ภาพกราฟิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เลื่อนเริ่มเก็บเงินเป็น 1 ม.ค. 2570 อัตราฝ่ายละ 0.25%

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเลื่อนเริ่มเก็บเงินสะสมและเงินสมทบจากเดิม 1 ต.ค. 2569 ออกไปเป็น 1 ม.ค. 2570 หรือเลื่อนไปราว 3 เดือน ตามที่กระทรวงแรงงานแจ้งเมื่อ 14 ต.ค. 2569 เหตุผลหลักคือผลกระทบน้ำท่วมปลายเดือนกันยายนและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้เป็นแค่การเลื่อนเวลา ไม่ใช่การยกเลิกกองทุน และสถานะทางกฎหมายขั้นสุดท้ายยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ

บทความนี้สรุปให้ครบว่าเกิดอะไรขึ้น กองทุนนี้คืออะไร ต่างจากประกันสังคมอย่างไร ต้องจ่ายเท่าไร และนายจ้าง-ลูกจ้างควรเตรียมตัวอย่างไรตอนนี้

ข้อมูล ณ วันที่ 14 ต.ค. 2569 — รายละเอียดบางส่วนอาจเปลี่ยนได้เมื่อมีประกาศกระทรวงหรือราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการ

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเลื่อนไปเริ่มเก็บเงินเมื่อไร?

กำหนดเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างใหม่คือ วันที่ 1 มกราคม 2570 แทนวันเดิม 1 ตุลาคม 2569 ระหว่างนี้จึงยังไม่มีการหักเงินเข้ากองทุนตามกำหนดเดิม

ข่าวนี้มาจากการที่ รมว.แรงงาน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อ 14 ต.ค. 2569 ว่าจะเลื่อนการเก็บเงินออกไป 3 เดือน โดยสื่อหลายสำนัก ทั้ง MGR Online และ Sanook รายงานวันที่ใหม่ตรงกันคือ 1 ม.ค. 2570

ประเด็น กำหนดเดิม กำหนดใหม่ (ตามข่าว 14 ต.ค. 2569)
วันเริ่มเก็บเงินสะสม (ฝั่งลูกจ้าง) 1 ต.ค. 2569 1 ม.ค. 2570
วันเริ่มเก็บเงินสมทบ (ฝั่งนายจ้าง) 1 ต.ค. 2569 1 ม.ค. 2570
ระยะเวลาที่เลื่อน ประมาณ 3 เดือน

ข้อควรรู้อีกเรื่องคือ นี่ไม่ใช่การเลื่อนครั้งแรก เพราะเดิมกฎกระทรวงกำหนดไว้ 1 ต.ค. 2568 และเคยเลื่อนมาแล้ว จึงกลายเป็นวันที่ 1 ต.ค. 2569 ก่อนจะถูกเลื่อนอีกรอบในครั้งนี้

ทำไมกระทรวงแรงงานถึงเลื่อนเก็บเงินกองทุน?

เหตุผลหลักมีสองกลุ่ม คือผลกระทบจากน้ำท่วมช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 และภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งทำให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มได้ยากในช่วงนี้ ฝ่ายรัฐย้ำว่าเป็นการชะลอเพื่อลดภาระชั่วคราว ไม่ใช่การยกเลิกกองทุน

ก่อนจะมีข่าวออกมา คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ประชุมครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2569 และผู้แทนฝ่ายนายจ้างกับผู้แทนฝ่ายลูกจ้างเห็นตรงกันว่าควรชะลอการเก็บเงินออกไปก่อน (รายงานโดย Sanook) จากนั้นกระทรวงแรงงานจึงนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

ผลกระทบจากน้ำท่วมปลายเดือนกันยายน

MGR ระบุว่าน้ำท่วมเกิดขึ้นช่วงวันที่ 25-29 ก.ย. 2569 ทำให้หลายพื้นที่ได้รับความเสียหาย ทั้งบ้านเรือน สถานประกอบการ และรายได้ของแรงงาน การเริ่มหักเงินเข้ากองทุนใหม่ในช่วงที่คนจำนวนมากกำลังฟื้นตัวจึงถูกมองว่าไม่เหมาะ ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถอ่านเรื่องสิทธิ์ช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ที่ เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ได้เท่าไหร่ ลงทะเบียนทางรัฐยังไง

