ภาพกราฟิกหัวจ่ายน้ำมันและเหรียญบาทบนพื้นโทนมืด ประกอบบทความกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบเกือบแสนล้านบาท

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคือกองทุนของรัฐที่เก็บเงินจากน้ำมันบางชนิดมาชดเชยน้ำมันและ LPG ที่แพง เพื่อไม่ให้ราคาในประเทศขึ้นลงตามตลาดโลกแรงเกินไป ข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569 กองทุนมีฐานะสุทธิติดลบ 98,942 ล้านบาท และมีแนวโน้มทะลุติดลบ 100,000 ล้านบาทภายในสัปดาห์หน้า เพราะเงินที่จ่ายชดเชยแต่ละวันสูงกว่าเงินที่เก็บเข้ามาหลายเท่า ส่วนกระทรวงพลังงานยืนยันว่ายังไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มในตอนนี้

ช่วงนี้คำว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ติดเทรนด์ค้นหาในไทย เพราะตัวเลขติดลบใกล้แตะหลักแสนล้านบาท บทความนี้สรุปให้ว่ากองทุนคืออะไร เงินมาจากไหน ช่วยพยุงราคาได้จริงแค่ไหน ทำไมถึงติดลบ ราคาน้ำมันไทยเทียบเพื่อนบ้านในอาเซียนเป็นอย่างไร และรัฐวางแผนอนาคตของกองทุนไว้อย่างไร โดยตัวเลขทุกจุดมีวันที่ของข้อมูลกำกับไว้ เพราะฐานะกองทุนเปลี่ยนแทบทุกสัปดาห์

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคืออะไร มีไว้ทำไม

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกลไกของรัฐที่ใช้รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (LPG) ในประเทศเวลาราคาตลาดโลกผันผวน หลักการคือเก็บเงินต่อลิตรจากน้ำมันบางชนิด แล้วนำไปชดเชยน้ำมันหรือ LPG ชนิดที่ราคาสูง เพื่อไม่ให้ภาระตกถึงผู้บริโภคทั้งหมดในครั้งเดียว

กองทุนตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 24 ก.ย. 2562 ผู้บริหารคือ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ สกนช. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ไม่ได้เป็นกรมในกระทรวง และไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ

สรุปหน้าที่หลักของกองทุนได้ดังนี้

  • พยุงราคาน้ำมันในประเทศไม่ให้กระชากขึ้นลงตามราคาตลาดโลกทุกครั้ง
  • ตรึงราคา LPG สำหรับครัวเรือน ปัจจุบันราคา LPG ถูกตรึงไว้ที่ 318 บาทต่อถัง 15 กก. ด้วยเงินอุดหนุนจากกองทุน
  • เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ให้รัฐมีเวลาปรับตัว ขณะที่ราคาพลังงานโลกยังไม่นิ่ง

ถ้าเปรียบให้เห็นภาพ กองทุนก็เหมือนโอ่งน้ำสำรอง ช่วงราคาน้ำมันโลกต่ำก็เก็บเงินเข้าโอ่ง พอราคาสูงก็ตักเงินออกมาช่วยลดราคา ปัญหาจะเกิดเมื่อราคาสูงนานจนต้องตักออกต่อเนื่องเกินกว่าที่เติมเข้าไป ซึ่งก็คือสภาพที่กองทุนเจออยู่ตอนนี้

เงินกองทุนน้ำมันมาจากไหน เก็บเงินลิตรละเท่าไหร่

เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนใหญ่มาจากการเก็บเงินเป็นรายลิตรจากน้ำมันบางชนิดที่ขายในประเทศ อัตราที่เก็บและอัตราที่จ่ายชดเชยไม่ได้คงที่ แต่ปรับเป็นระยะตามสถานการณ์ราคาตลาดโลก ตัวอย่างที่ชัดคือฝั่งจ่ายชดเชย ซึ่งดีเซลได้รับเงินชดเชยราว 2 บาทต่อลิตร (ข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569) ส่วนอัตราเก็บเงินฝั่งน้ำมันชนิดอื่นปรับเป็นระยะ ใครอยากรู้อัตราล่าสุดของน้ำมันแต่ละชนิดควรดูประกาศของ สกนช. ในวันนั้น

