ภาพกราฟิกประกอบบทความ REDMAGIC 12 Pro+ มือถือเกมมิ่งสีแดงดำบนพื้นหลังโทนมืด พร้อมข้อความจอ 185Hz แบต 8,400mAh ชาร์จ 120W และราคา 6,999 หยวน (ภาพจำลอง ไม่ใช่ภาพจริงของสินค้า)

REDMAGIC 12 Pro+ คือมือถือเกมมิ่งรุ่นใหม่ที่เปิดตัวและวางขายในจีนแล้วเมื่อ 15 ต.ค. 2026 มากับชิป Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 จอ 185Hz และแบต 8,400mAh ราคาเริ่มต้น 6,999 หยวน ส่วนราคาและวันวางขายในไทยยังไม่มีข้อมูล ณ ตอนนี้ บทความนี้สรุปสเปก ราคาจีนทุกความจุ และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค. 2569/2026)

REDMAGIC 12 Pro+ คืออะไร เปิดตัวเมื่อไร

REDMAGIC 12 Pro+ คือมือถือสายเล่นเกมรุ่นใหม่ของแบรนด์ REDMAGIC ที่เปิดตัวและเริ่มขายในจีนวันที่ 15 ต.ค. 2026 เวลา 14:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตัวเครื่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ REDMAGIC OS 12 ตามรายงานของ Gizchina

สำหรับตลาดโลก มีรายงานจาก AndroidHeadlines ว่ารุ่นนี้อาจใช้ชื่อขายว่า “REDMAGIC 12 Pro” แทนการมีเครื่องหมายบวกต่อท้าย แต่ข้อมูลนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากบริษัท นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจะมีการแจ้งรายละเอียดและราคาสำหรับตลาดโลกในวันที่ 3 พ.ย. 2026 ซึ่งก็ยังเป็นรายงานที่ไม่ใช่ประกาศทางการเช่นกัน

จุดขายหลักของรุ่นนี้ยังคงเป็นแนวทางเดิมของแบรนด์ คือเน้นประสิทธิภาพการเล่นเกม ระบบระบายความร้อนแบบมีพัดลมในตัว แบตเตอรี่ใหญ่ และปุ่มไหล่สำหรับเกมเมอร์ ใครที่กำลังมองหามือถือสายนี้อยู่ อาจอ่านภาพรวมตลาดเพิ่มเติมได้ที่ 5 มือถือเล่นเกม สเปกแรง เพื่อเห็นตัวเลือกอื่นในตลาด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่านต่อคือ ตัวเลขสเปกหลายส่วน โดยเฉพาะความสว่างหน้าจอและประสิทธิภาพการระบายความร้อน มาจากข้อมูลของบริษัทและ Whylab เป็นหลัก ณ วันที่เขียนบทความนี้ ยังไม่มีรีวิวหรือผลทดสอบจากแหล่งอิสระ ออกมายืนยัน

สเปก REDMAGIC 12 Pro+ มีอะไรบ้าง

REDMAGIC 12 Pro+ ใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 คู่กับชิปเกม Red Core R5 จอ BOE X11 OLED 6.85 นิ้ว 185Hz แบต 8,400mAh ชาร์จสาย 120W และระบบระบายความร้อน ICE 12 ที่มีพัดลมในตัว รายละเอียดแต่ละส่วนสรุปไว้ด้านล่าง

จอและชิป

หน้าจอเป็นพาเนล BOE X11 OLED ขนาด 6.85 นิ้ว ความละเอียด 2688×1216 พิกเซล อัตรารีเฟรชสูงสุด 185Hz ก่อนเปิดตัวเคยมีบางแหล่งลือว่าจะเป็น 144Hz แต่ข่าวเปิดตัวจริงระบุว่าเป็น 185Hz รายละเอียดอื่นของหน้าจอมีดังนี้

