ภาพปกบทความ สินเชื่อ QR มหาเฮง นกกระซิบ ออมสิน กู้ 50,000 ไม่ใช้หลักประกัน ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน

ธนาคารออมสินเปิดตัว “สินเชื่อออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” สินเชื่อสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยที่รับเงินผ่านแอป “ถุงเงิน” จุดต่างคือใช้ AI วิเคราะห์ยอดขายจริงของร้านแทนการยื่นเอกสารแสดงรายได้แบบเดิม วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาทต่อราย หรือไม่เกิน 1.5 เท่าของยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลัง 3 เดือน แล้วแต่จำนวนใดต่ำกว่า และไม่ต้องใช้หลักประกัน ผู้สนใจลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.gsb.or.th ได้ตั้งแต่ 24 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 จากนั้นยื่นขอสินเชื่อจริงผ่านแอป “ออมสินมหาเฮง” ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป (ข้อมูล ณ วันที่ 24 กันยายน 2569)

บทความนี้สรุปเงื่อนไขทั้งหมดที่ประกาศผ่านสื่อ ทั้งคุณสมบัติผู้กู้ วงเงิน อัตราดอกเบี้ย รูปแบบการชำระคืน ขั้นตอนลงทะเบียน และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจกู้ โดยอ้างอิงรายงานข่าวที่เผยแพร่ ณ วันที่ 24 กันยายน 2569 เท่านั้น จุดไหนที่ข่าวยังไม่ระบุจะเขียนกำกับไว้ตรง ๆ ว่ายังไม่มีข้อมูล เพื่อให้ร้านค้านำไปวางแผนได้โดยไม่เข้าใจผิด

สินเชื่อ QR มหาเฮง นกกระซิบ คืออะไร

เป็นสินเชื่อของธนาคารออมสิน (GSB) ที่ต่อยอดจากโครงการ AI นกกระซิบ ซึ่งนำปัญญาประดิษฐ์มาวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายจริงของร้านค้าที่รับเงินผ่านแอปถุงเงิน แล้วใช้ผลวิเคราะห์นั้นเป็นเกณฑ์พิจารณาอนุมัติวงเงินแทนเอกสารแสดงรายได้แบบเดิม สินเชื่อตัวนี้อยู่ภายใต้โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส และเจาะกลุ่มร้านค้ารายย่อยที่มักเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ เพราะไม่มีสลิปเงินเดือน ไม่มีงบการเงิน และไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

พูดให้เห็นภาพคือ ร้านค้าที่ขายของทุกวันและรับเงินผ่าน QR ของถุงเงินอยู่แล้ว ประวัติการค้าขายที่วิ่งผ่านระบบก็กลายเป็นหลักฐานรายได้ในตัวเอง ธนาคารจึงใช้ข้อมูลชุดนี้แทนการขอเอกสารกองโต ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับสินเชื่อกลุ่มนกกระซิบก่อนหน้านี้ อ่านพื้นฐานของระบบวิเคราะห์นี้เพิ่มเติมได้ที่บทความ สินเชื่อ AI นกกระซิบ แอปถุงเงิน วงเงิน-ดอกเบี้ยล่าสุด

AI “นกกระซิบ” ทำงานอย่างไร

AI นกกระซิบทำหน้าที่สรุปและวิเคราะห์ข้อมูลการค้าขายของร้าน เช่น ยอดขายที่รับผ่านแอปถุงเงิน แล้วส่งผลวิเคราะห์เข้าสู่กระบวนการพิจารณาสินเชื่อ ทำให้ธนาคารประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของร้านค้าได้จากพฤติกรรมการขายจริง ไม่ใช่จากเอกสารที่ร้านค้ารายย่อยส่วนใหญ่ไม่มี หากอยากรู้จักที่มาของระบบนี้แบบละเอียด อ่านต่อได้ที่ มารู้จักกับ AI “นกกระซิบ” บนแอปฯ ถุงเงิน

ข้อสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ การที่ AI ช่วยวิเคราะห์ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่สมัครจะได้รับอนุมัติ ผลการพิจารณายังขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของธนาคาร ข้อมูลยอดขายที่ระบบเห็น และเงื่อนไขอื่นที่ธนาคารกำหนด

เกี่ยวข้องกับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” อย่างไร

สินเชื่อตัวนี้เป็นหนึ่งในมาตรการภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งมีร้านค้าถุงเงินเข้าร่วมอยู่แล้ว กลุ่มที่ยื่นกู้ได้จึงเป็นร้านค้าที่อยู่ในระบบนี้ ไม่ใช่ประชาชนทั่วไปที่ไม่มีหน้าร้านหรือไม่ได้รับเงินผ่านถุงเงิน การผูกสินเชื่อไว้กับโครงการช่วยให้ธนาคารมีข้อมูลธุรกรรมของผู้กู้อย่างต่อเนื่อง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปล่อยกู้แบบไม่มีหลักประกันได้