พูดง่ายๆ คือกองทุนเก็บเงินจากน้ำมันบางชนิด แล้วนำไปชดเชยชนิดที่ราคาแพง ทำให้กองทุนมีทั้งขาเข้าและขาออก ถ้าขาออกมากกว่าขาเข้าต่อเนื่อง ฐานะกองทุนก็จะติดลบ

เก็บจากน้ำมันชนิดไหนบ้าง vs จ่ายชดเชยให้ชนิดไหน

ข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569 แบ่งขาเข้าและขาออกได้แบบนี้

  1. ฝั่งจ่ายชดเชย: ก้อนใหญ่ที่สุดคือดีเซล ซึ่งได้รับเงินชดเชยราว 2 บาทต่อลิตร อีกก้อนคือ LPG ที่รัฐใช้เงินกองทุนตรึงราคาไว้ที่ 318 บาทต่อถัง 15 กก.
  2. ฝั่งเก็บเงินเข้า: มาจากน้ำมันชนิดอื่นที่ยังเก็บเงินเข้ากองทุนได้ รวมแล้วรายรับเข้ากองทุนอยู่ที่ราว 95-96 ล้านบาทต่อวัน

เมื่อรายจ่ายชดเชยอยู่ที่ราว 316 ล้านบาทต่อวัน แต่รายรับมีราว 95-96 ล้านบาทต่อวัน (ข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569) เงินกองทุนจึงหายไปสุทธิประมาณ 220 ล้านบาทต่อวัน (คำนวณจากตัวเลขข้างต้น) และนี่คือเหตุผลว่าทำไมตัวเลขติดลบถึงขยับขึ้นเร็ว

กองทุนน้ำมันช่วยพยุงราคาน้ำมันยังไง ทำไมราคาน้ำมันยังแพงอยู่

กองทุนช่วยด้วยการจ่ายเงินชดเชยต่อลิตร ราคาหน้าปั๊มจึงต่ำกว่าราคาที่ควรเป็นถ้าปล่อยตามตลาดโลกทั้งหมด แต่กองทุนไม่ได้ทำให้น้ำมันถูกลงจริง หน้าที่ของมันคือทำให้ราคาไม่กระชาก ถ้าต้นทุนน้ำมันโลกสูงมาก ราคาหน้าปั๊มก็ยังแพงอยู่ดี เพียงแต่แพงน้อยกว่ากรณีไม่มีกองทุน

ตัวอย่างชัดที่สุดคือดีเซล ซึ่งเป็นน้ำมันหลักของภาคขนส่งและเกษตร ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2569 ราคาดีเซลอยู่ที่ 42.19 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E10 อยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร ตัวเลขนี้รวมเงินชดเชยดีเซลราว 2 บาทต่อลิตรจากกองทุนแล้ว (ข้อมูลอัตราชดเชย ณ 4 ต.ค. 2569) ราคาจึงยังสูง เพราะต้นทุนน้ำมันโลกเองก็สูงมาก

ราคาตลาดโลกสูงขนาดไหน กระทรวงพลังงานประเมินว่าราคาน้ำมันเคยขึ้นไปสูงสุดราว 300 เหรียญต่อบาร์เรล ก่อนลดลงมาอยู่ที่ราว 170 เหรียญต่อบาร์เรล (ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2569) แม้จะลงจากจุดสูงสุดแล้ว ระดับนี้ก็ยังเป็นต้นทุนที่หนักมากสำหรับประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบ

ใครอยากเช็กราคาหน้าปั๊มรายวัน ดูได้ที่ อัปเดตราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ส่วนเบื้องหลังการปรับราคาดีเซลก่อนหน้านี้ อ่านต่อได้ที่บทความ ลดราคาดีเซล

กองทุนน้ำมันติดลบ/เป็นหนี้เท่าไหร่ ทำไมต้องกู้เงิน

ข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะสุทธิติดลบ 98,942 ล้านบาท มีเงินกู้คงค้าง 38,000 ล้านบาท และมีเงินสดสำรองเหลือ 10,000 ล้านบาท สาเหตุที่ต้องกู้เงินคือรายจ่ายชดเชยต่อวันสูงกว่ารายรับมาก จนเงินที่เก็บได้ไม่พอจ่ายชดเชยตามนโยบาย

ตัวเลขสำคัญ (ข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569 จากรายงานของ mgronline)

