค์ ราตรี เป็นคนจ่ายบอล
เกมเริ่มได้ไม่ทันไรไทยก็ต้องตามหลัง ฟิลิปปินส์ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 3 ทำให้ทั้งครึ่งแรกไทยต้องเป็นฝ่ายไล่ตาม หลังพักครึ่งไทยตีเสมอได้ในนาทีที่ 55 เกมกลับมาสูสีอีกครั้ง แต่อีก 13 นาทีต่อมา คริสเตนเซนก็ยิงประตูที่ 2 ของเขาในเกมนี้ ซึ่งกลายเป็นประตูชัยของฟิลิปปินส์จนจบเกม
ไทม์ไลน์ประตู ไทย พบ ฟิลิปปินส์
- นาทีที่ 3 ฟิลิปปินส์ขึ้นนำ 1-0 จากบียอร์น มาร์ติน คริสเตนเซน
- นาทีที่ 55 ไทยตีเสมอ 1-1 จากอิคลาส สันหรน (เสกสรรค์ ราตรี เป็นคนจ่าย)
- นาทีที่ 68 ฟิลิปปินส์ยิงประตูชัย 2-1 จากบียอร์น มาร์ติน คริสเตนเซน (ประตูที่ 2 ของเขาในเกมนี้)
ถ้าดูจากไทม์ไลน์ จะเห็นว่าจังหวะสำคัญมี 2 ช่วง คือการเสียประตูเร็วตั้งแต่ต้นเกม และการเสียประตูที่สองหลังจากเพิ่งตีเสมอได้ไม่นาน ทั้ง 2 จังหวะเป็นช่วงที่ทีมต้องตั้งสมาธิให้ดีที่สุด และเป็นบทเรียนที่ทีมงานน่าจะเอาไปทบทวนก่อนนัดชิง
สรุปผู้ทำประตูแยกตามทีม
- ฟิลิปปินส์ (2 ประตู): บียอร์น มาร์ติน คริสเตนเซน นาทีที่ 3 และ 68
- ไทย (1 ประตู): อิคลาส สันหรน นาทีที่ 55 คนจ่ายคือเสกสรรค์ ราตรี
ผลนัดนี้เป็นข่าวใหญ่เกินกว่านัดที่ไม่มีผลต่อการเข้ารอบ เพราะ Thai PBS รายงานว่านี่คือการแพ้ฟิลิปปินส์ครั้งแรกของทีมชาติไทยในรอบกว่า 50 ปี ชื่อของคริสเตนเซนจึงถูกพูดถึงมากในโลกออนไลน์ของทั้งสองประเทศหลังจบเกม
ทำไมไทยแพ้ฟิลิปปินส์ ทั้งที่การันตีเข้าชิงแล้ว
ไทยแพ้เพราะเกมนี้เป็นเกมที่ผลไม่มีความหมายต่อการเข้ารอบ หรือที่วงการฟุตบอลเรียกว่า dead rubber โค้ชแอนโทนี ฮัดสัน จึงพักผู้เล่นหลักหลายคน แล้วส่งตัวสำรองลงไปเก็บประสบการณ์ ตามรายงานของ Siamsport
ก่อนลงเตะนัดนี้ ไทยได้ตั๋วนัดชิงไปแล้ว หลังจากชนะเวียดนาม 2-0 ในนัดที่สองของกลุ่ม เมื่อ 29 ก.ย. 2569 ผลนัดนั้นทำให้ไม่มีทีมไหนแซงไทยขึ้นไปเป็นที่ 1 ของกลุ่มได้อีก ไม่ว่านัดสุดท้ายจะออกมาอย่างไร โค้ชจึงไม่จำเป็นต้องใช้ทีมชุดใหญ่ และเลือกเก็บแรงตัวหลักไว้ใช้ในนัดที่สำคัญที่สุดของรายการ
การหมุนทีมในนัดที่ไม่มีผลต่อการเข้ารอบ ได้อะไรบ้าง
ในทัวร์นาเมนต์ที่แข่งติดกันในช่วงสั้น ๆ การพักตัวหลักในนัดที่ไม่มีผลต่อการเข้ารอบเป็นเรื่องที่ทีมส่วนใหญ่ทำกันเป็นปกติ ข้อดีหลัก ๆ มีดังนี้
- ลดความเสี่ยงที่ตัวหลักจะบาดเจ็บหรือล้าสะสมก่อนนัดชิง ซึ่งเป็นนัดเดียวรู้ผล
- ตัวสำรองได้ลงสนามในเกมระดับนานาชาติจริง ซึ่งช่วยเรื่องความพร้อมถ้าต้องถูกเรียกใช้ในอนาคต