คุณสมบัติผู้กู้และเงื่อนไขที่ต้องผ่าน

เงื่อนไขหลักมีสองชั้น คือต้องเป็นร้านค้าที่ใช้แอปถุงเงินในโครงการไทยช่วยไทย พลัส และต้องมียอดขายผ่านแอปถุงเงินตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน เหตุผลที่ต้องใช้ระยะเวลา 3 เดือนก็เพราะระบบต้องมีข้อมูลยาวพอจะคำนวณยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวตั้งในการคิดวงเงินอนุมัติ

แปลเป็นภาษาร้านค้าคือ ถ้าเพิ่งติดตั้งถุงเงินได้เดือนเดียว หรือรับเงินสดเป็นหลักจนยอดที่วิ่งผ่าน QR ไม่ถึงหลักหมื่นต่อเดือน ก็จะยังไม่เข้าเกณฑ์ในรอบนี้ ทางที่ทำได้คือเริ่มรับเงินผ่าน QR ถุงเงินให้สม่ำเสมอ เพื่อให้มีประวัติยอดขายไว้ใช้ในรอบถัดไป

  • เป็นพ่อค้าแม่ค้าหรือผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยที่ใช้แอปถุงเงินในโครงการไทยช่วยไทย พลัส
  • มียอดขายผ่านแอปถุงเงินตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
  • ยอดขายดังกล่าวต้องต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน
  • ลงทะเบียนภายในช่วงเวลาที่ธนาคารกำหนด คือ 24 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569

วงเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่

วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาทต่อราย หรือไม่เกิน 1.5 เท่าของยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลัง 3 เดือน โดยยึดจำนวนที่ต่ำกว่าเป็นเกณฑ์ ส่วนดอกเบี้ยคิดในอัตราคงที่ (Flat Rate) 0.75% ต่อเดือน ซึ่งธนาคารระบุว่าคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) ประมาณ 16.20% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 24 กันยายน 2569 อัตราดอกเบี้ยและช่วงเวลารับลงทะเบียนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของธนาคาร)

ตัวเลขสองตัวนี้ต้องอ่านคู่กันเสมอ เพราะดอกเบี้ยแบบ Flat Rate คิดจากเงินต้นตั้งต้นตลอดสัญญา ทำให้ตัวเลขต่อเดือนดูน้อย แต่เมื่อแปลงเป็นอัตราที่แท้จริงต่อปีจะสูงกว่าที่ตาเห็นมาก การเปรียบเทียบสินเชื่อระหว่างสถาบันการเงินจึงควรเทียบกันที่ Effective Rate ไม่ใช่เทียบตัวเลขต่อเดือน ผู้ที่อยากเข้าใจโครงสร้างการกำกับดูแลสถาบันการเงินไทยเพิ่มเติม อ่านได้ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยคืออะไร

หัวข้อ รายละเอียดตามที่ประกาศ
ชื่อสินเชื่อ สินเชื่อออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ (ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส)
วงเงินกู้ สูงสุด 50,000 บาทต่อราย หรือไม่เกิน 1.5 เท่าของยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลัง 3 เดือน แล้วแต่จำนวนใดต่ำกว่า
อัตราดอกเบี้ย คงที่ (Flat Rate) 0.75% ต่อเดือน หรือประมาณ 16.20% ต่อปี (Effective Rate)
หลักประกัน ไม่ต้องใช้หลักประกัน (Clean Loan)
รูปแบบวงเงิน วงเงินหมุนเวียนระยะสั้น เบิกใช้ตามวงเงินที่อนุมัติ ชำระคืนแล้วนำวงเงินกลับมาใช้ใหม่ได้ ทบทวนวงเงินทุกปี
ระยะเวลาผ่อนชำระ ข่าวไม่ได้ระบุจำนวนงวดหรือระยะเวลาผ่อนชำระที่แน่นอน
คุณสมบัติผู้กู้ ร้านค้าถุงเงินในโครงการไทยช่วยไทย พลัส ยอดขายผ่านแอปตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน
เอกสารที่ต้องใช้ ไม่ได้ระบุรายการเอกสารชัดเจนในข่าว ระบบใช้ข้อมูลยอดขายจริงจากแอปถุงเงินผ่าน AI แทนเอกสารรายได้แบบเดิม
ลงทะเบียน 24 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 ผ่าน www.gsb.or.th
ยื่นขอสินเชื่อ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ผ่านแอปออมสินมหาเฮง