  • ฐานะสุทธิ: ติดลบ 98,942 ล้านบาท
  • เงินกู้คงค้าง: 38,000 ล้านบาท
  • เงินสดสำรองคงเหลือ: 10,000 ล้านบาท
  • ภาระชำระหนี้: ราว 1,300 ล้านบาทต่อเดือน
  • รายจ่ายชดเชย: ราว 316 ล้านบาทต่อวัน (ส่วนใหญ่เป็นเงินชดเชยดีเซล 2 บาทต่อลิตร)
  • รายรับเข้ากองทุน: ราว 95-96 ล้านบาทต่อวัน

เมื่อรายจ่ายชดเชยราว 316 ล้านบาทต่อวัน สูงกว่ารายรับราว 95-96 ล้านบาทต่อวันกว่า 3 เท่า กองทุนจึงต้องพึ่งเงินกู้และเงินสดสำรองเพื่อให้กลไกตรึงราคาเดินต่อได้ ข่าวของ mgronline ที่เผยแพร่วันที่ 7 ต.ค. 2569 ระบุว่าฐานะกองทุนมีแนวโน้มทะลุติดลบ 100,000 ล้านบาทภายในสัปดาห์หน้า

ด้านปงพล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม และกองทุนยังบริหารราคาได้ ข้อมูลที่มีในตอนนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดผู้ค้ำประกันเงินกู้ไว้ จึงควรติดตามประกาศทางการของ สกนช. หากมีการกู้เพิ่มในอนาคต

โครงสร้างหนี้: บัญชีน้ำมัน vs บัญชี LPG

กองทุนแยกบัญชีออกเป็น 2 ก้อน คือ บัญชีน้ำมัน และ บัญชี LPG ข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569 ทั้งสองบัญชีติดลบดังนี้

  1. บัญชีน้ำมัน: ติดลบ 58,429 ล้านบาท ก้อนนี้มาจากการชดเชยน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซลซึ่งเป็นภาระหลัก
  2. บัญชี LPG: ติดลบ 40,513 ล้านบาท ก้อนนี้มาจากการตรึงราคาก๊าซหุงต้มไว้ที่ 318 บาทต่อถัง 15 กก.

เมื่อรวม 2 บัญชีจะได้ฐานะสุทธิติดลบ 98,942 ล้านบาท การแยกบัญชีทำให้เห็นว่าภาระไม่ได้มาจากน้ำมันรถอย่างเดียว ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนก็เป็นสัดส่วนใหญ่ของหนี้เหมือนกัน

ราคาน้ำมันไทยเทียบประเทศอาเซียน แพงหรือถูกกว่า

ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2569 ราคาน้ำมันไทยอยู่ภายในช่วงราคาของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้ถูกที่สุดและไม่ได้แพงที่สุด ทั้งแก๊สโซฮอล์ E10 และดีเซล ราคาในอาเซียนต่างกันมากเพราะแต่ละประเทศใช้นโยบายอุดหนุนและเก็บภาษีพลังงานต่างกัน

ตารางด้านล่างเทียบราคาไทยกับช่วงราคาของกลุ่มประเทศอาเซียนที่รายงานโดย dailynews ได้แก่ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ลาว เมียนมา สิงคโปร์ และบรูไน ตัวเลขฝั่งอาเซียนเป็นช่วงต่ำสุดถึงสูงสุดของทั้งกลุ่ม ไม่ใช่ราคาของประเทศใดประเทศหนึ่ง

ชนิดน้ำมัน ราคาไทย (บาท/ลิตร) ช่วงราคาในอาเซียน (บาท/ลิตร)
แก๊สโซฮอล์ E10 40.69 13.95 – 93.14
ดีเซล 42.19 8.16 – 107.08

ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2569 จาก dailynews

ช่วงราคาที่กว้างมาก เช่นดีเซลตั้งแต่ 8.16 ถึง 107.08 บาทต่อลิตร แสดงว่าการเทียบราคาน้ำมันระหว่างประเทศต้องดูนโยบายประกอบด้วย ประเทศที่อุดหนุนหนักจะมีราคาหน้าปั๊มต่ำ ประเทศที่เก็บภาษีพลังงานสูงจะมีราคาสูง สำหรับไทย กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคือเครื่องมืออุดหนุนตัวหลักที่ทำให้ราคาดีเซลไม่ขึ้นไปสูงกว่านี้