- สตาฟฟ์โค้ชได้ดูตัวเลือกสำรองในสถานการณ์จริง ไม่ใช่แค่ในสนามซ้อม
อย่างไรก็ตาม การหมุนทีมก็มีราคาที่ต้องจ่าย ผลแพ้ครั้งนี้ทำให้สถิติไม่แพ้ฟิลิปปินส์ที่ยาวกว่า 50 ปีขาดลง และแฟนบอลบางส่วนอาจกังวลเรื่องโมเมนตัมของทีมก่อนลงเตะนัดชิง แต่ในทางเทคนิค ผลนัดนี้ไม่กระทบเส้นทางของไทยในรายการเลย
แพ้นัดนี้กระทบอันดับและสิทธิ์เข้าชิงของไทยหรือไม่
ไม่กระทบ ทีมชาติไทยยังจบอันดับ 1 กลุ่ม B ด้วย 6 คะแนน เท่ากับเวียดนาม แต่ชนะกฎเกณฑ์ย่อย จึงได้ลงเตะนัดชิงชนะเลิศตามเดิม พูดง่าย ๆ ว่าผลแพ้ครั้งนี้ไม่กระทบสิทธิ์เข้าชิงของไทยแม้แต่น้อย
หลังจบ 3 นัด ไทยชนะ 2 แพ้ 1 ผลต่างประตู +5 ส่วนเวียดนามก็ชนะ 2 แพ้ 1 เก็บ 6 คะแนนเท่ากัน แต่แพ้กฎเกณฑ์ย่อยให้ไทย จึงจบอันดับ 2 และไปเล่นนัดชิงอันดับ 3 กับมาเลเซียแทน
ฟิลิปปินส์ได้อะไรจากชัยชนะเหนือไทย
ฟิลิปปินส์เก็บเพิ่ม 3 คะแนน รวมเป็น 4 คะแนน จบอันดับ 3 ของกลุ่ม B ซึ่งยังไม่พอจะได้ไปต่อทั้งนัดชิงชนะเลิศและนัดชิงอันดับ 3 เพราะ 2 ทีมแรกของกลุ่มคือไทยกับเวียดนาม
แต่ในมุมของฟิลิปปินส์ ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายเชิงประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการชนะไทยครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีตามรายงานของ Thai PBS และคริสเตนเซนก็ได้โชว์ฟอร์มยิง 2 ประตูในเกมเดียว ถือเป็นการปิดท้ายรายการที่น่าจดจำสำหรับทีมที่ตกรอบไปแล้ว
สรุปฟอร์มทีมชาติไทย 3 นัด รอบแบ่งกลุ่ม
ไทยจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการชนะ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 7 ประตู เสีย 2 ประตู ชนะปากีสถาน 4-0 และชนะเวียดนาม 2-0 ก่อนจะแพ้ฟิลิปปินส์ 1-2 ในนัดที่หมุนทีม
| นัด | วันที่ | คู่แข่ง | ผล | สกอร์ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 26 ก.ย. 2569 | ปากีสถาน | ชนะ | 4-0 | สนามสี จาลัก ฮารูปัต เมืองบันดุง |
| 2 | 29 ก.ย. 2569 | เวียดนาม | ชนะ | 2-0 | การันตีเข้าชิงล่วงหน้า |
| 3 | – | ฟิลิปปินส์ | แพ้ | 1-2 | นัดปิดท้ายกลุ่ม พักตัวหลัก |
นัดแรกกับปากีสถาน ไทยเปิดตัวได้ดีด้วยชัยชนะ 4-0 ที่บันดุง ได้ทั้งคะแนนและผลต่างประตูที่สูง ต่อมานัดที่สองซึ่งเป็นนัดชี้ชะตา ไทยชนะเวียดนาม 2-0 โดยไม่เสียประตู ผลนัดนี้ทำให้ไทยการันตีเข้าชิงล่วงหน้าหนึ่งนัด ก่อนจะใช้นัดสุดท้ายกับฟิลิปปินส์ให้ตัวสำรองได้ลงสนาม
