ฝรั่งเศส พบ อิตาลี จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก 2026/27 ลีก A กลุ่ม 1 นัดที่ 3 เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่สตาดเดอฟรองซ์ มิเชล โอลิเซ่ยิงไกลให้ฝรั่งเศสขึ้นนำนาทีที่ 55 ก่อนอเลสซานโดร บาสโตนีตีเสมอให้อิตาลีในนาทีที่ 68 นี่คือนัดแรกที่ซีเนดีน ซีดานในฐานะกุนซือฝรั่งเศสได้เจอกับทีมชาติอิตาลี นับตั้งแต่เหตุการณ์โขกหัวมาร์โก มาเตรัซซี่ในนัดชิงฟุตบอลโลก 2006
แม้จะเสียแต้มไปเป็นครั้งแรกและต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนช่วงท้ายเกม หลังดาโยต์ อูปาเมกาโนโดนไล่ออกในนาทีที่ 85 แต่ฝรั่งเศสยังคงไม่แพ้ใครในกลุ่มและรั้งจ่าฝูงด้วย 7 คะแนน บทความนี้สรุปทุกอย่างที่แฟนบอลอยากรู้หลังเกมจบ ทั้งผลการแข่งขัน ไทม์ไลน์ประตู ความหมายของเกมนี้ต่อซีดาน ตารางคะแนนล่าสุด และโปรแกรมนัดถัดไป
อัปเดตข้อมูล: ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 (อ้างอิงรายงานจาก Siamsport, เดลินิวส์, ผู้จัดการออนไลน์, ESPN, Al Jazeera และ New York Times)
ฝรั่งเศส พบ อิตาลี ผลเป็นอย่างไร ใครยิงประตู?
ผลการแข่งขันคือ ฝรั่งเศส 1-1 อิตาลี ฝั่งฝรั่งเศสได้ประตูจากมิเชล โอลิเซ่ นาทีที่ 55 ส่วนอิตาลีได้ประตูตีเสมอจากอเลสซานโดร บาสโตนี นาทีที่ 68 ทั้งสองทีมแบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน
เกมนี้เป็นการพบกันของสองชาติมหาอำนาจลูกหนังยุโรป โดยฝรั่งเศสลงสนามในฐานะทีมที่ชนะรวดสองนัดแรก ขณะที่อิตาลีมาพร้อมความมั่นใจหลังเพิ่งถล่มตุรกีมาได้ในนัดก่อนหน้า สกอร์ 1-1 จึงสะท้อนเกมที่สูสีระหว่างสองทีม
ประตูของโอลิเซ่: ยิงไกลโค้งชนคานเข้าประตู
ฝรั่งเศสเปิดสกอร์ได้ในนาทีที่ 55 จากลูกยิงไกลของมิเชล โอลิเซ่ บอลพุ่งโค้งไปโดนคานก่อนเข้าประตู กลายเป็นจังหวะที่ทำให้สตาดเดอฟรองซ์ระเบิดเสียงเชียร์ โอลิเซ่กลายเป็นตัวจี๊ดของทีมซีดานในเนชั่นส์ลีกรอบนี้ ก่อนหน้านี้ฝรั่งเศสเคยเอาชนะเบลเยียมมาแล้ว 1-0 อ่านรายละเอียดย้อนหลังได้ในสรุปผลฝรั่งเศสชนะเบลเยียม 1-0
ประตูตีเสมอของบาสโตนี: ใช้จังหวะความผิดพลาดกลางสนาม
อิตาลีตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 68 จุดเริ่มต้นมาจากการที่ลูกาส์ ดา กุนญา เสียบอลหลุดกลางสนาม ก่อนที่อเลสซานโดร บาสโตนีจะเป็นผู้ยิงประตูตีเสมอ ประตูนี้ทำให้เกมกลับมาเปิดอีกครั้ง และทำให้ฝรั่งเศสต้องเร่งเกมหาประตูชัยในช่วงที่เหลือ
ใบแดงของอูปาเมกาโนในนาทีที่ 85
