บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง วิธีลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 บนเว็บไซต์ www.welfare.mof.go.th กันนะคะ เริ่มขึ้นแล้วนะคะ สำหรับการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 หรือบัตรคนจน รอบใหม่ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลนค่ะ

 

วิธีลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 บนเว็บไซต์ www.welfare.mof.go.th

 

 

 

1. เข้าเว็บไซต์ www.welfare.mof.go.th

 

2. คลิก ลงทะเบียนสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม

 

3. กดปุ่ม เริ่มลงทะเบียน

 

4. พิสูจน์ตัวตน ด้วย 2 วิธี คือ

 

วิธีที่ 1 ใช้แอปพลิเคชัน ThaID

วิธีที่ 2 กรอกข้อมูล เลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ-นามสกุล, วัน เดือน ปี เกิด, รหัส Laser ID หลังบัตรประจำตัวประชาชน

 

5. ระบบจะแสดงข้อมูลของผู้ลงทะเบียน กรณีพิสูจน์ตัวตนผ่าน ThaID ระบบจะแสดงข้อมูล หมายเลข บัตรประจำตัวประชาชน, คำนำหน้าชื่อ, ชื่อ – นามสกุล, วัน-เดือน-ปีเกิด ตามระบบ ThaID ผู้ลงทะเบียนจะต้องระบุข้อมูลหมายเลขติดต่อ และตรวจสอบข้อมูล จากนั้นคลิก ขั้นตอนต่อไป

 

6. ระบบจะแสดง เงื่อนไขและข้อตกลงในการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ผู้ลงทะเบียนอ่านและรับทราบเงื่อนไขที่ท้ายแบบฟอร์ม จากนั้นคลิก ยืนยัน

 

7. ระบบแสดงข้อความ ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย

ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า จำเป็นจะต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกรายด้วยเช่นกันนะคะ

 

 

 

 

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569

 

สำหรับเหตุผลความเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินโครงการลงทะเบียนครั้งนี้นั้น เนื่องจากผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน เป็นผู้ลงทะเบียนโครงการฯ มาตั้งแต่ปี 2565 และมีประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ตกหล่น และไม่สามารถเข้าโครงการฯ รอบที่ผ่านมาได้

 

ดังนั้น เพื่อเร่งแก้ปัญหาผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Exclusion Error) และเพื่อให้ได้กลุ่มคนที่ถูกต้อง ตรงตามเป้าหมาย สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินโครงการฯ โดยอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งการดำเนินการควบคู่ถือเป็นการช่วยเหลือคนทุกกลุ่มเป้าหมาย ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ราคาพลังงานปรับตัวสูง และส่งผลต่อภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

 

คุณสมบัติผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. เป็นผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน

3. ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้

– ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
– ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง
– บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
– นักเรียน นักศึกษา
– ข้าราชการ, พนักงานราชการ, พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (รอบปีปฏิทิน), ผู้รับบำเหน็จรายเดือน, ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
– ข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535
– สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา
– หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วย เลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
– ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
– ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
– ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ได้มีการชำระเบี้ยประกันภัยแล้วตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
– บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
– บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ (บุตรฯ) ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับบุตรฯ
– คู่สมรสของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส

4. เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

5. เป็นผู้มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

6. เป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินทางการเงินหรือมีทรัพย์สินทางการเงินที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่

– เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
– สลากของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์

7. ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

8. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

– มีกรรมสิทธิ์ในห้องชุด รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร และ
– กรณีผู้ที่เป็นเกษตรกร : มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา / มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อรวมกันกับข้อ 8.2.1 แล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 10 ไร่
– กรณีผู้ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร : มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา / มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เมื่อรวมกันกับข้อบนแล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 1 ไร่

9. ไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต

10. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน

 

ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ คือ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังจากมีการยืนยันตัวตน แต่ถ้ามีการยืนยันตัวตน (กรณีรายใหม่) หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะใช้ได้หลังจากวันที่ยืนยันตัวตน

หากเป็นผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัสอยู่ในปัจจุบัน และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับสิทธิของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนสิทธิไทยช่วยไทยพลัส ขอให้รีบยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นับแต่วันประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) โดยสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2569

ทั้งนี้ หากไม่มีการยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัส เช่นเดียวกันนะคะ