เศรษฐกิจไม่แน่นอนและสภาพคล่องของ SME

นอกจากน้ำท่วมแล้ว รายงานข่าวยังอ้างถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจอีกหลายข้อที่ทำให้ต้องชะลอ ได้แก่

  • ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโดยรวม
  • ต้นทุนพลังงาน
  • ผลกระทบจากสงครามการค้า
  • สภาพคล่องของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ตึงตัว

เมื่อธุรกิจขนาดเล็กต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มทุกเดือนสำหรับลูกจ้างทุกคน แม้อัตราจะไม่สูงนัก แต่ในช่วงที่กระแสเงินสดตึงก็อาจกระทบการจ้างงานได้ การเลื่อนออกไปจึงเป็นการซื้อเวลาให้ธุรกิจตั้งหลัก

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคือกองทุนที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างกรณีออกจากงานหรือเสียชีวิต เงินในกองทุนมาจากการที่ลูกจ้างจ่ายเงินสะสม และนายจ้างจ่ายเงินสมทบในจำนวนเท่ากัน

จุดเด่นของกองทุนนี้คือช่วยลูกจ้างในสถานการณ์ที่ถูกเลิกจ้างแล้วไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย ตัวอย่างที่มักยกขึ้นมาได้แก่

  1. นายจ้างปิดกิจการกะทันหัน แล้วไม่จ่ายค่าชดเชย
  2. นายจ้างล้มละลาย จนไม่มีเงินจ่ายลูกจ้าง
  3. นายจ้างจงใจไม่จ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีเหล่านี้ ลูกจ้างจะได้รับเงินสงเคราะห์จากกองทุนเป็นตาข่ายรองรับ แทนที่จะต้องรอฟ้องร้องนายจ้างเป็นเวลานานโดยไม่มีรายได้ ส่วนจำนวนเงินสงเคราะห์ที่จะได้จริงในแต่ละกรณี รวมถึงกรณีลูกจ้างเสียชีวิต ยังไม่มีตัวเลขยืนยันจากแหล่งข่าวรอบนี้ จึงควรรอประกาศทางการ (ดูข่าวที่เกี่ยวข้องได้ที่ ข่าวเงินสงเคราะห์ลูกจ้างก่อนหน้านี้)

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างต่างจากประกันสังคมอย่างไร?

หลายคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกับประกันสังคม แต่ความจริง กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นกองทุนแยกจากประกันสังคม มีกฎหมายแม่และวัตถุประสงค์ต่างกัน เงินที่หักเข้ากองทุนนี้จึงเป็นคนละก้อนกับเงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายอยู่ทุกเดือน (ดูเรื่องเพดานค่าจ้างประกันสังคมได้ที่ ประกันสังคมปรับเพดานค่าจ้างใหม่ปี 2569)

หัวข้อ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ประกันสังคม
เป็นอะไร กองทุนกลางที่ลูกจ้างและนายจ้างร่วมจ่าย กองทุนประกันสังคม (ระบบแยกต่างหาก)
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง กฎหมายประกันสังคม (แยกจากกองทุนนี้)
ใครจ่าย ลูกจ้าง (เงินสะสม) + นายจ้าง (เงินสมทบ) ฝ่ายละเท่ากัน จ่ายตามระบบประกันสังคม (คนละก้อนกับกองทุนนี้)
ช่วยเมื่อไร ลูกจ้างออกจากงานหรือเสียชีวิต โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ค่าชดเชย ตามสิทธิประโยชน์ของประกันสังคม
สถานะเริ่มเก็บเงิน เลื่อนเป็น 1 ม.ค. 2570 เก็บอยู่แล้วตามปกติ

สรุปง่ายๆ คือ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างกับประกันสังคมเป็นคนละระบบ ทำงานคู่ขนานกันไป และเงินที่หักเข้าแต่ละระบบก็แยกกัน

ลูกจ้างและนายจ้างต้องจ่ายเข้ากองทุนเท่าไร ใครได้ประโยชน์?

