บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง 5 เคล็ดลับ “เปิดแอร์” นอนตอนกลางคืน เซฟทั้งค่าไฟและสุขภาพกันนะคะ ในกต้องยอมรับกันเลยนะคะว่า การเปิดเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ทิ้งไว้ตั้งแต่เริ่มเข้านอนจนถึงเช้าวันใหม่นั้น กลายเป็นพฤติกรรมปกติของแทบทุกบ้านเลยนะคะ เพราะความเย็นฉ่ำช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้แอร์ทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงในตอนกลางคืน มีสิ่งสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม ซึ่งหากใช้งานอย่างไม่ถูกวิธี นอกจากจะทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายโดยไม่รู้ตัวอีกด้วยนะคะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ
5 เคล็ดลับ “เปิดแอร์” นอนตอนกลางคืน เซฟทั้งค่าไฟและสุขภาพ
1. ไม่ควรลตั้งอุณหภูมิต่ำจนเกินไป
หลายคนมีความเชื่อผิดๆ ว่ายิ่งตั้งอุณหภูมิต่ำ ห้องจะยิ่งเย็นเร็ว จึงมักปรับแอร์ไปที่ 16–18 องศาเซลเซียสแล้วเปิดทิ้งไว้ทั้งคืน ซึ่งในความเป็นจริงวิธีนี้ไม่ได้ช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่กลับทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะหลับลึก อุณหภูมิในร่างกายจะลดต่ำลงตามธรรมชาติ หากห้องเย็นจัดเกินไป จะทำให้ตื่นมาพร้อมอาการคอแห้ง คัดจมูก เป็นหวัด หรือปวดศีรษะได้นะคะ ซึ่งอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดสำหรับช่วงเวลานอนและช่วยประหยัดพลังงานจะอยู่ที่ 26–28 องศาเซลเซียส ซึ่งเพียงพอต่อการนอนหลับสบายและไม่ทำร้ายสุขภาพค่ะ
2. สลับมาใช้ “Sleep Mode” แทนการเปิดโหมดปกติทั้งคืน
คนส่วนใหญ่มักเปิดแอร์ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิเดียวตั้งแต่นอนยันเช้า และละเลยฟังก์ชัน “Sleep Mode” (โหมดนอนหลับ) ที่มีติดมากับเครื่อง โดยโหมดนี้ถูกออกแบบมาให้ปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ทีละนิดให้สอดคล้องกับอุณหภูมิร่างกายที่ลดลงในขณะหลับ ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายหนาวสั่นในช่วงกลางดึก และช่วยลดการทำงานของเครื่องเมื่อไม่จำเป็น ทำให้อายุการใช้งานของแอร์ยาวนานขึ้นและช่วยประหยัดค่าไฟได้อย่างยอดเยี่ยม
3. หลีกเลี่ยงการให้รีโมทตั้งทิศทางลมเป่าโดนตัวโดยตรง
การปรับบานสวิงให้ลมเย็นเป่าลงมาที่เตียงนอนโดยตรงอาจทำให้รู้สึกเย็นสบายทันใจ แต่การให้ร่างกายปะทะกับลมเย็นจัดติดต่อกันหลายชั่วโมง จะทำให้ผิวหนังและระบบทางเดินหายใจแห้งเกินไป ส่งผลให้ตื่นมามีอาการตาแห้ง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่ และใบหน้า เพราะฉะนั้นควรปรับบานสวิงแอร์ให้เงยขึ้นไปทางเพดาน หรือตั้งค่าให้ลมกระจายทั่วห้อง เพื่อเน้นการทำความเย็นให้อากาศในห้องหมุนเวียน แทนการเป่าลมเย็นใส่ร่างกายโดยตรง
4. อย่าปิดห้องทับถมจนทึบสนิทตลอดคืน
เนื่องจากกลัวความเย็นจะรั่วไหล หลายบ้านจึงปิดประตูและหน้าต่างทุกบานอย่างหนาแน่นและทึบสนิท ซึ่งการอยู่ในห้องที่ปิดตายเป็นเวลานานจะทำให้อากาศไม่ถ่ายเท ในขณะที่นอนหลับร่างกายยังคงหายใจและคายความชื้นออกมาตลอดเวลา ส่งผลให้อากาศในห้องเริ่มอับและมีคาร์บอนไดออกไซด์สะสม ทำให้ตื่นมาแล้วรู้สึกหัวหนักๆ จมูกแห้ง หรืออึดอัด ไม่จำเป็นต้องเปิดประตูทิ้งไว้กว้างๆ แต่ควรจัดการให้ห้องมีการหมุนเวียนของอากาศอย่างเหมาะสม และที่สำคัญต้องหมั่นล้างแผ่นกรองอากาศเพื่อลดการสะสมของฝุ่นละออง
5. ละเลยการล้างและตรวจเช็คแอร์ตามรอบ
หลายครอบครัวใช้งานแอร์ทุกวันแต่กลับละเลยการดูแลรักษา การปล่อยให้ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกอุดตันที่แผ่นกรองหรือคอยล์เย็น จะทำให้แอร์ระบายความเย็นได้ไม่ดี ส่งผลให้เครื่องต้องเร่งทำงานหนักขึ้นเพื่อทำความเย็นให้ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แอร์กินไฟมากกว่าปกติ การล้างแอร์ตามรอบนอกจากจะช่วยประหยัดไฟแล้ว ยังช่วยให้ลมแอร์สะอาดบริสุทธิ์และยืดอายุการใช้งานของเครื่องได้อีกด้วยนะคะ