อินโฟกราฟิกความปลอดภัยการโดยสารรถบัสทางไกล พร้อมภาพรถโดยสารบนทางหลวงยามเย็น และหัวข้อคาดเข็มขัด เลือกที่นั่งกลางคัน จำทางออกฉุกเฉิน และเบอร์ฉุกเฉิน 1669 1193 1584

อุบัติเหตุรถบัสโดยสารเส้นทางกรุงเทพฯ-บุรีรัมย์เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง มีผู้โดยสารบนรถราว 30 คน บาดเจ็บ 5 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ทำให้คำถามที่ตามมาคือ “นั่งตรงไหนปลอดภัยที่สุด” และ “ถ้าเจ็บจากรถโดยสารสาธารณะ เรียกร้องค่าเสียหายจากใครได้บ้าง” คำตอบสั้นที่สุดคือ ผู้โดยสารรถโดยสารสาธารณะทุกคนได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิด และมีสายด่วน 1584 ของกรมการขนส่งทางบกรับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์นี้ยังไม่มีข้อสรุปทางการ บทความนี้รวบรวมเรื่องความปลอดภัยรถบัสทางไกลที่ผู้โดยสารควรรู้ ตั้งแต่การสังเกตความเสี่ยงก่อนออกเดินทาง การเลือกที่นั่ง ไปจนถึงสิทธิ์ที่เรียกร้องได้จริงเมื่อเกิดเหตุ

เกิดอะไรขึ้นกับรถบัสสายกรุงเทพฯ-บุรีรัมย์

สรุปสั้น: รถบัสโดยสารเส้นทางกรุงเทพฯ-บุรีรัมย์เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ตัวรถเสียหายหนัก บนรถมีผู้โดยสารรวมประมาณ 30 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า คาดว่า คนขับอาจหลับใน แต่ข้อมูลนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์เบื้องต้นเท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2568)

รายละเอียดที่หลายคนอยากรู้ เช่น จุดเกิดเหตุอยู่กิโลเมตรที่เท่าไร จังหวัดใด เกิดขึ้นเวลาไหน และรถคันดังกล่าวเป็นของผู้ประกอบการรายใด ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนในรายงานข่าวที่ตรวจสอบได้ บทความนี้จึงเลือกไม่ระบุรายละเอียดที่ยังไม่มีแหล่งยืนยัน และไม่เปิดเผยชื่อหรือข้อมูลส่วนตัวของผู้บาดเจ็บ เพราะสิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้อ่านมากกว่าคือบทเรียนด้านความปลอดภัยและสิทธิของผู้โดยสาร

อะไรที่ “ยังไม่ใช่ข้อสรุป” ในเหตุการณ์นี้

คำว่า “คนขับหลับใน” ที่ปรากฏในข่าว มาจากการคาดการณ์เบื้องต้นของสื่อจากสภาพที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ข้อสรุปทางการจากการสอบสวนของตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การชี้สาเหตุอุบัติเหตุอย่างเป็นทางการต้องผ่านการตรวจสอบหลายด้าน ทั้งสภาพรถ ร่องรอยบนถนน ชั่วโมงการทำงานของคนขับ และพยานแวดล้อม ผู้อ่านจึงควรรอผลสอบสวนอย่างเป็นทางการก่อนสรุปว่าใครผิดหรือเกิดจากอะไร

สิ่งที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลสอบสวน คือการย้อนกลับมาดูว่าตัวเราในฐานะผู้โดยสารเตรียมตัวรับความเสี่ยงบนรถทางไกลไว้ดีแค่ไหน เพราะไม่ว่าสาเหตุจริงจะเป็นอะไร พฤติกรรมพื้นฐานอย่างการคาดเข็มขัดนิรภัยและการรู้ตำแหน่งทางออกฉุกเฉินก็ช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้เสมอ

ผู้โดยสารสังเกตความเสี่ยงบนรถบัสทางไกลได้อย่างไร

ผู้โดยสารสังเกตความเสี่ยงได้จาก 2 ส่วนหลัก คือ พฤติกรรมการขับของคนขับ และสภาพความพร้อมด้านความปลอดภัยของตัวรถ ถ้าพบสัญญาณผิดปกติ สามารถแจ้งพนักงานบนรถได้ทันที หรือแจ้งสายด่วน 1584 ของกรมการขนส่งทางบกซึ่งรับเรื่องร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะตลอด 24 ชั่วโมง

