บทความนี้จะมานำเสนอข่าว ช็อกโลก !  มวลน้ำแข็ง–หินมหาศาล ถล่ม “เนปาล–ทิเบต” กวาดบ้าน สะพาน ถนนหาย ยอดดับพุ่งกว่า 160 ราย กันนะคะ เกิดเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่บริเวณเทือกเขาหิมาลัย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เมื่อวานนะคะ หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มอย่างรุนแรงในพื้นที่ชายแดน เนปาล–ทิเบตของจีน ส่งผลให้มวลน้ำ โคลน หิน และเศษซากจำนวนมหาศาลไหลทะลักลงมาตามหุบเขา กวาดบ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานเสียหายเป็นวงกว้างเลยนะคะ  พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันต่อเลยค่ะ

 

ช็อกโลก !  มวลน้ำแข็ง–หินมหาศาล ถล่ม “เนปาล–ทิเบต” กวาดบ้าน สะพาน ถนนหาย ยอดดับพุ่งกว่า 160 ราย

 

 

 

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 160 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน โดยตัวเลขยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงค้นหาผู้รอดชีวิติ และผู้สูญหายอย่างต่อเนื่องนะคะ

 

มวลน้ำแข็ง–หินถล่ม ก่อนกลายเป็นมหันตภัย

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์กำลังตรวจสอบ คือความเป็นไปได้ที่ ส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งเกิดการพังถล่ม ก่อนมวลน้ำแข็งและหินจะพุ่งลงสู่หุบเขาและแม่น้ำด้านล่าง จนเกิดกระแสน้ำ และเศษซากขนาดใหญ่ไหลลงพื้นที่ชุมชนอย่างฉับพลัน

 

 

ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์เบื้องต้นชี้ว่า มวลน้ำแข็งขนาดใหญ่จากพื้นที่สูงอาจหลุดออกจากธารน้ำแข็งบริเวณระดับความสูงราว 5,200 เมตร ก่อนตกลงสู่พื้นที่ต่ำกว่า 1,200 เมตรและก่อให้เกิดกระแสมวลน้ำแข็งหินที่รุนแรงอย่างฉับพลันนั่นเองค่ะ

 

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าแผ่นดินไหวเป็นสาเหตุโดยตรง เพราะการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ยังดำเนินอยู่ โดยมีการพิจารณาทั้งการพังถล่มของธารน้ำแข็ง สภาพอากาศอุณหภูมิที่สูงขึ้น และแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนะคะ

 

บ้าน–สะพาน–ถนน ถูกกระแสน้ำกวาดหาย

ความรุนแรงของกระแสน้ำและเศษหิน ที่ไหลลงมาตามหุบเขาสร้างความเสียหายอย่างหนักโดยมีรายงานว่าหมู่บ้านหลายแห่งถูกน้ำและโคลนท่วม ขณะที่ถนน สะพาน และโครงการพลังงานถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายอย่างหนักเลยนะคะ

 

 

 

บริเวณแม่น้ำ Bhote Koshi และ Trishuli ได้รับผลกระทบอย่างมาก กระแสน้ำที่เต็มไปด้วยโคลนและก้อนหิน ไหลเชี่ยวจนประชาชนจำนวนมากแทบไม่มีเวลาอพยพ ขณะที่พื้นที่บางแห่งยังเข้าถึงได้ยาก จากถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายนั่นเองค่ะ

ฝั่งทิเบตของจีนก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเกิดดินโคลนถล่มบริเวณจุดผ่านแดน Gyirongส่งผลให้ถนน การสื่อสาร และระบบไฟฟ้าบางส่วนถูกตัดขาด และมีรายงานผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจำนวนมาก เช่นเดียวกันค่ะ

 

ผู้สูญหายนับร้อย รวมชาวต่างชาติ

สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางที่มีนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญเดินทางผ่าน โดยเฉพาะผู้ที่มุ่งหน้าไปยัง เขาไกรลาส (Mount Kailash)

รายงานล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติ หลายสัญชาติอยู่ในกลุ่มผู้สูญหาย ทั้งจากอินเดีย สหรัฐฯออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร แคนาดา และประเทศอื่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝั่งกำลังเร่งตรวจสอบรายชื่อ และติดตามผู้ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้

 

เร่งค้นหาผู้รอดชีวิต ท่ามกลางความเสี่ยงเกิดภัยซ้ำ

หน่วยกู้ภัย ตำรวจ และทหารเร่งค้นหาผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ภารกิจเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากถนนหลายเส้นทางถูกตัดขาด มีโคลนและเศษซากจำนวนมาก รวมถึงยังมีความเสี่ยงจากน้ำป่าและดินถล่มเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจยังมีความเสี่ยงเกิด น้ำหลากระลอกใหม่ หากมีมวลน้ำหรือเศษซากปิดกั้นทางน้ำบริเวณต้นน้ำแล้วเกิดการพังทลายลงมาอย่างฉับพลัน

 

สัญญาณเตือนจาก “หิมาลัย” ที่โลกต้องจับตา

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงภัยพิบัติในระดับท้องถิ่น แต่ยังสะท้อนความเปราะบางของพื้นที่เทือกเขาสูง ต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพราะธารน้ำแข็งที่บางลงและอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้พื้นที่ภูเขาบางแห่งมีความไม่มั่นคงมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญจึงให้ความสำคัญกับการติดตามธารน้ำแข็ง พื้นที่ลาดชัน และแหล่งน้ำบนภูเขา รวมถึงระบบ ตรวจจับและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนมีเวลาหลบหนีมากขึ้นหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต

จะเห็นได้ว่า เหตุการณ์เนปาล–ทิเบตครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติครั้งรุนแรงของภูมิภาคหิมาลัยในปี 2569 เลยนะคะ โดยยอดผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่ทีมกู้ภัยยังคงแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างค่ะ

 

หมายเหตุ: ตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายเป็นข้อมูล วันที่ 27 สิงหาคม 2569 และอาจมีการปรับเพิ่มหรือลดตามผลการค้นหาและการยืนยันข้อมูลจากทางการ

 

 

 

 

 

 

 

ที่มาอ้างอิง: Reuters, Associated Press (AP), Al Jazeera, ABC News Australia และCNA รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติบริเวณชายแดนเนปาลทิเบต และการค้นหาผู้สูญหาย วันที่ 26–27 สิงหาคม 2569