บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง วิธีเปิด Stolen Device Protection บน iPhone ปกป้องข้อมูลหลังมือถือหายกันนะคะ ต้องยอมรับเลยนะคะว่า ในยุคปัจจุบันนี้ที่สมาร์ทโฟนเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว และธุรกรรมทางการเงิน การรักษาความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เลยนะคะ หากคุณใช้งาน iOS 18 หรือใหม่กว่า Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ Stolen Device Protection ที่จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจมากขึ้น หาก iPhone เกิดสูญหายหรือถูกขโมย และล่าสุด Apple ประกาศร่วมมือกับตำรวจนครบาลลอนดอน เพื่อยกระดับความปลอดภัยและลดปัญหาการขโมย iPhone โดยมุ่งเป้าไปที่การทำให้เครื่องที่ถูกขโมย กลายเป็นแค่ที่ทับกระดาษ ขโมยไปก็ขายไม่ได้ค่ะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

 

วิธีเปิด Stolen Device Protection บน iPhone ปกป้องข้อมูลหลังมือถือหาย

 

 

 

โดยฟีเจอร์นี้ เปิดใช้ทั่วโลกเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว แค่อัปเดต iOS เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิด Stolen Device Protection ไว้ในการตั้งค่าก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ Stolen Device Protection ได้เลยค่ะ

 

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มใช้งาน Stolen Device Protection

เพื่อให้สามารถใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของคุณ

– อัปเดตเป็น iOS 18 หรือใหม่กว่า
– เปิดใช้งาน Face ID หรือ Touch ID
– เปิดใช้งาน การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย (Two-Factor Authentication)
– เปิดใช้งาน บริการหาตำแหน่งที่ตั้ง (Location Services) และ ค้นหาของฉัน (Find My)

 

1. วิธีเปิดใช้งาน Stolen Device Protection

ฟีเจอร์นี้จะช่วยเพิ่มชั้นความปลอดภัยเมื่อ iPhone ของคุณอยู่นอกสถานที่ ที่คุ้นเคย โดยจะบังคับให้ต้องยืนยันตัวตนด้วย Face ID/Touch ID แทนการใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว และเพิ่มระยะเวลาหน่วง 1 ชั่วโมงหากมีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าความปลอดภัยที่สำคัญ

 

 

 

ขั้นตอนการตั้งค่า

1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
2. เลือก Face ID และรหัสผ่าน (Face ID & Passcode) และกรอกรหัสผ่านของคุณ
3. เลื่อนลงมาที่หัวข้อ การปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย (Stolen Device Protection)
4. แตะเพื่อเปิดใช้งาน
5. เคล็ดลับ: คุณสามารถเลือก “ตลอดเวลา (Always)” หากต้องการให้ระบบบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยนี้แม้ว่าจะอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคยก็ตาม

 

 

 

2. วิธีการล็อกแอปพลิเคชัน (Locked Apps)

คุณสามารถล็อกแอปพลิเคชันบางตัวบนหน้าจอโฮม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลภายในหรือดูเนื้อหาของแอปผ่านทาง Spotlight หรือการแจ้งเตือนได้
วิธีล็อกแอป

 

1. แตะค้างที่แอปพลิเคชันที่ต้องการล็อกบนหน้าจอโฮม
2. เลือกเมนู ต้องการ Face ID (Require Face ID) หรือ Touch ID/รหัสผ่าน
3. ระบบจะยืนยันตัวตน และจากนั้นแอปนั้นจะถูกล็อกทันที เมื่อจะใช้งาน คุณจะต้องยืนยันตัวตนทุกครั้ง

 

วิธีปลดล็อกแอป

1. แตะค้างที่แอปที่ล็อกไว้
2. เลือก ไม่ต้องการ Face ID (Don’t require Face ID)
3. ยืนยันตัวตนเพื่อปลดล็อก เนื้อหาของแอปจะกลับมาแสดงผลใน Spotlight และการแจ้งเตือนตามปกติ

 

หมายเหตุ: ฟีเจอร์การล็อกแอปอาจไม่รองรับแอปพลิเคชันบางประเภท
การตั้งค่าเหล่านี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่สามารถปกป้องข้อมูลสำคัญ ทั้งบัญชีธนาคาร รูปภาพส่วนตัว และอีเมลของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณใช้งาน iPhone อย่าลืมเข้าไปตั้งค่าตามขั้นตอนข้างต้นเพื่อความอุ่นใจในการใช้งานได้อย่างปลอดภัยกันนะคุณะ

 

 

 

 

ที่มา : applemust.com  , Apple