การเดินทางกลางคืนหรือเส้นทางไกลข้ามภาคทำให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่หลับตลอดทาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีคนในกลุ่มสลับกันตื่นบ้าง ก็จะช่วยให้จับสัญญาณผิดปกติได้เร็วขึ้น การแจ้งเตือนตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุมีน้ำหนักกว่าการมาตั้งคำถามทีหลังเสมอ

สัญญาณที่ควรรีบแจ้ง ไม่ต้องเกรงใจ

  • คนขับมีอาการง่วง อาจสัปหงก หรือขยี้ตาถี่ผิดปกติ
  • รถส่ายไปมา ออกนอกเลนบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุ
  • ขับเร็วผิดปกติจนผู้โดยสารรู้สึกไม่ปลอดภัย
  • เข็มขัดนิรภัยที่นั่งชำรุด ล็อกไม่ติด หรือหาย
  • สัมภาระวางกีดขวางทางเดินหรือประตูฉุกเฉิน

ช่องทางแจ้งเรื่องของกรมการขนส่งทางบกมีมากกว่าโทรศัพท์ ทั้ง LINE Official Account @1584dlt เว็บไซต์ ins.dlt.go.th/cmpweb และอีเมล dlt_1584complain@hotmail.com ควรบันทึกทะเบียนรถ เส้นทาง และเวลาเดินทางไว้ประกอบการร้องเรียน เพราะข้อมูลเหล่านี้ทำให้เรื่องถูกตรวจสอบได้ตรงจุด

นั่งรถบัสที่นั่งไหนปลอดภัยที่สุด

ถ้าเลือกที่นั่งได้ ที่นั่งบริเวณกลางคันมักปลอดภัยกว่าที่นั่งหน้าสุดและท้ายสุด เพราะสองตำแหน่งนั้นเสี่ยงรับแรงกระแทกจากการชนด้านหน้าและด้านหลังมากกว่า แต่ไม่ว่านั่งตรงไหน สิ่งที่ช่วยได้จริงที่สุดยังคงเป็นการคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง

รถบัสมาตรฐานต้องมีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และกฎหมายกำหนดให้คาดเข็มขัดนิรภัยทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง หลายคนอาจยังเข้าใจว่าเข็มขัดจำเป็นเฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งที่ในรถโดยสารขนาดใหญ่ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงบนทางหลวง แรงเหวี่ยงเมื่อรถเสียหลักหรือเบรกกะทันหันรุนแรงกว่าที่คิดมาก

อีกเรื่องที่ควรทำทันทีที่ขึ้นรถคือ มองหาทางออกฉุกเฉินและอุปกรณ์นิรภัยก่อนเอนหลับ ได้แก่ หน้าต่างหรือประตูที่ติดป้าย “ทางออกฉุกเฉิน” ซึ่งมักมีค้อนทุบกระจกวางอยู่ใกล้กัน และตำแหน่งถังดับเพลิง รวมถึงไม่วางกระเป๋าหรือสัมภาระกีดขวางทางเดินและประตูฉุกเฉิน ใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที แต่เป็นข้อมูลที่ต้องใช้ในวินาทีที่ไม่มีเวลาให้หา

บาดเจ็บจากรถโดยสารสาธารณะ เรียกร้องค่าเสียหายจากใครได้บ้าง

ผู้โดยสารที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะได้รับความคุ้มครองจาก ประกันภัยภาคบังคับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งรถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องมี โดยครอบคลุมทั้งคนขับ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอกที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถ และ ได้ “ค่าเสียหายเบื้องต้น” โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด

ค่าเสียหายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ พ.ร.บ. ประกอบด้วยค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน และกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรได้เพิ่มอีกไม่เกิน 35,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 65,000 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2568) ส่วนกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิด ผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมจากประกันภัยภาคสมัครใจ หากรถคันนั้นทำไว้

