ภาพประกอบเชิงสัญลักษณ์ กราฟหุ้นสีแดงดิ่งลงหน้ากระดานราคาและเส้นขอบฟ้าฮ่องกง สื่อถึงดัชนีฮั่งเส็งที่ปรับตัวลดลง

ฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดในแดนลบ โดยดัชนีฮั่งเส็ง (Hang Seng Index) ของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงปิดที่ 24,954.47 จุด ลดลง 320.49 จุด หรือ -1.27% (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2569) แรงกดดันหลักมาจากสามเรื่องที่เกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่ คือ ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ความกังวลว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเร่งตัวตามราคาพลังงาน และความเสี่ยงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อตอบโต้เงินเฟ้อ บทความนี้สรุปให้ครบตั้งแต่ดัชนีฮั่งเส็งคืออะไร ตัวเลขล่าสุดของวันนี้ สาเหตุที่ร่วง เปรียบเทียบกับตลาดหุ้นเอเชียอื่น ไปจนถึงผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยและช่องทางที่นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงดัชนีนี้ได้

ดัชนีฮั่งเส็งคืออะไร ทำไมคนไทยต้องสนใจ

ดัชนีฮั่งเส็งคือดัชนีหุ้นอ้างอิงหลักของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ทำหน้าที่เหมือน SET Index ของไทย คือเป็นตัวชี้วัดว่าภาพรวมตลาดหุ้นฮ่องกงในวันนั้นขึ้นหรือลง เมื่อคนพูดว่า “ฮั่งเส็งร่วง” จึงหมายถึงมูลค่ารวมของหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดฮ่องกงปรับตัวลดลง ไม่ได้หมายถึงหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง

ดัชนีฮั่งเส็งคำนวณจากหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงสุด 82 แห่ง โดยถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาดแบบ free-float คือนับเฉพาะหุ้นส่วนที่หมุนเวียนซื้อขายจริงในตลาด ไม่ได้นับหุ้นทั้งหมดที่บริษัทออก ทำให้ดัชนีสะท้อนแรงซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้ดีกว่า องค์ประกอบของดัชนีครอบคลุมทั้งกลุ่มเทคโนโลยี ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2569)

เหตุผลที่คนไทยควรจับตาดัชนีนี้มีสองข้อ ข้อแรก ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นประตูที่บริษัทจีนขนาดใหญ่จำนวนมากใช้ระดมทุน ดัชนีฮั่งเส็งจึงถูกใช้เป็นตัวแทนสะท้อนภาพเศรษฐกิจจีนโดยรวม ข้อสอง ฮ่องกงเปิดตลาดในช่วงเวลาใกล้เคียงกับตลาดหุ้นไทย นักลงทุนไทยจำนวนไม่น้อยจึงใช้ทิศทางของฮั่งเส็งระหว่างวันเป็นเครื่องวัดอารมณ์ตลาดเอเชียโดยรวม ก่อนที่ตลาดยุโรปและสหรัฐฯ จะเปิดตามมา

ฮั่งเส็งวันนี้ (10 ก.ย. 2569) ปิดที่เท่าไหร่ ลงกี่จุด

ฮั่งเส็งวันนี้ปิดที่ 24,954.47 จุด ลดลง 320.49 จุด คิดเป็น -1.27% (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2569) ถือเป็นการปรับตัวลงที่แรงที่สุดในกลุ่มดัชนีหลักของเอเชียในวันเดียวกัน สวนทางกับตลาดญี่ปุ่นที่ยังปิดบวกได้เล็กน้อย

แรงขายในวันดังกล่าวกระจุกตัวหนักในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีจีน-ฮ่องกง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักสูงในดัชนีและมักอ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ยมากกว่ากลุ่มอื่น เพราะเป็นหุ้นที่ตลาดให้มูลค่าจากกำไรในอนาคตเป็นหลัก เมื่อดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น มูลค่าปัจจุบันของกำไรอนาคตก็ถูกลดทอนลงตามไปด้วย

รายชื่อหุ้นเทคที่ปรับตัวลงในวันเดียวกัน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2569) มีดังนี้

  • Tencent ลดลง 1.94%
  • Xiaomi ลดลง 1.74%
  • SMIC ลดลง 2.38%
  • Z.AI Co. ลดลง 10.34%
  • MiniMax ลดลง 8.98%

อีกปัจจัยที่กดบรรยากาศการลงทุนทั่วเอเชียคือฝั่งวอลล์สตรีท ซึ่งปิดลบต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 นับถึงวันที่ 9 ก.ย. 2569 ทำให้ตลาดเอเชียเปิดทำการในเช้าวันที่ 10 ก.ย. ด้วยอารมณ์ระมัดระวังตั้งแต่ต้น

ทำไมฮั่งเส็งร่วง เจาะ 3 สาเหตุหลัก

สาเหตุที่ฮั่งเส็งร่วงในวันที่ 10 ก.ย. 2569 มาจาก 3 ปัจจัยที่ต่อเนื่องกัน คือ ราคาน้ำมันดิบพุ่งจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลเงินเฟ้อที่ตามมา และความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยของเฟด ทั้งสามข้อไม่ใช่เรื่องแยกกัน แต่เป็นเหตุการณ์เดียวกันที่ส่งผลต่อกันเป็นทอด ๆ

1. ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น ทะลุระดับ 100-102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นราว 4.3% ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2569) สาเหตุมาจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังอิหร่านประกาศให้อ่าวโอมานและทะเลอาหรับเป็นเขตห้าม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดเส้นหนึ่งของโลก ตลาดจึงกังวลว่าอุปทานน้ำมันอาจสะดุด

ฮ่องกงเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ต้นทุนของภาคธุรกิจจึงเพิ่มตาม กดดันทั้งกำไรบริษัทจดทะเบียนและกำลังซื้อของผู้บริโภค หากอยากเห็นภาพว่าราคาน้ำมันในบ้านเราขยับอย่างไรในช่วงเดียวกัน อ่านเพิ่มได้ที่ ราคาน้ำมันวันนี้ 9 ก.ย. 69

2. ความกังวลเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว

เมื่อราคาพลังงานขึ้น เงินเฟ้อมักตามมาเป็นเงาตามตัว เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนตั้งต้นของแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ไปจนถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตลาดในวันที่ 10 ก.ย. 2569 จึงอยู่ในภาวะรอดูตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต (PPI) และฝั่งผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

ในภาวะที่ยังไม่รู้ตัวเลขจริง นักลงทุนจำนวนมากเลือกลดความเสี่ยงไว้ก่อน ด้วยการขายสินทรัพย์ที่ผันผวนสูงอย่างหุ้นเทคโนโลยีออกมาถือเงินสด ซึ่งอธิบายว่าทำไมแรงขายในฮ่องกงจึงหนักกว่าตลาดอื่นในภูมิภาค

3. ความเสี่ยงที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย

ปลายทางของเงินเฟ้อคือดอกเบี้ย ตลาดเริ่มกังวลว่าเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เร่งตัวตามราคาพลังงาน สัญญาณที่ชัดที่สุดคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี หรือ bond yield ที่ขยับขึ้นไปแตะราว 4.86% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2566 (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2569)

ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นหมายความว่าสินทรัพย์ปลอดภัยให้ผลตอบแทนดีขึ้น เงินจึงมีแรงจูงใจไหลออกจากตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงฮ่องกง กลไกเดียวกันนี้ยังส่งผลกับสินทรัพย์อื่นด้วย ใครอยากเข้าใจว่าดอกเบี้ยเฟดเชื่อมโยงกับราคาสินทรัพย์อย่างไร อ่านต่อได้ที่ ทำไมราคาทองขึ้นลง

ตลาดหุ้นเอเชียวันเดียวกันเป็นอย่างไรบ้าง

ตลาดหุ้นเอเชียในวันที่ 10 ก.ย. 2569 ปิดคละทิศทาง ไม่ได้ร่วงพร้อมกันทั้งภูมิภาค โดยฮ่องกงปรับตัวลงแรงที่สุด ส่วนญี่ปุ่นเป็นตลาดเดียวที่ปิดบวกได้ ขณะที่เกาหลีใต้และจีนแผ่นดินใหญ่ลงเล็กน้อย ตารางด้านล่างสรุปเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น

ดัชนี ตลาด ระดับปิด (จุด) เปลี่ยนแปลง (จุด) เปลี่ยนแปลง (%)
ฮั่งเส็ง ฮ่องกง 24,954.47 -320.49 -1.27%
นิกเกอิ ญี่ปุ่น 65,270.95 +128.17 +0.20%
KOSPI เกาหลีใต้ 7,033.92 -17.72 -0.25%
เซี่ยงไฮ้ จีน 3,934.40 -17.10 -0.43%
เปรียบเทียบดัชนีตลาดหุ้นเอเชีย ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2569

สิ่งที่น่าสังเกตจากตารางคือ แม้จะเผชิญข่าวราคาน้ำมันและดอกเบี้ยชุดเดียวกัน แต่แต่ละตลาดตอบสนองไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของดัชนีนั้น ๆ ว่ามีหุ้นกลุ่มไหนเป็นน้ำหนักหลัก ตลาดที่มีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยสูงอย่างฮ่องกง จึงรับแรงกระแทกมากกว่าตลาดที่มีหุ้นกลุ่มส่งออกหรือกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นแกน

ฮั่งเส็งร่วงกระทบตลาดหุ้นไทยและคนไทยอย่างไร

ตลาดหุ้นไทยในวันที่ 10 ก.ย. 2569 ถูกประเมินว่าจะแกว่งตัวในกรอบ ราว 1,610-1,630 จุด โดยนักวิเคราะห์จาก CGSI และกรุงศรี เตือนว่าราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันตลาด และเพิ่มความเสี่ยงที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP ได้รับความสนใจจากนักลงทุนตามทิศทางราคาน้ำมัน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2569)