อนาคตกองทุนน้ำมันเป็นยังไง

ภาพรวมตอนนี้ยังติดลบหนักและอาจทะลุหลักแสนล้านบาท แต่หน่วยงานรัฐคาดการณ์ว่ากองทุนจะฟื้นตัวได้ ถ้าราคาน้ำมันโลกทรงตัวตามที่ประเมินไว้ ส่วนจะฟื้นเร็วแค่ไหนยังขึ้นกับราคาน้ำมันโลกและนโยบายชดเชยในแต่ละช่วง ซึ่งยังฟันธงไม่ได้

ปัจจัยที่ใช้มองอนาคตของกองทุนมีดังนี้

  • ราคาตลาดโลก: กระทรวงพลังงานประเมินว่าราคาน้ำมันโลกผ่านจุดพีคแล้ว และคาดว่าจะทรงตัวไปถึงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570
  • บทเรียนปี 2565: ปีนั้นกองทุนเคยติดลบหนักถึง 130,000 ล้านบาท และฟื้นตัวได้ภายใน 1-2 ปีโดยไม่ต้องกู้เพิ่ม สกนช. คาดการณ์ว่ารอบนี้อาจมีแนวโน้มคล้ายกัน ตามความเห็นของพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน สกนช.
  • แผนระยะกลาง: ราววันที่ 22 ก.ย. 2569 ครม. อนุมัติ 2 แผน คือ แผนบริหารวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง 2569-2572 และ แผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2569-2572

รองโฆษกรัฐบาลแถลงว่าเป้าหมายของแผนเหล่านี้คือเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน ท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโลก แนวทางหนึ่งคือส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากวัตถุดิบเกษตรในประเทศมาผสมในน้ำมัน เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบบางส่วน ซึ่งช่วยเชื่อมนโยบายพลังงานกับภาคเกษตร และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานต่างชาติ

สำหรับคนทั่วไป สิ่งที่ควรติดตามคือประกาศปรับอัตราเงินกองทุนและราคาหน้าปั๊มจากหน่วยงานทางการ รวมถึงท่าทีของผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ทำความรู้จักผู้บริหารคนสำคัญได้ที่บทความ ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่

FAQ

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคืออะไร

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคือกองทุนของรัฐที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 24 ก.ย. 2562 บริหารโดยสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) มีหน้าที่รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันและ LPG ในประเทศเวลาราคาตลาดโลกผันผวน

เงินกองทุนน้ำมันมาจากไหน

เงินกองทุนมาจากการเก็บเงินเป็นรายลิตรจากน้ำมันบางชนิด แล้วนำไปชดเชยน้ำมันหรือ LPG ชนิดที่ราคาแพง ข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569 รายรับเข้ากองทุนอยู่ที่ราว 95-96 ล้านบาทต่อวัน ส่วนอัตราเก็บเงินของแต่ละชนิดปรับเป็นระยะตามสถานการณ์ราคา

ตอนนี้กองทุนน้ำมันติดลบหรือเป็นหนี้เท่าไหร่

ข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569 กองทุนมีฐานะสุทธิติดลบ 98,942 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 58,429 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 40,513 ล้านบาท มีเงินกู้คงค้าง 38,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มทะลุติดลบ 100,000 ล้านบาทภายในสัปดาห์หน้า

ทำไมกองทุนน้ำมันต้องกู้เงิน

เพราะรายจ่ายชดเชยราว 316 ล้านบาทต่อวัน สูงกว่ารายรับราว 95-96 ล้านบาทต่อวันมาก (ข้อมูล ณ 4 ต.ค. 2569) โดยรายจ่ายส่วนใหญ่เป็นเงินชดเชยดีเซล 2 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงพลังงานยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม

ราคาน้ำมันไทยแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้านไหม

ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2569 ราคาไทยอยู่ภายในช่วงราคาของเพื่อนบ้านในอาเซียน แก๊สโซฮอล์ E10 ของไทยอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร เทียบกับช่วง 13.95-93.14 บาทต่อลิตร และดีเซลอยู่ที่ 42.19 บาทต่อลิตร เทียบกับช่วง 8.16-107.08 บาทต่อลิตร ส่วนต่างมาจากนโยบายอุดหนุนและภาษีพลังงานของแต่ละประเทศ