เหตุการณ์ที่เปลี่ยนบรรยากาศช่วงท้ายเกมคือดาโยต์ อูปาเมกาโนได้รับใบเหลืองใบที่ 2 ในนาทีที่ 85 และถูกไล่ออกจากสนาม ทำให้ฝรั่งเศสเหลือผู้เล่น 10 คน แทนที่จะได้ลุ้นประตูชัย ทีมของซีดานต้องหันมาเน้นรักษาผลเสมอ ซึ่งสุดท้ายก็ทำได้สำเร็จจนจบเกม
ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญในเกมฝรั่งเศส พบ อิตาลี
เหตุการณ์สำคัญของเกมนี้มีสามช่วงหลัก ได้แก่ ประตูของโอลิเซ่นาทีที่ 55 ประตูตีเสมอของบาสโตนีนาทีที่ 68 และใบแดงของอูปาเมกาโนนาทีที่ 85 ทั้งหมดเกิดขึ้นในครึ่งหลัง
- ก่อนเกม — แฟนบอลเจ้าถิ่นที่สตาดเดอฟรองซ์ต้อนรับซีเนดีน ซีดานด้วยเสียงเชียร์ ซีซู ซีซู และแบนเนอร์ข้อความ Welcome Home ในนัดแรกที่เขาคุมทีมชาติฝรั่งเศสในบ้าน
- นาทีที่ 55 — มิเชล โอลิเซ่ยิงไกลโค้ง บอลชนคานเข้าประตู ฝรั่งเศสนำ 1-0
- นาทีที่ 68 — ลูกาส์ ดา กุนญา เสียบอลหลุดกลางสนาม อเลสซานโดร บาสโตนียิงตีเสมอให้อิตาลี 1-1
- นาทีที่ 85 — ดาโยต์ อูปาเมกาโนรับใบเหลืองใบที่ 2 ถูกไล่ออก ฝรั่งเศสเหลือ 10 คน
- จบเกม — ฝรั่งเศสรักษาผลเสมอ 1-1 ไว้ได้ ยังไม่แพ้ใครในกลุ่ม
เมื่อมองภาพรวม เกมครึ่งแรกยังไม่มีประตูเกิดขึ้น และทุกอย่างที่ตัดสินผลการแข่งขันเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 30 นาทีของครึ่งหลัง ตั้งแต่จังหวะเปิดสกอร์ของเจ้าบ้าน ไปจนถึงความผิดพลาดที่นำไปสู่ประตูตีเสมอ และใบแดงที่ทำให้ฝรั่งเศสต้องตั้งรับในช่วงท้าย
ทำไมเกมนี้ถึงพิเศษสำหรับซีเนดีน ซีดาน?
เกมนี้พิเศษเพราะเป็นนัดแรกที่ซีดานในฐานะกุนซือฝรั่งเศสได้เจอกับอิตาลี นับตั้งแต่นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ที่เขาโขกหัวใส่มาร์โก มาเตรัซซี่ ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายในอาชีพนักเตะของเขา และยังเป็นนัดแรกที่เขาคุมทีมชาติในบ้านที่สตาดเดอฟรองซ์อีกด้วย
สำหรับแฟนบอลหลายรุ่น ภาพของซีดานในนัดชิงฟุตบอลโลก 2006 กลายเป็นหนึ่งในฉากที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล เพราะเป็นการปิดฉากอาชีพค้าแข้งของนักเตะระดับตำนานในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด การที่โชคชะตาพาให้เขากลับมาเผชิญหน้ากับอิตาลีอีกครั้ง แต่คราวนี้ในบทบาทผู้จัดการทีม
บรรยากาศในสนามสะท้อนความผูกพันระหว่างซีดานกับแฟนบอลฝรั่งเศสได้อย่างชัดเจน เสียงเชียร์ ซีซู ดังกึกก้อง พร้อมแบนเนอร์ Welcome Home ที่สื่อความหมายว่าแฟนบอลยินดีต้อนรับเขากลับบ้าน ตามที่สื่อหลายสำนักรายงาน
ในแง่ผลงาน ซีดานเริ่มต้นงานคุมทีมชาติฝรั่งเศสได้ดี ก่อนเกมนี้เขาพาทีมชนะมาแล้ว 2 นัดติด คือชนะตุรกี 1-0 และชนะเบลเยียม 1-0 ใครที่อยากย้อนดูนัดเปิดตัวของเขา อ่านได้ที่สรุปผลฝรั่งเศสชนะตุรกี 1-0 นัดแรกของซีดาน ผลเสมอกับอิตาลีจึงเป็นครั้งแรกที่ทีมของซีดานเสียแต้ม แต่สถิติไม่แพ้ใครยังคงอยู่