  • Touch sampling rate 500Hz ในการใช้งานปกติ และสูงสุด 5,000Hz เมื่อเปิด instant mode
  • ขอบจอดำบางเพียง 0.96mm
  • ความสว่าง 1,900 nits ทั้งจอ และสูงสุด 5,000 nits เฉพาะจุด (ตัวเลขอ้างอิงจาก Whylab ไม่ใช่ผลทดสอบอิสระ)
  • กล้องหน้า 16MP ซ่อนอยู่ใต้จอ หน้าจอจึงไม่มีรูเจาะ เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้มีอะไรบังภาพระหว่างเล่นเกม

ด้านหน่วยประมวลผลใช้ Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ซึ่ง Gizchina ระบุว่า ณ ตอนนี้ยังมีอยู่ในมือถือเพียงไม่กี่รุ่น ทำงานร่วมกับชิปเกมเฉพาะของแบรนด์ RedMagic Red Core R5 ที่รองรับการทำ upscaling และ frame generation ที่ความละเอียด 2K 185Hz ส่วนจะช่วยให้เกมลื่นขึ้นมากน้อยแค่ไหนในการใช้งานจริง ต้องรอผลทดสอบจากผู้รีวิวอิสระอีกครั้ง

ตัวเลือก RAM และความจุมี 3 แบบ คือ 12GB/256GB, 16GB/512GB และ 16GB/1TB นอกจากนี้ยังมีรุ่น Collector’s edition ที่ให้ RAM 24GB และความจุ 1TB ซึ่งจะตามมาทีหลัง และยังไม่ประกาศราคา

ระบายความร้อนและแบต

ระบบระบายความร้อนใช้ชื่อว่า ICE 12 ประกอบด้วยหลายชิ้นส่วนทำงานร่วมกัน ตามข้อมูลที่เปิดเผยออกมามีดังนี้

  • Micropump ระบบปั๊มของเหลวขนาดเล็ก
  • พัดลมแอคทีฟความเร็ว 25,500 RPM ที่กันน้ำระดับ IPX8
  • 4D Ice-Step vapor chamber
  • Liquid metal เจเนอเรชันที่ 4
  • โมดูลกราฟีน
  • ช่องไหลเวียน 2 ช่อง (ตามข้อมูลจาก Whylab)
  • ไฟ RGB ตกแต่งตัวเครื่อง

ข้อควรระวังคือ ไฟ RGB เป็นส่วนตกแต่ง ไม่ได้พิสูจน์ว่าทำให้เครื่องเย็นขึ้น และตัวเลขด้านการระบายความร้อนส่วนใหญ่มาจากบริษัทหรือ Whylab ดังนั้นการวัดอุณหภูมิจริงตอนเล่นเกมหนักๆ ต้องรอรีวิวอิสระ

แบตเตอรี่มีความจุ 8,400mAh (ก่อนเปิดตัวเคยลือกันว่า 8,000mAh แต่ตัวเลขที่ประกาศคือ 8,400mAh) รองรับการชาร์จแบบมีสาย 120W ชาร์จไร้สาย 80W และมีฟีเจอร์ bypass charging ที่จ่ายไฟให้ตัวเครื่องโดยตรงระหว่างเสียบสาย ช่วยลดภาระแบตเตอรี่เวลาเล่นเกมไปพร้อมกับชาร์จ

กล้องและความทนทาน

กล้องหลังมี 2 ตัว คือกล้องหลัก 50MP พร้อมกันสั่น OIS และกล้องอัลตราไวด์ 50MP ไม่มีเลนส์เทเลโฟโต้ ทำให้การซูมแบบออปติคอลทำได้จำกัด ใครที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพระยะไกลควรนำจุดนี้ไปพิจารณา

ด้านตัวเครื่องและความทนทาน มีรายละเอียดดังนี้

  • ความหนา 8.55mm น้ำหนัก 223g
  • กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68/IP69
  • มีแจ็คหูฟัง 3.5mm พอร์ต USB 3.2 Gen 2
  • Wi-Fi 7, Bluetooth 5.3, NFC และ IR blaster
  • ลำโพงคู่ 1115E และมอเตอร์สั่น X-axis
  • ปุ่มไหล่ sampling rate 700Hz