ถ้าดูภาพรวม แนวรับของไทยไม่เสียประตูเลยใน 2 นัดที่ใช้ตัวจริงชุดหลัก ส่วน 2 ประตูที่เสียทั้งหมดเกิดในนัดที่หมุนทีม ข้อมูลนี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมผลแพ้นัดสุดท้ายยังไม่ใช่สัญญาณเตือนที่น่ากังวลมากนักก่อนนัดชิง
ตารางคะแนนสุดท้าย กลุ่ม B และกลุ่ม A
กลุ่ม B ไทยจบที่ 1 ด้วย 6 คะแนน ตามด้วยเวียดนาม 6 คะแนน ฟิลิปปินส์ 4 คะแนน และปากีสถาน 1 คะแนน ส่วนกลุ่ม A อินโดนีเซียจบที่ 1 ด้วย 7 คะแนน เท่ากับมาเลเซีย แต่ชนะกฎเกณฑ์ย่อย
ตารางคะแนนกลุ่ม B
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้-เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ไทย | 3 | 2 | 0 | 1 | +5 | 6 |
| 2 | เวียดนาม | 3 | 2 | 0 | 1 | – | 6 |
| 3 | ฟิลิปปินส์ | 3 | – | – | – | – | 4 |
| 4 | ปากีสถาน | 3 | – | – | – | – | 1 |
หมายเหตุ: เวียดนามมีคะแนนเท่าไทยแต่แพ้กฎเกณฑ์ย่อย ช่องที่ใส่ “-” คือตัวเลขที่ยังไม่มีแหล่งยืนยันครบ จึงไม่ใส่ไว้เพื่อความถูกต้อง
ตารางคะแนนกลุ่ม A
| อันดับ | ทีม | คะแนน | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1 | อินโดนีเซีย | 7 | ไม่แพ้ใครตลอดรอบแบ่งกลุ่ม |
| 2 | มาเลเซีย | 7 | แพ้กฎเกณฑ์ย่อยให้อินโดนีเซีย |
| 3 | สิงคโปร์ | 3 | – |
| 4 | บังกลาเทศ | 0 | – |
รูปแบบของรายการนี้คือแชมป์กลุ่มทั้งสองไปเจอกันในนัดชิงชนะเลิศ ส่วนอันดับ 2 ของทั้งสองกลุ่มไปเล่นนัดชิงอันดับ 3 คู่ชิงจึงเป็นไทยกับอินโดนีเซีย และคู่ชิงอันดับ 3 คือมาเลเซียกับเวียดนาม
นัดชิงชนะเลิศ ไทย พบ อินโดนีเซีย แข่งวันไหน ดูสดช่องไหน
นัดชิงชนะเลิศจะแข่งในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 20:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นอินโดนีเซีย ที่สนามเกโลรา บุง การ์โน กรุงจาการ์ตา แข่งนัดเดียวรู้ผล (ข้อมูล ณ วันที่เขียน 3 ต.ค. 2569)
- นัดชิงชนะเลิศ: ไทย พบ อินโดนีเซีย วันจันทร์ที่ 5 ต.ค. 2569 เวลา 20:00 น. สนามเกโลรา บุง การ์โน
- นัดชิงอันดับ 3: มาเลเซีย พบ เวียดนาม วันเดียวกัน เวลา 16:00 น. สนามเดียวกัน
- รูปแบบ: นัดเดียวจบ ไม่มีเลกเหย้า-เยือน
คู่แข่งของไทยในนัดนี้ไม่ธรรมดา อินโดนีเซียเป็นทั้งเจ้าภาพและทีมที่ไม่แพ้ใครตลอดรอบแบ่งกลุ่ม จบที่ 1 ของกลุ่ม A ด้วย 7 คะแนน และนัดชิงก็จะเตะที่จาการ์ตาซึ่งเป็นบ้านของพวกเขา ไทยจึงต้องเจอทั้งทีมที่ฟอร์มดีและบรรยากาศสนามของฝ่ายตรงข้าม ผลแข่งนัดชิงยังไม่เกิดขึ้น ณ วันที่เขียน ต้องรอดูกันในคืนวันที่ 5 ต.ค.