ผลกระทบต่อคนไทยทั่วไปแบ่งได้เป็นสองชั้น ชั้นแรกคือชั้นตลาดทุน เมื่อบรรยากาศการลงทุนทั่วเอเชียเป็นลบ เงินลงทุนต่างชาติมักไหลออกจากตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย กดดันดัชนี SET และมูลค่าพอร์ตของผู้ที่ถือหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นไทย ชั้นที่สองคือชั้นค่าครองชีพ ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นจะทยอยส่งผ่านมายังราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ค่าขนส่ง และราคาสินค้าในประเทศ ซึ่งกระทบคนที่ไม่ได้ลงทุนในตลาดหุ้นเลยด้วยเช่นกัน

อีกด้านหนึ่ง เมื่อความไม่แน่นอนสูงขึ้น ความสนใจมักไหลไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งอธิบายว่าทำไมช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน ราคาทองคำจึงมักถูกพูดถึงมากขึ้น ดูตัวอย่างการเคลื่อนไหวของราคาทองในช่วงก่อนหน้าได้ที่ ราคาทองคำวันนี้ 19 ส.ค. 69

คนทั่วไปเข้าถึงดัชนีฮั่งเส็งได้อย่างไรบ้าง

นักลงทุนไทยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นที่ฮ่องกงโดยตรงก็สามารถลงทุนอ้างอิงตลาดหุ้นฮ่องกงได้ ช่องทางที่คนทั่วไปเข้าถึงได้มากที่สุดคือผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ และกองทุนประเภท ETF ที่อ้างอิงดัชนีของตลาดฮ่องกง ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงไปในหุ้นหลายตัวพร้อมกันแทนการเลือกหุ้นรายตัวเอง

สิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ มีดังนี้

  1. ทำความเข้าใจว่าดัชนีที่กองทุนนั้นอ้างอิงคือดัชนีใด และมีองค์ประกอบหุ้นกลุ่มไหนเป็นน้ำหนักหลัก เพราะดัชนีฮั่งเส็งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยี ธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง
  2. ตรวจสอบความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เพราะการลงทุนต่างประเทศมีทั้งกำไร-ขาดทุนจากตัวดัชนีและจากค่าเงินพร้อมกัน
  3. ดูค่าธรรมเนียมและนโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงินของกองทุนในหนังสือชี้ชวน ซึ่งเป็นเอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
  4. ประเมินระยะเวลาการลงทุนของตัวเองให้ตรงกับความผันผวนที่รับได้ ดัชนีหุ้นสามารถแกว่งได้ทั้งขึ้นและลงในระยะสั้น อย่างที่เห็นในวันที่ 10 ก.ย. 2569

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และสรุปข้อเท็จจริงของตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ กองทุน หรือสินทรัพย์ใด ๆ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ตัวเลขดัชนีและราคาน้ำมันที่อ้างถึงทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2569 ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวันทำการ

FAQ

ฮั่งเส็งวันนี้ปิดที่เท่าไหร่

ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ 24,954.47 จุด ลดลง 320.49 จุด หรือ -1.27% ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2569 นับเป็นดัชนีที่ปรับตัวลงแรงที่สุดในกลุ่มตลาดหุ้นเอเชียหลักของวันเดียวกัน

ทำไมฮั่งเส็งถึงร่วงในวันที่ 10 ก.ย. 2569

มาจาก 3 สาเหตุหลักที่เชื่อมโยงกัน คือ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100-102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ความกังวลว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวตามราคาพลังงาน และความเสี่ยงที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย โดยผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขึ้นไปแตะราว 4.86%

ดัชนีฮั่งเส็งคำนวณจากหุ้นกี่บริษัท

คำนวณจากหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงสุด 82 แห่งในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาดแบบ free-float ครอบคลุมกลุ่มเทคโนโลยี ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน

ฮั่งเส็งร่วงกระทบตลาดหุ้นไทยไหม

กระทบทางอ้อมผ่านบรรยากาศการลงทุนในภูมิภาค โดยวันที่ 10 ก.ย. 2569 นักวิเคราะห์ประเมินว่า SET จะแกว่งในกรอบราว 1,610-1,630 จุด และเตือนว่าราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันตลาด พร้อมเพิ่มความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยเฟด

ตลาดหุ้นเอเชียอื่นร่วงตามฮั่งเส็งหรือไม่

ไม่ได้ร่วงทั้งหมด วันที่ 10 ก.ย. 2569 ตลาดเอเชียปิดคละทิศทาง นิกเกอิของญี่ปุ่นปิดบวก 128.17 จุด (+0.20%) ขณะที่ KOSPI ลดลง 17.72 จุด (-0.25%) และเซี่ยงไฮ้ลดลง 17.10 จุด (-0.43%)

คนไทยลงทุนอ้างอิงดัชนีฮั่งเส็งได้ไหม

ทำได้ผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนต่างประเทศหรือกองทุน ETF ที่อ้างอิงตลาดหุ้นฮ่องกง โดยไม่ต้องเปิดบัญชีซื้อขายที่ฮ่องกงเอง ทั้งนี้ต้องพิจารณาความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมประกอบ การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