กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คือหน่วยงานระดับกรมสังกัดกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน “คดีพิเศษ” ซึ่งเป็นคดีอาญาที่ซับซ้อน กระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม หรือความมั่นคง หรือมีผู้ทรงอิทธิพลเกี่ยวข้อง โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 ชื่อ DSI กลับมาเป็นที่ค้นหาอีกครั้ง หลังสื่อหลักรายงานปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาคดีชักชวนลงทุนเทรด Forex เมื่อ 15 ก.ค. 2569 และการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในคดีเครือข่ายพนันออนไลน์เมื่อ 16 ก.ค. 2569 บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า DSI คือใคร ต่างจากตำรวจอย่างไร คดีแบบไหนถึงเข้าเกณฑ์เป็นคดีพิเศษ และประชาชนจะแจ้งเบาะแสได้ทางไหนบ้าง
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คืออะไร?
DSI ย่อมาจาก Department of Special Investigation หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหน่วยงานระดับกรมที่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 โดยสังกัดกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภารกิจหลักคือการป้องกัน ปราบปราม และควบคุมอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เครื่องมือทางกฎหมายหลักของ DSI คือ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 19 มกราคม 2547 กฎหมายฉบับนี้กำหนดทั้งนิยามของคดีพิเศษ อำนาจของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และโครงสร้างคณะกรรมการที่กำกับการรับคดี ใครที่สนใจโครงสร้างหน่วยงานราชการไทยในลักษณะเดียวกัน อ่านเพิ่มได้ที่บทความ กพ คืออะไร? รู้จักสำนักงาน ก.พ. และสอบ ก.พ. 2026 ซึ่งอธิบายหน่วยงานกลางด้านข้าราชการพลเรือนไว้ในแนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ข้อมูลเชิงโครงสร้างและรายชื่อผู้บริหารของ DSI อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ dsi.go.th (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026)
คดีพิเศษ คืออะไร? คดีแบบไหนถึงเข้าเกณฑ์ DSI
คดีพิเศษ คือคดีอาญาตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ซึ่งเข้ามาอยู่ในมือ DSI ได้ 2 ช่องทาง คือ (1) เป็นคดีตามกฎหมายในบัญชีท้าย พ.ร.บ. ที่มีลักษณะตามเกณฑ์ เช่น ซับซ้อนจนต้องใช้วิธีสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ กระทบร้ายแรงต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง หรือระบบเศรษฐกิจ เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรือมีผู้ทรงอิทธิพลหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวข้อง หรือ (2) เป็นคดีอื่นที่คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้รับเป็นคดีพิเศษ ดังนั้นไม่ใช่ทุกคดีอาญาจะเป็นคดีของ DSI — คดีทั่วไปยังเป็นหน้าที่ของตำรวจตามปกติ
กฎหมายในบัญชีท้าย พ.ร.บ. มีหลายสิบฉบับ และมีการเพิ่มเติมด้วยกฎกระทรวงอีกหลายครั้ง ครอบคลุมอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและอาชญากรรมที่มีโครงสร้างซับซ้อนเป็นหลัก
ตัวอย่างประเภทคดีที่ DSI รับผิดชอบ
ตัวอย่างข้อกล่าวหาในคดีที่ DSI ดำเนินการจริงตามรายงานข่าวช่วงปี 2569 ได้แก่
- การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงประชาชน เช่น คดีชักชวนลงทุนเทรด Forex
- การฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน
- การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
- ความผิดฐานอั้งยี่ และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
- การจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง DSI ดำเนินการปราบปรามร่วมกับหน่วยงานด้านทรัพย์สิน
จะเห็นว่าหลายคดีเป็นอาชญากรรมออนไลน์ที่เริ่มจากการหลอกลวงประชาชนทั่วไป หากเจอเบอร์แปลกโทรมาอ้างเรื่องคดีหรือชวนลงทุน ลองอ่านวิธีป้องกันตัวเบื้องต้นที่ ใครโทรมา? เปิด 4 วิธีเช็กเบอร์โทรแปลก ป้องกันมิจฉาชีพ
ใครเป็นคนตัดสินว่าคดีไหนเป็นคดีพิเศษ
ผู้ชี้ขาดคือคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ซึ่งตั้งขึ้นตามมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นรองประธาน ร่วมด้วยปลัดกระทรวงต่าง ๆ อัยการสูงสุด และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งหมด 22 คน สำหรับคดีที่ไม่อยู่ในบัญชีท้าย พ.ร.บ. กคพ. ต้องมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 จึงจะรับเป็นคดีพิเศษได้ กลไกนี้ทำให้การหยิบคดีใดคดีหนึ่งมาเป็นคดีพิเศษต้องผ่านการกลั่นกรองระดับสูง ไม่ใช่ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่คนเดียว
DSI ต่างจากตำรวจ (สตช.) อย่างไร?