เปรียบเทียบช่องทางเรียกร้องสิทธิ์

ช่องทาง ครอบคลุมอะไร เงื่อนไข/วงเงิน
ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) คนขับ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอกที่บาดเจ็บ/เสียชีวิต ค่ารักษาตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท/คน กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรเพิ่มไม่เกิน 35,000 บาท รวมไม่เกิน 65,000 บาท จ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องพิสูจน์ความรับผิด
ประกันภัยภาคสมัครใจของรถ ค่าสินไหมทดแทนส่วนที่เกินจาก พ.ร.บ. ได้เมื่อพิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิด และรถคันนั้นทำประกันภาคสมัครใจไว้
สายด่วน 1584 กรมการขนส่งทางบก ร้องเรียน/แจ้งเหตุเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะ รับเรื่อง 24 ชั่วโมง หรือผ่าน LINE OA @1584dlt, ins.dlt.go.th/cmpweb, dlt_1584complain@hotmail.com

เอกสารคือหัวใจของการเรียกร้องสิทธิ์ ใบเสร็จค่ารักษา ใบรับรองแพทย์ บันทึกประจำวันของตำรวจ ตั๋วโดยสาร และภาพถ่ายที่เกิดเหตุ ควรเก็บให้ครบตั้งแต่วันแรก การถ่ายเก็บเอกสารสำคัญไว้ในมือถือล่วงหน้าช่วยได้มากในสถานการณ์ฉุกเฉิน อ่านเพิ่มได้ที่ 10 เอกสารสำคัญที่ควรถ่ายเก็บไว้ในมือถือเผื่อวันฉุกเฉิน

เกิดเหตุรถบัสอุบัติเหตุ ต้องโทรแจ้งเบอร์ไหน

สามเบอร์ที่ควรจำคือ 1669 หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1193 ตำรวจทางหลวง และ 1584 ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ลำดับการโทรควรเริ่มจากการช่วยชีวิตก่อน แล้วจึงแจ้งเหตุบนทางหลวง และตามด้วยการร้องเรียนหรือแจ้งข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก

  1. 1669 — สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สำหรับเรียกหน่วยกู้ชีพเมื่อมีผู้บาดเจ็บ
  2. 1193 — ตำรวจทางหลวง แจ้งอุบัติเหตุและเหตุฉุกเฉินบนทางหลวง รับแจ้ง 24 ชั่วโมง
  3. 1584 — ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ กรมการขนส่งทางบก รับเรื่อง 24 ชั่วโมง

ขณะโทรแจ้ง ให้บอกตำแหน่งให้ชัดที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น ชื่อถนนหรือทางหลวง หลักกิโลเมตรใกล้เคียง ทิศทางที่รถวิ่ง จำนวนผู้บาดเจ็บโดยประมาณ และลักษณะการบาดเจ็บที่เห็น ข้อมูลเหล่านี้ทำให้หน่วยกู้ชีพเตรียมทีมและอุปกรณ์ได้ตรงกับสถานการณ์จริง

เช็กลิสต์ความปลอดภัยรถบัสทางไกล ก่อน-ระหว่าง-หลังขึ้นรถ

ความปลอดภัยของการเดินทางไกลแบ่งเป็นสามช่วงชัดเจน คือ ก่อนขึ้นรถ ระหว่างเดินทาง และเมื่อเกิดเหตุ แต่ละช่วงมีสิ่งที่ทำได้ต่างกัน และเกือบทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงห้านาที ตารางด้านล่างสรุปไว้ให้บันทึกเก็บก่อนออกเดินทางครั้งถัดไป

ช่วงเวลา สิ่งที่ควรทำ
ก่อนขึ้นรถ เลือกที่นั่งกลางคันหากเลือกได้ / เก็บตั๋วโดยสารไว้เป็นหลักฐาน / บันทึกเบอร์ 1669, 1193, 1584 ไว้ในมือถือ / แจ้งญาติว่าเดินทางเส้นทางใดและถึงเวลาประมาณกี่โมง
ทันทีที่นั่งประจำที่ คาดเข็มขัดนิรภัยและตรวจว่าล็อกได้จริง / มองหาป้ายทางออกฉุกเฉิน ค้อนทุบกระจก และถังดับเพลิง / ไม่วางสัมภาระกีดขวางทางเดินหรือประตูฉุกเฉิน
ระหว่างเดินทาง คาดเข็มขัดตลอดเวลา แม้ในช่วงที่หลับ / สังเกตพฤติกรรมคนขับเป็นระยะ / พบอาการง่วงหรือขับเร็วผิดปกติให้แจ้งพนักงานบนรถหรือสายด่วน 1584
หากเกิดเหตุ โทร 1669 เมื่อมีผู้บาดเจ็บ แล้วแจ้ง 1193 / ออกจากตัวรถอย่างเป็นระเบียบตามทางออกฉุกเฉิน / เก็บใบเสร็จค่ารักษา ใบรับรองแพทย์ และบันทึกประจำวันไว้ใช้สิทธิ์ พ.ร.บ.

สำหรับคนที่เดินทางคนเดียวบ่อย ๆ การวางแผนล่วงหน้าและการบอกคนใกล้ตัวว่าอยู่ที่ไหนคือเกราะชั้นแรกที่ได้ผลที่สุด แนวคิดเดียวกันนี้ใช้ได้กับการเดินทางทุกรูปแบบ ดูแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ 10 กฎเหล็ก เที่ยวคนเดียว ฉบับผู้หญิง ซึ่งรวมหลักปฏิบัติที่ใช้ได้จริงทั้งก่อนออกเดินทางและระหว่างทาง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

นั่งรถบัสที่นั่งไหนปลอดภัยที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

หากเลือกได้ ที่นั่งบริเวณกลางคันมักปลอดภัยกว่าที่นั่งหน้าสุดและท้ายสุด เพราะสองตำแหน่งนั้นเสี่ยงรับแรงกระแทกจากการชนด้านหน้าและด้านหลังมากกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่มีที่นั่งใดปลอดภัยเต็มร้อย สิ่งที่ช่วยลดการบาดเจ็บได้จริงคือการคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง

ผู้โดยสารรถบัสที่บาดเจ็บ เรียกร้องค่าสินไหมจากใครได้บ้าง

เรียกร้องได้จากประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งรถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องมี โดยได้ค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน โดยไม่ต้องพิสูจน์ความรับผิด และหากพิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิด ยังมีสิทธิ์ได้ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มจากประกันภาคสมัครใจหากรถคันนั้นทำไว้

คนขับรถบัสหลับในเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้จริงหรือไม่

ยังไม่มีข้อสรุปทางการ สื่อหลายสำนักรายงานว่าคาดว่าคนขับอาจหลับใน แต่เป็นเพียงการคาดการณ์เบื้องต้นจากที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ผลสอบสวนของตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องรอผลสอบสวนอย่างเป็นทางการก่อนสรุปสาเหตุ

เจอเหตุรถบัสอุบัติเหตุ ต้องโทรแจ้งเบอร์ไหน

โทร 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเมื่อมีผู้บาดเจ็บ แจ้ง 1193 ตำรวจทางหลวงสำหรับอุบัติเหตุบนทางหลวง และแจ้งหรือร้องเรียนเรื่องรถโดยสารสาธารณะที่สายด่วน 1584 ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งรับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง

ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะได้ทางไหนบ้างนอกจากโทรศัพท์

นอกจากสายด่วน 1584 ยังร้องเรียนผ่าน LINE Official Account @1584dlt เว็บไซต์ ins.dlt.go.th/cmpweb และอีเมล dlt_1584complain@hotmail.com ได้ ควรเตรียมทะเบียนรถ เส้นทาง วันเวลาเดินทาง และรายละเอียดเหตุการณ์ให้ครบเพื่อให้ตรวจสอบได้ตรงจุด

ผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัยบนรถบัสหรือไม่

ต้องคาด รถบัสมาตรฐานต้องมีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และกฎหมายกำหนดให้คาดเข็มขัดนิรภัยทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง หากพบว่าเข็มขัดที่นั่งของตนชำรุดหรือล็อกไม่ได้ ควรแจ้งพนักงานบนรถทันทีเพื่อขอเปลี่ยนที่นั่ง