สำหรับช่องทางดูสดและดูไฮไลต์ย้อนหลัง เราสรุปไว้แล้วในบทความ DAZN ถ่ายสด ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 ดูฟรีไหม แนะนำให้ดูผ่านช่องทางของผู้ถือลิขสิทธิ์หรือช่องทางทางการเท่านั้น ข้อมูลการถ่ายทอดสดอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนเวลาแข่ง
ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 เป็นรายการที่อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ ใช้ 2 สนาม คือเกโลรา บุง การ์โน ที่จาการ์ตา และสี จาลัก ฮารูปัต ที่บันดุง แข่งในช่วง FIFA international window ระหว่าง 24 กันยายน – 5 ตุลาคม 2569 นัดชิงวันที่ 5 ต.ค. จึงเป็นวันสุดท้ายของรายการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผลบอลไทย ฟิลิปปินส์
ผลบอลไทย ฟิลิปปินส์ ใครเป็นคนยิงประตู?
ฝั่งฟิลิปปินส์ได้ 2 ประตูจากบียอร์น มาร์ติน คริสเตนเซน ในนาทีที่ 3 และนาทีที่ 68 ส่วนทีมชาติไทยได้ 1 ประตูจากอิคลาส สันหรน ในนาทีที่ 55 โดยเสกสรรค์ ราตรี เป็นคนจ่ายบอล เกมจบที่ฟิลิปปินส์ชนะ 2-1
ทำไมทีมชาติไทยแพ้ฟิลิปปินส์ทั้งที่เข้าชิงไปแล้ว?
เพราะนัดนี้ไม่มีผลต่อการเข้ารอบของไทย ไทยการันตีตั๋วนัดชิงชนะเลิศไว้ตั้งแต่ชนะเวียดนาม 2-0 ในนัดที่สอง โค้ชแอนโทนี ฮัดสัน จึงพักผู้เล่นหลักหลายคนและส่งตัวสำรองลงไปเก็บประสบการณ์ ตามรายงานของ Siamsport
แพ้ฟิลิปปินส์นัดนี้กระทบสิทธิ์เข้าชิงของไทยไหม?
ไม่กระทบ ไทยยังจบอันดับ 1 กลุ่ม B ด้วย 6 คะแนน เท่ากับเวียดนาม แต่ชนะกฎเกณฑ์ย่อย จึงได้ลงเตะนัดชิงชนะเลิศตามเดิม
นัดชิงชนะเลิศ ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 ไทยเจอใคร แข่งวันไหน?
ไทยจะพบอินโดนีเซีย เจ้าภาพที่ไม่แพ้ใครในรอบแบ่งกลุ่ม ในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 20:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นอินโดนีเซีย ที่สนามเกโลรา บุง การ์โน กรุงจาการ์ตา แข่งนัดเดียวรู้ผล (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ต.ค. 2569)
ดูไฮไลต์ ไทย พบ ฟิลิปปินส์ ย้อนหลังได้ที่ไหน?
ควรดูจากช่องทางของผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดรายการนี้หรือช่องทางทางการเท่านั้น เพื่อเลี่ยงคลิปละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วนรายละเอียดว่าช่องไหนถ่ายทอดและดูฟรีได้หรือไม่ สรุปไว้ในบทความ DAZN ถ่ายสด ฟีฟ่า อาเซียน คัพ 2026 ของเรา
ฟิลิปปินส์ชนะไทยนัดนี้ได้อะไร?
ฟิลิปปินส์เก็บเพิ่ม 3 คะแนน รวมเป็น 4 คะแนน จบอันดับ 3 ของกลุ่ม B จึงไม่ได้ไปต่อทั้งนัดชิงชนะเลิศและนัดชิงอันดับ 3 แต่ได้ชัยชนะเชิงประวัติศาสตร์ เพราะ Thai PBS รายงานว่านี่คือครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีที่ไทยแพ้ฟิลิปปินส์