ความต่างหลักอยู่ที่สังกัด ขอบเขตคดี และอำนาจตามกฎหมาย — ตำรวจรับคดีอาญาทั่วไปทุกประเภท ขณะที่ DSI รับเฉพาะคดีพิเศษที่เข้าเกณฑ์มาตรา 21 และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังมีอำนาจพิเศษที่ตำรวจทั่วไปไม่มี เช่น การเข้าถึงข้อมูลหรือดักฟังการสื่อสารโดยขออนุญาตศาล และการแฝงตัวเข้าไปในองค์กรอาชญากรรมเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน คดีเดียวกันยังอาจถูกแบ่งกันทำได้ด้วย เช่น คดีดิไอคอนที่ DSI รับเฉพาะฐานฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ ส่วนความผิดฐานอื่นตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ ตามรายงานของ THE STANDARD
| หัวข้อเปรียบเทียบ | DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) | ตำรวจ (สตช.) |
|---|---|---|
| สังกัด | กระทรวงยุติธรรม | สำนักงานตำรวจแห่งชาติ |
| ขอบเขตคดี | เฉพาะ “คดีพิเศษ” ตามเกณฑ์มาตรา 21 | คดีอาญาทั่วไปทุกประเภท |
| กฎหมายเครื่องมือหลัก | พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 | กระบวนการสอบสวนคดีอาญาตามปกติ |
| อำนาจพิเศษ | เข้าถึงข้อมูล/ดักฟังโดยขออนุญาตศาล, แฝงตัวในองค์กรอาชญากรรม | ไม่มีอำนาจพิเศษลักษณะนี้ |
| จุดเริ่มต้นคดี | คดีตามบัญชีท้าย พ.ร.บ. หรือมติ กคพ. ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 | รับคดีอาญาทั่วไปตามกระบวนการปกติ |
แล้ว DSI ต่างจาก ปปง. และ ป.ป.ช. ตรงไหน
DSI ทำ “คดีอาญา” กับตัวบุคคล ส่วน ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) เน้นมาตรการทางแพ่งกับ “ทรัพย์สิน” ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยคณะกรรมการธุรกรรมยึดหรืออายัดทรัพย์ชั่วคราวได้ไม่เกิน 90 วัน แล้วส่งเรื่องให้ศาลสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ในทางปฏิบัติสองหน่วยงานทำงานต่อกัน คือ DSI สอบสวนคดีอาญาแล้วส่งมอบทรัพย์ที่ยึดให้ ปปง. ดำเนินมาตรการทางทรัพย์สินต่อ ส่วน ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เน้นไต่สวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น ร่ำรวยผิดปกติหรือทุจริตต่อหน้าที่ ต่างจาก DSI ที่เน้นอาชญากรรมพิเศษของภาคเอกชนและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเป็นหลัก
ข่าว DSI วันนี้: จับกุมคดี Forex และแจ้งข้อหาเพิ่มคดีพนันออนไลน์ (ข้อมูล ณ 16 ก.ค. 2569)
สองคดีที่ทำให้ DSI เป็นข่าวใหญ่ช่วงนี้คือ การจับกุม น.ส.มัลลิกา ผู้บริหารบริษัทโบรกเกอร์ในคดีชักชวนลงทุนเทรด Forex เมื่อ 15 ก.ค. 2569 และการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อ สส. รายหนึ่งในคดีเครือข่ายพนันออนไลน์เมื่อ 16 ก.ค. 2569 ทั้งสองคดียังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม และศาลยังไม่มีคำพิพากษา ข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นข้อเท็จจริงเชิงกระบวนการตามที่สื่อหลักรายงานเท่านั้น
คดีแรก ตามรายงานของ Thai PBS และ THE STANDARD เจ้าหน้าที่ DSI จับกุม น.ส.มัลลิกา ผู้บริหารบริษัทโบรกเกอร์ซึ่งสื่อระบุว่าเชื่อมโยงกับบริษัท QRS ตามหมายจับศาลอาญา เมื่อ 15 ก.ค. 2569 โดยข้อกล่าวหาตามรายงานของ Thai PBS ได้แก่ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และสมคบฟอกเงิน ต่อมาวันที่ 16 ก.ค. 2569 DSI นำตัวไปยื่นฝากขังต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตามรายงานของไทยโพสต์และเดลินิวส์ ขณะที่สื่อหลายสำนักรวมถึง THE STANDARD และมติชนรายงานว่าคดี Forex ล็อตนี้มีผู้ถูกออกหมายจับรวมราว 30 ราย
คดีที่สอง ตามรายงานของกรุงเทพธุรกิจ เมื่อ 16 ก.ค. 2569 DSI แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ฐานต่อ สส. รายหนึ่ง ได้แก่ ฐานเป็นอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 และฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 หลังจากแจ้งข้อหาชุดแรกในคดีพนันออนไลน์และฟอกเงินไปเมื่อ 12 มี.ค. 2569 โดยผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และ DSI กำลังสรุปสำนวนส่งอัยการ ด้านทรัพย์สิน ตามรายงานของไทยรัฐและไทยโพสต์ ปปง. มีคำสั่ง ย.151/2569 ยึดและอายัดทรัพย์เพิ่มเติม 11 รายการ มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท ต่อเนื่องจากคำสั่งเดิมที่ยึดและอายัดไว้แล้วราว 170 ล้านบาท คดีนี้จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนของการทำงานคู่กันระหว่าง DSI ที่ทำคดีอาญากับตัวบุคคล และ ปปง. ที่ใช้มาตรการยึดอายัดทรัพย์สินตามที่อธิบายไว้ข้างต้น
วิธีแจ้งเบาะแส/ร้องเรียนต่อ DSI ทำยังไง?