ตัวอย่างการคำนวณวงเงินจากยอดขายเฉลี่ย

เพื่อให้เห็นภาพว่าเกณฑ์ 1.5 เท่าและเพดาน 50,000 บาททำงานร่วมกันอย่างไร ตารางด้านล่างเป็นการคำนวณเชิงอธิบายจากสูตรที่ธนาคารประกาศเท่านั้น ไม่ใช่ผลอนุมัติจริง และไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้วงเงินตามตัวเลขนี้

ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน (ย้อนหลัง 3 เดือน) 1.5 เท่าของยอดขายเฉลี่ย วงเงินตามเกณฑ์ (ยึดจำนวนที่ต่ำกว่า)
10,000 บาท 15,000 บาท 15,000 บาท
20,000 บาท 30,000 บาท 30,000 บาท
33,000 บาท 49,500 บาท 49,500 บาท
60,000 บาท 90,000 บาท 50,000 บาท (ติดเพดานสูงสุด)

ไม่ต้องใช้หลักประกัน ต่างจากสินเชื่อทั่วไปอย่างไร

สินเชื่อนี้เป็นสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันหรือ Clean Loan คือไม่ต้องนำที่ดิน รถ หรือทรัพย์สินใดมาค้ำ สิ่งที่มาแทนที่หลักประกันคือข้อมูลยอดขายจริงที่วิ่งผ่านแอปถุงเงิน ซึ่งธนาคารตรวจสอบย้อนหลังได้โดยไม่ต้องรอเอกสารจากผู้กู้

จุดที่ต้องระวังคือ การไม่มีหลักประกันไม่ได้แปลว่าภาระหนี้เบาลง ถ้าผิดนัดชำระก็ยังเป็นหนี้ตามสัญญาและกระทบประวัติเครดิตเหมือนสินเชื่ออื่นทุกประการ ต่างกันแค่ขั้นตอนตอนขอกู้ที่เร็วขึ้นและใช้เอกสารน้อยลง

อีกจุดที่แตกต่างคือรูปแบบวงเงิน สินเชื่อนี้เป็นวงเงินหมุนเวียนระยะสั้นแบบ revolving credit เบิกใช้ได้ตามวงเงินที่อนุมัติ เมื่อชำระคืนแล้วนำวงเงินกลับมาใช้ใหม่ได้โดยไม่ต้องยื่นข้อมูลใหม่ และธนาคารจะทบทวนวงเงินทุกปี ทั้งนี้ข่าวไม่ได้ระบุจำนวนงวดหรือระยะเวลาผ่อนชำระที่ตายตัวเป็นเดือนหรือปี ผู้กู้จึงควรสอบถามรายละเอียดงวดชำระกับธนาคารโดยตรงก่อนเซ็นสัญญา

วิธีลงทะเบียนและขั้นตอนสมัคร

ขั้นตอนแบ่งเป็นสองช่วงชัดเจน คือลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ธนาคารก่อนในช่วง 24 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 แล้วจึงยื่นขอสินเชื่อจริงผ่านแอปออมสินมหาเฮงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป การลงทะเบียนไม่ใช่การอนุมัติ และไม่มีการรับประกันว่าผู้ลงทะเบียนทุกรายจะได้รับวงเงิน

  1. ตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองก่อนว่ามียอดขายผ่านแอปถุงเงินตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนหรือไม่
  2. เข้าเว็บไซต์ www.gsb.or.th เพื่อลงทะเบียนภายในวันที่ 24 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569
  3. รอกำหนดการยื่นขอสินเชื่อผ่านแอปออมสินมหาเฮง ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
  4. ยื่นขอสินเชื่อในแอปออมสินมหาเฮง โดยระบบจะใช้ข้อมูลยอดขายจากแอปถุงเงินประกอบการพิจารณา
  5. รอผลพิจารณาจากธนาคาร แล้วอ่านเงื่อนไขวงเงิน ดอกเบี้ย และการชำระคืนให้ครบก่อนตกลงทำสัญญา

ข่าวไม่ได้ระบุรายการเอกสารแนบที่ต้องยื่นอย่างชัดเจน เพราะระบบออกแบบมาให้ใช้ข้อมูลยอดขายจริงจากแอปถุงเงินผ่าน AI แทนการยื่นเอกสารรายได้แบบเดิม หากธนาคารขอเอกสารเพิ่มเติมภายหลัง ให้ยึดตามประกาศของธนาคารเป็นหลัก