อัตราที่สื่อรายงานคือ เริ่มต้นที่ 0.25% ของค่าจ้างต่อฝ่าย โดยลูกจ้างจ่ายเงินสะสมและนายจ้างจ่ายเงินสมทบในอัตราเท่ากัน และมีแผนปรับขึ้นเป็น 0.5% ภายหลัง ส่วนเพดานตามกฎหมายแม่กำหนดไว้ไม่เกิน 5% (ฐานเศรษฐกิจ)

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดช่วงเวลาที่จะขึ้นอัตรายังรายงานไม่ตรงกันทุกแหล่ง ตารางด้านล่างอ้างอิงตาม MGR (14 ต.ค. 2569) ซึ่งระบุช่วงปีไว้ชัดที่สุด ส่วนกรุงเทพธุรกิจรายงานว่า 0.25% ฝ่ายละใน 5 ปีแรก แล้วจึงเป็น 0.5%

ช่วงเวลา (ตาม MGR) ลูกจ้าง (เงินสะสม) นายจ้าง (เงินสมทบ)
1 ม.ค. 2570 – 31 ธ.ค. 2574 0.25% ของค่าจ้าง 0.25% ของค่าจ้าง
ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2575 0.5% ของค่าจ้าง 0.5% ของค่าจ้าง

ควรถือว่าช่วงปีในตารางเป็นข้อมูลตามรายงานข่าว ไม่ใช่ข้อยุติ จนกว่าจะมีประกาศกระทรวงฉบับทางการ

ตัวอย่างคำนวณ (สมมติ)

สมมติลูกจ้างได้ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท และใช้อัตราเริ่มต้น 0.25% ต่อฝ่าย จะคำนวณได้ดังนี้

  • ลูกจ้างจ่ายเงินสะสม: 15,000 × 0.25% = 37.50 บาทต่อเดือน
  • นายจ้างจ่ายเงินสมทบ: 15,000 × 0.25% = 37.50 บาทต่อเดือน
  • รวมเข้ากองทุนต่อลูกจ้าง 1 คน: 75 บาทต่อเดือน

ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างประกอบความเข้าใจเท่านั้น ยอดจริงขึ้นอยู่กับค่าจ้างของแต่ละคนและหลักเกณฑ์การคำนวณในประกาศทางการ

ใครได้ประโยชน์จากกองทุน และเริ่มได้รับสิทธิเมื่อไร?

ผู้ได้ประโยชน์โดยตรงคือลูกจ้างที่ออกจากงานโดยไม่ได้รับค่าชดเชย และครอบครัวกรณีลูกจ้างเสียชีวิต ทั้งนี้รายละเอียดสิทธิและจำนวนเงินยังต้องรอประกาศทางการ

ภาพรวมของผู้ที่ได้ประโยชน์มีดังนี้

  • ลูกจ้าง — มีหลักประกันเพิ่มขึ้นหากนายจ้างปิดกิจการ ล้มละลาย หรือไม่ยอมจ่ายค่าชดเชย
  • ครอบครัวของลูกจ้าง — ได้รับการสงเคราะห์กรณีลูกจ้างเสียชีวิต (จำนวนเงินยังต้องรอประกาศ)
  • นายจ้างที่ทำตามกฎหมาย — มีระบบกลางช่วยกระจายความเสี่ยง ทำให้ลูกจ้างมั่นใจในการทำงานมากขึ้น

สำหรับบริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว หรือนายจ้างที่อาจจัดสวัสดิการสงเคราะห์ให้ลูกจ้างเองแทน ยังไม่ชัดว่าใครได้รับยกเว้น หรือนายจ้างที่จัดสวัสดิการเองจะทำอย่างไร ต้องรอประกาศ

สถานะทางกฎหมายยังต้องรออะไร และควรทำอะไรตอนนี้?

การเลื่อนเป็น 1 ม.ค. 2570 ยังต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมายให้ครบก่อนจึงจะมีผลสมบูรณ์ ปัจจุบันจึงถือเป็นมติและแนวทางของกระทรวงแรงงาน ที่ยังรอประกาศอย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวอธิบายสถานะไว้ต่างกันเล็กน้อย ดังนี้

  1. MGR รายงานว่า ครม. รับทราบหลักการร่างกฎหมาย 3 ฉบับ และต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
  2. Sanook รายงานว่ากระทรวงแรงงานเสนอเรื่องให้ ครม. เพื่อทราบ และต้องรอประกาศกระทรวง
  3. ทั้งสองแหล่งตรงกันว่าวันที่ใหม่คือ 1 ม.ค. 2570 แต่รูปแบบทางกฎหมายขั้นสุดท้ายยังต้องรอประกาศ