ฝั่งอิตาลีกับโรแบร์โต้ มันชินี่
อีกฝั่งของสนาม อิตาลีอยู่ภายใต้การคุมทีมของโรแบร์โต้ มันชินี่ ซึ่งกลับมาคุมทีมชาติอิตาลีรอบใหม่ และเกมนี้เป็นนัดที่ 3 ของเขานับตั้งแต่กลับมารับงาน เส้นทางของมันชินี่ในรอบนี้เริ่มต้นไม่ง่ายนัก เพราะนัดแรกแพ้เบลเยียม 0-2 ก่อนกลับมาชนะตุรกี 4-1 และได้ผลเสมอในเกมเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้
ตารางคะแนนเนชั่นส์ลีก ลีก A กลุ่ม 1 หลังนัดที่ 3
หลังจบนัดที่ 3 ฝรั่งเศสรั้งจ่าฝูงกลุ่ม 1 ด้วย 7 คะแนน จากการชนะ 2 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร และนำเบลเยียมที่อยู่อันดับรองอยู่ 1 คะแนน ส่วนอิตาลีมี 4 คะแนน (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569)
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|
| ฝรั่งเศส | 3 | 2 | 1 | 0 | 7 |
| อิตาลี | 3 | 1 | 1 | 1 | 4 |
หมายเหตุ: ตารางแสดงเฉพาะทีมที่มีข้อมูลครบจากแหล่งข่าว ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ส่วนเบลเยียมตามหลังฝรั่งเศสอยู่ 1 คะแนน
เพื่อให้เห็นภาพเส้นทางของทั้งสองทีมชัดขึ้น ตารางด้านล่างเปรียบเทียบผลการแข่งขันทีละนัดของฝรั่งเศสและอิตาลีในกลุ่ม 1
| ทีม | นัดที่ 1 | นัดที่ 2 | นัดที่ 3 |
|---|---|---|---|
| ฝรั่งเศส | ชนะตุรกี 1-0 | ชนะเบลเยียม 1-0 | เสมออิตาลี 1-1 |
| อิตาลี | แพ้เบลเยียม 0-2 | ชนะตุรกี 4-1 | เสมอฝรั่งเศส 1-1 |
จะเห็นได้ว่าฝรั่งเศสยังเก็บคลีนชีตได้ในสองนัดแรก ก่อนเสียประตูแรกในกลุ่มให้กับอิตาลีในเกมนี้ ขณะที่อิตาลีฟื้นตัวได้ดีหลังเริ่มต้นด้วยความพ่ายแพ้ โดยเก็บได้ 4 คะแนนจากสองนัดหลังสุด สำหรับรายละเอียดเกมที่อิตาลีถล่มตุรกี ดูได้ที่สรุปผลอิตาลีชนะตุรกี 4-1 และผู้ทำประตู
นัดถัดไปของฝรั่งเศสและอิตาลีพบใคร?
นัดถัดไปในกลุ่ม 1 ฝรั่งเศสจะพบกับเบลเยียมในนัดถัดไป (นัดที่ 4) ส่วนอิตาลีจะพบกับตุรกี (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569)
- ฝรั่งเศส พบ เบลเยียม — นัดถัดไป (นัดที่ 4) ที่เป็นการเจอกันระหว่างทีมอันดับ 1 และทีมที่ตามหลังอยู่ 1 คะแนน
- อิตาลี พบ ตุรกี — โอกาสของทีมมันชินี่ในการเก็บคะแนนเพิ่ม หลังเคยชนะตุรกีมาแล้ว 4-1
เกมฝรั่งเศสกับเบลเยียมน่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นการพบกันของสองทีมที่มีคะแนนห่างกันเพียง 1 แต้มบนตาราง
ผลเสมอนัดนี้มีความหมายอย่างไรกับอิตาลี?
สำหรับอิตาลี การบุกไปเก็บแต้มจากเจ้าบ้านฝรั่งเศสได้ถือเป็นผลงานที่ไม่เลว แต่สื่อไทยบางสำนักมองต่างออกไป โดย Siamsport รายงานว่าผลเสมอครั้งนี้ถูกมองเป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นทางของอิตาลีในการกลับไปเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ยังไม่แน่นอน
มุมมองดังกล่าวของ Siamsport ผูกโยงกับบริบทที่อิตาลีเคยพลาดการไปเล่นฟุตบอลโลกมาหลายสมัยในอดีต ทำให้ทุกผลการแข่งขันของทีมชาติอิตาลีถูกจับตาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการวิเคราะห์ของสื่อ ไม่ใช่ข้อสรุปตายตัว เพราะอิตาลียังมีเกมเหลือในกลุ่ม และกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของยุคมันชินี่รอบใหม่
ในฝั่งฝรั่งเศส ผลเสมอครั้งนี้อาจมองได้สองมุม มุมหนึ่งคือทีมเสียแต้มแรกและเสียประตูแรกในกลุ่ม แต่อีกมุมหนึ่งคือทีมยังรักษาสถิติไม่แพ้ไว้ได้ แม้ต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนในช่วงท้าย และยังคงเป็นจ่าฝูงก่อนเข้าสู่นัดถัดไป (นัดที่ 4) กับเบลเยียม
คำถามที่พบบ่อย
ฝรั่งเศส พบ อิตาลี ผลบอลล่าสุดเป็นอย่างไร?
ฝรั่งเศสเสมอกับอิตาลี 1-1 ในยูฟ่า เนชั่นส์ลีก 2026/27 ลีก A กลุ่ม 1 นัดที่ 3 เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่สตาดเดอฟรองซ์ มิเชล โอลิเซ่ยิงให้ฝรั่งเศสขึ้นนำนาทีที่ 55 ก่อนอเลสซานโดร บาสโตนียิงตีเสมอให้อิตาลีนาทีที่ 68
ใครโดนใบแดงในเกมฝรั่งเศส พบ อิตาลี?
ดาโยต์ อูปาเมกาโนของฝรั่งเศสได้รับใบเหลืองใบที่ 2 ในนาทีที่ 85 และถูกไล่ออกจากสนาม ฝรั่งเศสต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนในช่วงท้ายเกม แต่ยังรักษาผลเสมอ 1-1 ไว้ได้จนจบเกม
ทำไมเกมนี้ถึงสำคัญกับซีเนดีน ซีดาน?
เพราะเป็นนัดแรกที่ซีดานในฐานะกุนซือฝรั่งเศสได้เจอกับอิตาลี นับตั้งแต่เหตุการณ์โขกหัวมาร์โก มาเตรัซซี่ในนัดชิงฟุตบอลโลก 2006 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายในอาชีพนักเตะของเขา และยังเป็นนัดแรกที่เขาคุมทีมในบ้านที่สตาดเดอฟรองซ์ แฟนบอลต้อนรับเขาด้วยเสียงเชียร์ซีซูและแบนเนอร์ Welcome Home
หลังเกมนี้ฝรั่งเศสและอิตาลีมีกี่คะแนน?
ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ฝรั่งเศสมี 7 คะแนนจากการชนะ 2 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร อยู่อันดับ 1 ของกลุ่ม 1 ลีก A นำเบลเยียม 1 คะแนน ส่วนอิตาลีมี 4 คะแนนจากการชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1
นัดถัดไปของฝรั่งเศสและอิตาลีพบใคร?
ฝรั่งเศสจะพบกับเบลเยียมในนัดถัดไป (นัดที่ 4) ส่วนอิตาลีจะพบกับตุรกี โดยอิตาลีเคยชนะตุรกีมาแล้ว 4-1 ในนัดที่ 2 ของกลุ่ม ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ฝรั่งเศสมี 7 คะแนนเป็นจ่าฝูง นำเบลเยียมอยู่เพียง 1 คะแนน ทำให้นัดถัดไปกับเบลเยียมมีความสำคัญต่อการรักษาตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม 1
ผลเสมอนัดนี้ส่งผลต่ออิตาลีอย่างไร?
Siamsport รายงานว่าผลเสมอครั้งนี้ถูกมองเป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นทางของอิตาลีในการกลับไปเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ยังไม่แน่นอน หลังจากอิตาลีเคยพลาดฟุตบอลโลกมาหลายสมัยในอดีต อย่างไรก็ตาม นี่เป็นมุมมองของสื่อ ไม่ใช่ข้อสรุปตายตัว