ข้อดีและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจกู้

ข้อดีที่ชัดเจนคือเข้าถึงง่ายสำหรับร้านค้ารายย่อยที่ไม่มีเอกสารรายได้ ไม่ต้องหาหลักประกัน และวงเงินหมุนเวียนช่วยเรื่องสภาพคล่องรายวันได้ดีกว่าการกู้ก้อนเดียวจบ ส่วนข้อควรระวังอยู่ที่ต้นทุนดอกเบี้ยและวินัยในการใช้วงเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้กู้ต้องประเมินเองก่อนตัดสินใจ

  • เทียบต้นทุนที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงประมาณ 16.20% ต่อปี ไม่ใช่มองแค่ตัวเลข 0.75% ต่อเดือน
  • วงเงินหมุนเวียนใช้ซ้ำได้ ทำให้หนี้ค้างยาวได้ง่ายหากเบิกใหม่ทุกครั้งที่ชำระคืน ควรตั้งเพดานการใช้ของตัวเอง
  • กู้เท่าที่ธุรกิจสร้างรายได้มาคืนได้จริง ไม่ควรกู้เต็มวงเงินเพียงเพราะอนุมัติมาเท่านั้น
  • ยอดขายผ่าน QR ที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อการทบทวนวงเงินในปีถัดไป การรับเงินผ่านถุงเงินอย่างสม่ำเสมอจึงมีประโยชน์ระยะยาว
  • ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อโครงการ ธนาคารให้ลงทะเบียนผ่าน www.gsb.or.th และยื่นกู้ผ่านแอปออมสินมหาเฮงเท่านั้น

อัปเดตข้อมูล: 25 กันยายน 2569 อ้างอิงประกาศและรายงานข่าว ณ วันที่ 24 กันยายน 2569 เงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และกำหนดวันรับลงทะเบียนอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับธนาคารออมสินก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

FAQ

สินเชื่อ QR มหาเฮง x นกกระซิบ คืออะไร

เป็นสินเชื่อของธนาคารออมสินภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส สำหรับพ่อค้าแม่ค้าและร้านค้ารายย่อยที่ใช้แอปถุงเงิน โดยใช้เทคโนโลยี AI นกกระซิบ วิเคราะห์ยอดขายผ่านแอปถุงเงินจริง มาเป็นเกณฑ์พิจารณาปล่อยกู้แทนการใช้หลักประกัน

AI นกกระซิบ คืออะไร เกี่ยวข้องกับสินเชื่อนี้อย่างไร

เป็นเทคโนโลยี AI ของธนาคารออมสินที่สรุปและวิเคราะห์ข้อมูลการค้าขายและยอดขายจากแอปถุงเงินของร้านค้า แล้วนำผลวิเคราะห์มาประกอบการพิจารณาอนุมัติวงเงิน ทำให้ผู้กู้ไม่ต้องใช้หลักประกัน

กู้ได้สูงสุดกี่บาท และคำนวณวงเงินจากอะไร

สูงสุด 50,000 บาทต่อราย หรือไม่เกิน 1.5 เท่าของยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน โดยยึดจำนวนที่ต่ำกว่าเป็นเกณฑ์ ตัวเลขที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับผลพิจารณาของธนาคาร

ดอกเบี้ยสินเชื่อ QR มหาเฮง x นกกระซิบ เท่าไหร่

อัตราดอกเบี้ยคงที่แบบ Flat Rate 0.75% ต่อเดือน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงหรือ Effective Rate ประมาณ 16.20% ต่อปี ข้อมูล ณ วันที่ 24 กันยายน 2569 และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของธนาคาร

ต้องมีหลักประกันหรือคนค้ำประกันไหม

ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพราะเป็นสินเชื่อแบบ Clean Loan ที่ใช้ข้อมูลยอดขายจริงผ่านแอปถุงเงินแทน ส่วนเรื่องผู้ค้ำประกัน ข่าวไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน ควรสอบถามธนาคารโดยตรงก่อนทำสัญญา อย่างไรก็ตามยังเป็นหนี้ตามสัญญาเต็มจำนวน หากผิดนัดชำระจะกระทบประวัติเครดิตเช่นเดียวกับสินเชื่ออื่น

สมัครอย่างไร และต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ต้องเป็นร้านค้าที่ใช้แอปถุงเงินในโครงการไทยช่วยไทย พลัส มียอดขายผ่านแอปตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.gsb.or.th ระหว่างวันที่ 24 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 แล้วยื่นขอสินเชื่อผ่านแอปออมสินมหาเฮงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป