ภาพปกอินโฟกราฟิกสรุปราคาทองคำวันนี้ 21 ส.ค. 2569 แสดงราคาทองคำแท่งขายออก 70,250 บาท ทองรูปพรรณ 71,050 บาท ราคาทองโลก 4,537 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และค่าเงินบาท 32.84 พร้อมภาพประกอบแท่งทองคำและเครื่องประดับทอง

ราคาทองคำวันนี้ (21 ส.ค. 2569) ปรับตัวขึ้นตั้งแต่เปิดตลาด โดยรอบเที่ยงประมาณ 12.18 น. ทองคำแท่งรับซื้อ 70,050 บาท ขายออก 70,250 บาทต่อบาททองคำ ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อ 68,644.48 บาท และขายออก 71,050 บาท ขณะที่ราคาเปิดตลาดช่วงเช้าปรับขึ้น 550 บาทจากราคาปิดของเมื่อวาน สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลง ทั้งนี้ราคาทองประกาศเปลี่ยนหลายรอบต่อวัน ตัวเลขทุกชุดในบทความนี้จึงเป็นข้อมูล ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569 ตามรอบเวลาที่กำกับไว้ ไม่ใช่ราคาคงที่ทั้งวัน

ราคาทองคำวันนี้เท่าไหร่ อัปเดตล่าสุด 21 ส.ค. 2569?

ราคาทองคำวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 70,200-70,300 บาทสำหรับทองคำแท่งขายออก และ 71,000-71,100 บาทสำหรับทองรูปพรรณขายออก โดยเปิดตลาดช่วงเช้าปรับขึ้นแรงแล้วย่อลงเล็กน้อยในรอบถัดมา ข้อมูลนี้เป็นราคาช่วงเช้าถึงเที่ยงของวันที่ 21 ส.ค. 2569 ยังไม่ใช่ราคาปิดตลาดสุดท้ายของวัน

สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนอ่านตัวเลขคือ ราคาทองในไทยไม่ได้ประกาศครั้งเดียวจบ แต่ประกาศใหม่ได้ตลอดวันตามการเคลื่อนไหวของราคาทองตลาดโลกและค่าเงินบาท เฉพาะวันนี้มีรายงานว่า ปรับราคาไปแล้วอย่างน้อย 11 ครั้ง นับถึงเวลาประมาณ 10.43 น. ดังนั้นเวลาที่คุณเปิดอ่านหน้านี้ ราคาจริงหน้าร้านอาจขยับไปจากตารางด้านล่างแล้ว

ราคาทองคำแท่ง 96.5% วันนี้

ทองคำแท่งเปิดตลาดที่ราคาขายออก 70,300 บาทต่อบาททองคำ (ประมาณ 09.04 น.) จากนั้นตามรายงานข่าวที่อ้างประกาศรอบที่ 11 ประมาณ 10.43 น. ปรับเป็นรับซื้อ 70,000 บาท ขายออก 70,200 บาท และช่วงเที่ยงประมาณ 12.18 น. ขยับขึ้นเล็กน้อยเป็นรับซื้อ 70,050 บาท ขายออก 70,250 บาท ส่วนต่างระหว่างราคารับซื้อกับราคาขายออกของทองคำแท่งอยู่ที่ราว 200 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งถือว่าแคบกว่าทองรูปพรรณอย่างชัดเจน

ราคาทองรูปพรรณวันนี้

ทองรูปพรรณ 96.5% เปิดตลาดที่ราคาขายออก 71,100 บาทต่อบาททองคำ ตามรายงานข่าวที่อ้างประกาศรอบที่ 11 ประมาณ 10.43 น. อยู่ที่รับซื้อ 68,599 บาท ขายออก 71,000 บาท และช่วงเที่ยงอยู่ที่รับซื้อ 68,644.48 บาท ขายออก 71,050 บาท จะเห็นว่าส่วนต่างซื้อ-ขายของทองรูปพรรณกว้างกว่าทองคำแท่งมาก เพราะราคาขายออกรวมค่ากำเหน็จไว้แล้ว แต่ตอนขายคืนร้านทองจะคิดตามเนื้อทองเท่านั้น

รอบเวลา (21 ส.ค. 2569) ทองคำแท่ง รับซื้อ ทองคำแท่ง ขายออก รูปพรรณ รับซื้อ รูปพรรณ ขายออก
เปิดตลาด ประมาณ 09.04 น. ไม่มีข้อมูล 70,300 บาท ไม่มีข้อมูล 71,100 บาท
รอบที่ 11 ประมาณ 10.43 น. (ตามรายงานข่าว) 70,000 บาท 70,200 บาท 68,599 บาท 71,000 บาท
ช่วงเที่ยง ประมาณ 12.18 น. 70,050 บาท 70,250 บาท 68,644.48 บาท 71,050 บาท

หน่วยทั้งหมดเป็นบาทต่อบาททองคำ ความบริสุทธิ์ 96.5% ข้อมูล ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569 ตามรอบประกาศที่แหล่งข่าวอ้างถึง ยังไม่มีข้อมูลราคาปิดตลาดสุดท้ายของวันนี้ หากอยากเทียบว่าราคาขยับไปมากน้อยแค่ไหนในสัปดาห์นี้ ดูย้อนหลังได้ที่ ราคาทอง 19 ส.ค. 2569 และ ราคาทอง 17 ส.ค. 2569

ทำไมราคาทองคำวันนี้ปรับขึ้น?

ราคาทองคำวันนี้ปรับขึ้นเพราะแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน บวกกับแผนซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่กดผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวให้ลดลง โดยเปิดตลาดวันนี้ปรับขึ้น +550 บาท จากราคาปิดของวันก่อนหน้า

ปัจจัยจากต่างประเทศ

ราคาทองในไทยอิงกับราคาทองตลาดโลกเป็นหลัก โดยราคาทองคำ Spot Gold อยู่ที่ประมาณ 4,525 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้า และขยับขึ้นเป็นราว 4,537.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเที่ยงของวันที่ 21 ส.ค. 2569 ปัจจัยที่ถูกพูดถึงมีดังนี้

  • ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน หลังประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่มมาตรการกดดันเศรษฐกิจอิหร่าน ดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์และดับเบิลยูทีไอปรับขึ้น เกิดความกังวลด้านอุปทานน้ำมันและเงินเฟ้อ ซึ่งหนุนความต้องการถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
  • แผนซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ หรือ Treasury Buyback ที่เพิ่มวงเงินจาก 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อรายการ สำหรับพันธบัตรอายุ 10-30 ปี ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นบวกต่อราคาทอง
  • กองทุน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำเพิ่ม 4.28 ตัน สะท้อนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับลงเกือบ 10 basis points สู่ระดับ 5.18% และดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ส่งผลให้ราคาทองโลกพุ่งขึ้นกว่า 3% ในช่วงก่อนหน้า

ส่วนทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีการระบุว่าเป็นตัวแปรของผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวในระยะถัดไป แต่ยังไม่มีตัวเลขมติหรืออัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจนระบุไว้ในรายงานข่าวชุดนี้ จึงยังสรุปแทนไม่ได้

ปัจจัยในประเทศ

ตัวแปรฝั่งไทยที่ทำให้ราคาทองในประเทศไม่ขยับตามทองโลกแบบเป๊ะๆ คือค่าเงินบาท ซึ่งวันนี้อยู่ที่ 32.84 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลักคิดง่ายๆ คือเมื่อเงินบาทอ่อนค่า ต้นทุนนำเข้าทองจะสูงขึ้นและกดดันให้ราคาทองในประเทศขยับขึ้นตาม ในทางกลับกันถ้าบาทแข็งค่าก็จะช่วยหักล้างการขึ้นของทองโลกได้บางส่วน

ทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ ต่างกันอย่างไร?

ทองคำแท่งกับทองรูปพรรณต่างกันที่วัตถุประสงค์การถือ ค่ากำเหน็จ และส่วนต่างราคาตอนขายคืน ทองคำแท่งเหมาะกับคนที่ถือเพื่อเก็บมูลค่าเพราะส่วนต่างซื้อ-ขายแคบกว่า ส่วนทองรูปพรรณเหมาะกับคนที่อยากใส่ได้ด้วย แต่ต้องยอมรับว่าจ่ายค่ากำเหน็จเพิ่มตอนซื้อและได้คืนน้อยกว่าตอนขาย

หัวข้อเปรียบเทียบ ทองคำแท่ง 96.5% ทองรูปพรรณ 96.5%
ราคาขายออก (เที่ยง 21 ส.ค. 2569) 70,250 บาท/บาททองคำ 71,050 บาท/บาททองคำ
ราคารับซื้อคืน (เที่ยง 21 ส.ค. 2569) 70,050 บาท/บาททองคำ 68,644.48 บาท/บาททองคำ
ส่วนต่างซื้อ-ขายโดยประมาณ ราว 200 บาท/บาททองคำ ราว 2,400 บาท/บาททองคำ
ค่ากำเหน็จ ไม่มีหรือน้อยมาก มี รวมอยู่ในราคาขายออก
ความบริสุทธิ์ 96.5% 96.5%
สภาพคล่องตอนขายคืน ขายคืนได้ตามราคารับซื้อทองแท่ง ขายคืนได้ตามราคารับซื้อรูปพรรณซึ่งต่ำกว่า
เหมาะกับ เก็บมูลค่า/ลงทุนระยะยาว สวมใส่ + เก็บมูลค่าบางส่วน

ค่ากำเหน็จคืออะไร คิดอย่างไร

ค่ากำเหน็จคือค่าแรงและค่าออกแบบในการขึ้นรูปทองให้กลายเป็นสร้อย แหวน หรือกำไล ไม่ใช่มูลค่าของเนื้อทอง จึงเป็นเหตุผลที่ทองรูปพรรณมีค่ากำเหน็จบวกเพิ่มตอนซื้อ แต่ไม่ได้คืนตอนขาย ค่ากำเหน็จของแต่ละร้านและแต่ละลายไม่เท่ากัน ลายที่ทำยากหรืองานละเอียดมักคิดสูงกว่าลายพื้นฐาน บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขตายตัว ควรถามร้านตรงๆ ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง หากเพิ่งเริ่มต้นและยังไม่ชินกับวิธีอ่านป้ายราคาหน้าร้าน แนะนำให้อ่าน คู่มือซื้อทองครั้งแรก ประกอบ

ทำไมราคาซื้อกับราคาขายไม่เท่ากัน

ราคาซื้อกับราคาขายไม่เท่ากันเสมอ เพราะร้านทองต้องมีส่วนต่างไว้เป็นต้นทุนดำเนินการและความเสี่ยงจากราคาที่แกว่งระหว่างวัน ตัวเลขวันนี้สะท้อนชัด คือทองคำแท่งห่างกันราว 200 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ทองรูปพรรณห่างกันราว 2,400 บาทต่อบาททองคำ แปลว่าถ้าซื้อทองรูปพรรณแล้วขายคืนทันทีในวันเดียวกัน จะขาดทุนจากส่วนต่างนี้ทันทีโดยที่ราคาทองยังไม่ต้องขยับเลยด้วยซ้ำ

วันนี้ควรซื้อทองคำหรือไม่?

คำตอบตรงๆ คือไม่มีใครฟันธงแทนคุณได้ เพราะ ไม่มีใครคาดการณ์ราคาทองล่วงหน้าได้แม่นยำ สิ่งที่ทำได้คือดูปัจจัยประกอบให้ครบก่อนตัดสินใจ ทั้งราคาปัจจุบันเทียบย้อนหลัง เป้าหมายการถือ และงบที่มีจริงโดยไม่กระทบสภาพคล่องของตัวเอง

สัญญาณและคำถามที่ควรพิจารณาก่อนซื้อ-ขาย

  1. เทียบราคาย้อนหลัง 7-30 วัน ว่าราคาวันนี้อยู่ช่วงบนหรือช่วงล่างของกรอบที่ผ่านมา ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขวันเดียว
  2. ถามตัวเองว่าถือเพื่ออะไร ถ้าถือยาวเพื่อกระจายความเสี่ยง ความผันผวนรายวันจะมีน้ำหนักน้อยกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
  3. เผื่อส่วนต่างซื้อ-ขายไว้ในการคำนวณเสมอ โดยเฉพาะทองรูปพรรณที่ส่วนต่างกว้างกว่าทองแท่งหลายเท่า
  4. อย่าใช้เงินที่ต้องใช้ในระยะสั้น เพราะถ้าจำเป็นต้องขายตอนราคาย่อ จะกลายเป็นการขาดทุนแบบไม่ได้ตั้งใจ
  5. เช็คว่าราคาที่เห็นเป็นรอบประกาศเวลาไหน เพราะวันเดียวประกาศได้หลายรอบ ราคาหน้าร้านตอนคุณไปถึงอาจต่างจากที่อ่านมา

ย้ำอีกครั้งว่าเนื้อหาส่วนนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ใช่การรับประกันว่าราคาจะขึ้นหรือลงในอนาคต

ติดตามราคาทองแบบเรียลไทม์และลงทุนทองคำได้ช่องทางไหนบ้าง?

ช่องทางเช็คราคาทองที่อ้างอิงได้มากที่สุดคือประกาศของสมาคมค้าทองคำ ซึ่งอัปเดตหลายรอบต่อวัน ส่วนช่องทางลงทุนทองคำมีทั้งซื้อทองจริง กองทุนรวมทองคำ และการซื้อขายทองคำออนไลน์ผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต แต่ละแบบต่างกันที่เงินเริ่มต้น ความสะดวก และความเสี่ยงที่ต้องรับ

วิธีเช็คราคาทองคำแบบเรียลไทม์

  • ดูประกาศราคาของสมาคมค้าทองคำเป็นตัวอ้างอิงหลัก แล้วสังเกตเวลาประกาศของแต่ละรอบเสมอ ตามรายงานข่าววันนี้มีการปรับอย่างน้อย 11 ครั้งนับถึงราว 10.43 น.
  • ตามข่าวราคาทองจากสำนักข่าวที่รายงานตามรอบเวลา และเทียบกับราคาหน้าร้านจริงก่อนซื้อ
  • ดูราคาทองตลาดโลกและค่าเงินบาทควบคู่กัน เพราะเป็นสองตัวแปรที่กำหนดราคาทองไทย เช่นวันนี้ทองโลกราว 4,537.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และบาทอยู่ที่ 32.84 บาทต่อดอลลาร์

ลงทุนทองคำผ่านช่องทางไหนได้บ้าง

  • ซื้อทองคำแท่ง เหมาะกับคนที่ต้องการถือของจริงและรับส่วนต่างซื้อ-ขายที่แคบ แต่ต้องมีที่เก็บที่ปลอดภัย
  • ซื้อทองรูปพรรณ ได้ความคล่องตัวเรื่องการสวมใส่ แต่ต้องยอมรับค่ากำเหน็จและส่วนต่างที่กว้างกว่า
  • กองทุนรวมทองคำ เหมาะกับคนที่ไม่อยากเก็บของจริง เริ่มด้วยเงินก้อนเล็กได้ แต่ต้องดูค่าธรรมเนียมและนโยบายกองทุน
  • ทองคำออนไลน์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มีความยืดหยุ่นสูงแต่ความเสี่ยงสูงกว่า ไม่เหมาะกับคนที่ยังไม่คุ้นกับความผันผวนรายวัน

FAQ ที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองคำวันนี้ส่วนใหญ่วนอยู่ที่ช่องทางเช็คราคาที่เชื่อถือได้ สาเหตุที่ราคาแต่ละร้านไม่เท่ากัน การเลือกระหว่างทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ วิธีคิดค่ากำเหน็จ และที่มาของราคาทองไทยเทียบกับราคาทองโลก สรุปคำตอบสั้นๆ ไว้ในหัวข้อด้านล่างนี้

ราคาทองคำวันนี้เช็คได้จากที่ไหนบ้าง?

เช็คได้จากประกาศราคาของสมาคมค้าทองคำเป็นหลัก ซึ่งประกาศใหม่ได้หลายรอบต่อวัน และดูข่าวราคาทองที่รายงานตามรอบเวลากำกับ ก่อนซื้อจริงควรเช็คราคาหน้าร้านซ้ำอีกครั้ง เพราะราคาระหว่างวันขยับได้ตลอด

ทำไมราคาทองคำแต่ละร้านไม่เท่ากัน?

ราคาเนื้อทองอ้างอิงประกาศกลางเหมือนกัน แต่ค่ากำเหน็จของทองรูปพรรณขึ้นอยู่กับลายและต้นทุนการผลิตของแต่ละร้าน จึงทำให้ราคาป้ายต่างกันได้ นอกจากนี้แต่ละร้านอาจอัปเดตราคาตามรอบประกาศไม่พร้อมกันเป๊ะ

ทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ ซื้อแบบไหนคุ้มกว่าถ้าจะขายคืน?

ถ้าเป้าหมายคือขายคืนเป็นหลัก ทองคำแท่งมีส่วนต่างซื้อ-ขายแคบกว่า โดยข้อมูลช่วงเที่ยงวันที่ 21 ส.ค. 2569 ทองแท่งห่างกันราว 200 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ทองรูปพรรณห่างกันราว 2,400 บาทต่อบาททองคำ แต่ทองรูปพรรณให้ประโยชน์ด้านการสวมใส่ที่ทองแท่งไม่มี

ค่ากำเหน็จคำนวณยังไง แพงหรือถูกขึ้นอยู่กับอะไร?

ค่ากำเหน็จคือค่าแรงขึ้นรูปทอง ไม่ใช่มูลค่าเนื้อทอง จึงคิดตามความยากของลายและต้นทุนของแต่ละร้าน ลายที่ทำยากหรืองานละเอียดมักคิดสูงกว่าลายพื้นฐาน ควรสอบถามร้านโดยตรงก่อนซื้อ เพราะไม่มีอัตรากลางที่ใช้เหมือนกันทุกร้าน

ราคาทองคำไทยอ้างอิงจากราคาทองคำโลกอย่างไร?

ราคาทองไทยคำนวณจากราคาทองตลาดโลกที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ แปลงกลับมาเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยน ข้อมูลวันที่ 21 ส.ค. 2569 ราคาทองโลกอยู่ราว 4,525-4,537.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.84 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งสองตัวแปรนี้จึงทำให้ราคาทองในประเทศขยับได้ตลอดวัน

ลงทุนทองคำเสี่ยงไหม เหมาะกับมือใหม่หรือเปล่า?

ทองคำมีความผันผวนตามข่าวเศรษฐกิจโลก ค่าเงิน และภูมิรัฐศาสตร์ จึงมีความเสี่ยงเหมือนสินทรัพย์อื่น มือใหม่ที่สนใจควรเริ่มจากเงินก้อนที่ยังไม่ต้องใช้ในระยะสั้น ทำความเข้าใจส่วนต่างซื้อ-ขายและค่ากำเหน็จให้ครบก่อน และไม่ควรตัดสินใจจากราคาวันเดียว