ระหว่างนี้แนะนำให้ติดตามประกาศจากกระทรวงแรงงานหรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยตรง และระวังข้อความส่งต่อที่อ้างตัวเลขเงินสงเคราะห์หรืออัตราใหม่โดยไม่มีแหล่งที่มา

ตอนนี้ยังไม่ต้องหักหรือจ่ายเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามกำหนดเดิม แต่ควรใช้เวลาราว 3 เดือนนี้เตรียมระบบและทำความเข้าใจให้พร้อมก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2570

สิ่งที่นายจ้างควรเตรียม

  1. ตรวจระบบเงินเดือนว่ารองรับรายการหักเงินสะสม 0.25% และเงินสมทบฝั่งนายจ้างได้
  2. ประเมินต้นทุนเพิ่มต่อเดือนจากจำนวนลูกจ้างและฐานค่าจ้างจริง
  3. ตรวจสอบว่าบริษัทเข้าข่ายได้รับยกเว้นหรือไม่ เมื่อมีประกาศทางการออกมา
  4. แจ้งลูกจ้างล่วงหน้าเรื่องรายการหักใหม่ในสลิปเงินเดือน เพื่อลดความสับสน

สิ่งที่ลูกจ้างควรรู้

  • เงินที่จะถูกหักเข้ากองทุนนี้เป็นคนละส่วนกับประกันสังคม
  • หากถูกหักเงินเข้ากองทุนนี้ก่อน 1 ม.ค. 2570 ควรสอบถามฝ่ายบุคคล เพราะไม่ตรงกับกำหนดใหม่
  • เก็บสลิปเงินเดือนไว้เป็นหลักฐาน เผื่อใช้ยืนยันสิทธิในอนาคต
  • ติดตามประกาศจากกระทรวงแรงงานโดยตรง แทนการเชื่อข้อความส่งต่อในโซเชียล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเลื่อนเริ่มเก็บเงินเมื่อไร?

เลื่อนจากเดิมวันที่ 1 ต.ค. 2569 ไปเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2570 หรือประมาณ 3 เดือน ตามที่กระทรวงแรงงานแจ้งเมื่อ 14 ต.ค. 2569 ทั้งนี้ยังต้องรอประกาศทางการเพื่อให้มีผลทางกฎหมายครบถ้วน

การเลื่อนครั้งนี้คือการยกเลิกกองทุนหรือไม่?

ไม่ใช่ เป็นเพียงการชะลอเวลาเริ่มเก็บเงินเพื่อลดภาระจากน้ำท่วมและเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน กองทุนยังเดินหน้าต่อตามกฎหมาย และมีกำหนดเริ่มเก็บใหม่วันที่ 1 ม.ค. 2570

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างต่างจากประกันสังคมอย่างไร?

เป็นคนละกองทุนกัน กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตั้งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อช่วยลูกจ้างกรณีออกจากงานโดยไม่ได้ค่าชดเชยหรือเสียชีวิต ส่วนประกันสังคมเป็นระบบแยกที่ยังเก็บเงินตามปกติ

ลูกจ้างต้องจ่ายเข้ากองทุนเท่าไร?

อัตราเริ่มต้นคือ 0.25% ของค่าจ้างต่อฝ่าย และมีแผนขึ้นเป็น 0.5% ภายหลัง ตัวอย่างสมมติ ค่าจ้าง 15,000 บาท จะจ่าย 37.50 บาทต่อเดือน และนายจ้างจ่ายเท่ากัน

ตอนนี้ต้องหักเงินเดือนเข้ากองทุนแล้วหรือยัง?

ยัง ตามกำหนดใหม่จะเริ่มเก็บวันที่ 1 ม.ค. 2570 หากถูกหักเงินเข้ากองทุนนี้ก่อนหน้านั้น ควรสอบถามฝ่ายบุคคลของบริษัท

บริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องจ่ายเข้ากองทุนนี้ด้วยไหม?

ยังไม่ชัดว่าใครได้รับยกเว้น หรือนายจ้างที่จัดสวัสดิการเองจะทำอย่างไร ต้องรอประกาศทางการ