ประชาชนแจ้งเบาะแสหรือร้องทุกข์ต่อ DSI ได้หลายช่องทาง ทั้งสายด่วน 1202 ในวันและเวลาราชการ โทรศัพท์ 0-2831-9888 อีเมล dsi@dsi.go.th ยื่นเรื่องออนไลน์ผ่าน register.dsi.go.th หรือแอป ทางรัฐ รวมถึงเดินทางไปยื่นด้วยตนเองที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยทุกช่องทางไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026 — ควรตรวจสอบช่องทางล่าสุดจาก dsi.go.th อีกครั้งก่อนใช้งาน)
ขั้นตอนแจ้งเบาะแสออนไลน์
- เตรียมข้อมูลเหตุการณ์ให้ครบ: เกิดอะไรขึ้น ที่ไหน เมื่อไหร่ ใครเกี่ยวข้อง พร้อมหลักฐานเท่าที่มี เช่น เอกสาร สลิปโอนเงิน หรือภาพหน้าจอ
- เข้าเว็บไซต์ระบบรับเรื่องร้องทุกข์ https://register.dsi.go.th หรือหน้า e-Service ของ DSI (จะแจ้งผ่านแอปทางรัฐก็ได้)
- กรอกรายละเอียดเรื่องร้องเรียนและแนบหลักฐานตามที่ระบบกำหนด
- ส่งเรื่องแล้วเก็บข้อมูลอ้างอิงไว้ เพื่อใช้ติดตามสถานะเรื่องผ่านระบบเดียวกันได้ภายหลัง
ข้อควรระวังสำคัญที่ DSI ประกาศเตือนเอง คือมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ DSI โทรขู่ประชาชนว่า “มีคดี” — DSI ไม่มีนโยบายโทรศัพท์ขู่ให้โอนเงิน หากเจอสายลักษณะนี้ให้ตั้งสติ อย่าโอนเงินเด็ดขาด และตรวจสอบกับช่องทางทางการเท่านั้น นอกจากนี้ปัจจุบันภาครัฐยังมีบริการออนไลน์ด้านกระบวนการยุติธรรมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่น การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมผ่านเว็บไซต์ อ่านรายละเอียดได้ที่ เริ่มแล้ว! ตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ดีเดย์ 15 ก.ค. 2569
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (FAQ)
DSI ย่อมาจากอะไร สังกัดกระทรวงอะไร?
DSI ย่อมาจาก Department of Special Investigation หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหน่วยงานระดับกรมสังกัดกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้อยู่ภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545
แจ้งความกับ DSI ได้เลยไหม หรือต้องไปตำรวจก่อน?
ประชาชนแจ้งเบาะแสหรือร้องทุกข์ต่อ DSI ได้โดยตรงผ่านสายด่วน 1202 เว็บไซต์ register.dsi.go.th หรือยื่นด้วยตนเองที่กรม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม DSI จะรับดำเนินการเป็นคดีพิเศษเฉพาะคดีที่เข้าเกณฑ์ตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ส่วนคดีอาญาทั่วไปยังอยู่ในอำนาจของตำรวจตามปกติ
คดีแบบไหนถึงเรียกว่า “คดีพิเศษ”?
คดีพิเศษคือคดีอาญาที่มีความซับซ้อนต้องใช้วิธีสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ กระทบร้ายแรงต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง หรือระบบเศรษฐกิจ เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรือมีผู้ทรงอิทธิพลหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวข้อง ตามกฎหมายในบัญชีท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 นอกจากนี้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ยังสามารถมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ให้รับคดีอื่นเป็นคดีพิเศษได้
แจ้งเบาะแส DSI ทางไหนได้บ้าง เบอร์สายด่วนคืออะไร?
แจ้งได้ที่สายด่วน 1202 ในวันและเวลาราชการ หรือโทร 0-2831-9888 อีเมล dsi@dsi.go.th ยื่นเรื่องออนไลน์ที่ register.dsi.go.th ผ่านแอปทางรัฐ หรือเดินทางไปยื่นด้วยตนเองที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทุกช่องทางไม่มีค่าใช้จ่าย (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026)
DSI ต่างจาก ปปง. อย่างไร?
DSI ดำเนินคดีอาญากับตัวบุคคลในคดีพิเศษ ส่วน ปปง. ใช้มาตรการทางแพ่งตามยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน โดยยึดหรืออายัดชั่วคราวได้ไม่เกิน 90 วัน แล้วส่งเรื่องให้ศาลสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ในทางปฏิบัติสองหน่วยงานมักทำงานต่อกัน โดย DSI สอบสวนคดีอาญาแล้วส่งมอบทรัพย์ที่ยึดให้ ปปง. ดำเนินมาตรการทางทรัพย์สินต่อ