การที่ยังคงแจ็คหูฟัง 3.5mm และปุ่มไหล่ไว้ เป็นสิ่งที่เกมเมอร์หลายคนต้องการ เพราะช่วยให้ใช้หูฟังแบบมีสายได้โดยไม่ต้องพึ่งตัวแปลง และกดควบคุมเกมได้เหมือนจอยเกม

REDMAGIC 12 Pro+ ราคาเท่าไร วางขายในไทยหรือยัง

ราคาจีนของ REDMAGIC 12 Pro+ เริ่มต้นที่ 6,999 หยวน สำหรับรุ่น 12GB/256GB และสูงสุด 8,999 หยวนสำหรับรุ่น 16GB/1TB ส่วนในไทยยังไม่พบข้อมูลราคาและวันวางขายอย่างเป็นทางการ

RAM / ความจุ ราคาจีน (หยวน) ประมาณเป็นดอลลาร์
12GB / 256GB 6,999 หยวน ~$980
16GB / 512GB 7,999 หยวน ยังไม่มีข้อมูล
16GB / 1TB 8,999 หยวน ~$1,260
24GB / 1TB (Collector’s edition) ยังไม่ประกาศ ยังไม่มีข้อมูล

ราคาดอลลาร์ในตารางเป็นการแปลงค่าโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาทางการสำหรับตลาดต่างประเทศ ราคาจริงเมื่อวางขายนอกจีนอาจต่างออกไปตามภาษีและนโยบายของแต่ละประเทศ

ควรเข้าใจว่าราคาที่ประกาศจริงในตอนนี้มีเพียงราคาเป็นหยวนสำหรับตลาดจีนเท่านั้น ส่วนตัวเลขดอลลาร์เป็นเพียงการแปลงค่าเพื่อให้เห็นภาพคร่าวๆ และตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลาที่แปลง จึงอาจไม่ตรงกับราคาที่แบรนด์ประกาศเมื่อวางขายนอกจีน ช่องที่เขียนว่า “ยังไม่มีข้อมูล” หมายความว่าไม่พบตัวเลขดอลลาร์จากแหล่งที่ใช้อ้างอิง ไม่ใช่ว่าเครื่องรุ่นนั้นไม่มีขาย นอกจากนี้ยังไม่มีราคาไทยหรือราคาตลาดโลกอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจจึงไม่ควรใช้ตารางนี้เป็นราคาอ้างอิงสำหรับการซื้อในไทย ทางที่ปลอดภัยกว่าคือรอประกาศรายละเอียดตลาดโลกที่มีรายงานว่าอาจเกิดขึ้นวันที่ 3 พ.ย. 2026 ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันจากบริษัท แล้วค่อยเทียบราคากับร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายถูกต้องอีกครั้ง

หากเทียบกับรุ่นก่อนหน้า REDMAGIC 11 Pro+ ที่ราคาเริ่มต้น 5,699 หยวน รุ่นใหม่มีราคาเริ่มต้นสูงขึ้น 1,300 หยวน

สำหรับตลาดไทย ณ วันที่ 18 ต.ค. 2026 ยังไม่มีข้อมูลราคาหรือวันวางขายจากแบรนด์ สิ่งที่พอติดตามได้คือรายงานว่าจะมีการแจ้งรายละเอียดตลาดโลกในวันที่ 3 พ.ย. 2026 (ยังไม่ยืนยันทางการ) ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นให้รู้ทิศทางราคานอกจีน ระหว่างนี้แนะนำให้ระวังร้านที่อ้างราคาไทยอย่างเป็นทางการ เพราะยังไม่มีการประกาศ

REDMAGIC 12 Pro+ เหมาะกับใคร ควรรอหรือซื้อเลย

REDMAGIC 12 Pro+ เหมาะกับคนที่เล่นเกมบนมือถือเป็นหลักและต้องการจอรีเฟรชสูง แบตใหญ่ และปุ่มไหล่ แต่สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ การรอข้อมูลตลาดโลกและรีวิวอิสระก่อนน่าจะคุ้มกว่า เพราะยังไม่มีราคาไทยและผลทดสอบจริง

กลุ่มที่น่าจะได้ประโยชน์จากเครื่องนี้มากที่สุด

  • คนที่เล่นเกมนานต่อเนื่องและต้องการพัดลมระบายความร้อนในตัว
  • คนที่ชอบเล่นเกมไปชาร์จไป และอยากได้ฟีเจอร์ bypass charging
  • คนที่ใช้หูฟังแบบมีสายและต้องการแจ็ค 3.5mm
  • คนที่ไม่อยากให้มีรูกล้องหน้าบนจอ

กลุ่มที่อาจต้องคิดเพิ่ม

  • คนที่ให้ความสำคัญกับกล้อง โดยเฉพาะการซูมระยะไกล เพราะไม่มีเลนส์เทเลโฟโต้
  • คนที่ต้องการมือถือน้ำหนักเบา เพราะตัวเครื่องหนัก 223g
  • คนที่ต้องการประกันศูนย์ไทย เพราะยังไม่มีข้อมูลการวางขายในไทย

ถ้ายังไม่แน่ใจ ทางเลือกที่สมเหตุสมผลคือ รอดูประกาศตลาดโลกและรีวิวอิสระ ก่อน ระหว่างนี้ลองศึกษารุ่นอื่นที่เน้นสเปกแรงในช่วงเดียวกัน เช่น POCO F8 Ultra หรือ Redmi K100 Pro Max สเปก ราคา เข้าไทยไหม เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

สรุปสั้นๆ คือ สเปกบนกระดาษของรุ่นนี้น่าสนใจสำหรับสายเกม แต่คำกล่าวอย่าง “มือถือเครื่องแรกของโลก” ในบางฟีเจอร์เป็นคำอ้างของบริษัท และตัวเลขสำคัญหลายส่วนยังไม่ผ่านการทดสอบอิสระ การรอข้อมูลเพิ่มอีกระยะจึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ REDMAGIC 12 Pro+ (FAQ)

รวมคำถามที่คนสนใจ REDMAGIC 12 Pro+ ถามบ่อยที่สุด ตอบจากข้อมูลที่มี ณ วันที่ 18 ต.ค. 2026

REDMAGIC 12 Pro+ ราคาเท่าไร

ราคาจีนเริ่มต้น 6,999 หยวน (12GB/256GB), 7,999 หยวน (16GB/512GB) และ 8,999 หยวน (16GB/1TB) ส่วนรุ่น Collector’s edition 24GB/1TB ยังไม่ประกาศราคา

REDMAGIC 12 Pro+ ขายในไทยหรือยัง

ยังไม่มีข้อมูลราคาหรือวันวางขายในไทย ณ วันที่ 18 ต.ค. 2026 มีเพียงรายงานว่าจะแจ้งรายละเอียดตลาดโลกวันที่ 3 พ.ย. 2026 ซึ่งยังไม่ยืนยันทางการ

REDMAGIC 12 Pro+ ใช้ชิปอะไร

ใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ทำงานร่วมกับชิปเกม RedMagic Red Core R5 ที่รองรับ upscaling และ frame generation ที่ 2K 185Hz

REDMAGIC 12 Pro+ แบตกี่ mAh ชาร์จเร็วแค่ไหน

แบตเตอรี่ 8,400mAh รองรับชาร์จแบบมีสาย 120W ชาร์จไร้สาย 80W และมีฟีเจอร์ bypass charging

REDMAGIC 12 Pro+ ต่างจาก 11 Pro+ อย่างไร

ข้อมูลที่ยืนยันได้ตอนนี้คือราคาเริ่มต้น โดย 11 Pro+ เริ่มที่ 5,699 หยวน ส่วน 12 Pro+ เริ่มที่ 6,999 หยวน สำหรับความต่างด้านสเปกรายข้อ ยังไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบที่เชื่อถือได้

ข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค. 2569/2026 รวบรวมจากรายงานของ Gizchina, AndroidHeadlines และข้อมูลที่อ้างอิง Whylab ราคาและสเปกอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อมีประกาศทางการเพิ่มเติม