ภาพประกอบกะเพราในกระถางพร้อมพาดหัว กะเพรา แก้วจุรี ปลูกกินเองได้ไหม สรุปการคุ้มครองพันธุ์

ปลูกกะเพรากินเองที่บ้านยังทำได้ตามปกติ แม้จะมีข่าวว่าบริษัท ซีพีแรม จำกัด ในเครือซีพี จดทะเบียนหรือขอคุ้มครองพันธุ์กะเพรา 4 พันธุ์ชื่อ แก้วจุรี 01-04 ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 สิ่งที่ห้ามคือการนำ 4 พันธุ์นี้ไปขยายพันธุ์เพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกะเพราพันธุ์อื่นที่มีอยู่กว่า 200 สายพันธุ์ไม่เกี่ยวข้อง

เรื่องนี้กลายเป็นกระแสเพราะกะเพราเป็นผักที่แทบทุกบ้านมีติดกระถาง คนจำนวนมากจึงสงสัยว่าจะต้องจ่ายค่าสิทธิ์หรือจะผิดกฎหมายหรือเปล่า บทความนี้สรุปให้ครบทั้งไทม์ไลน์ คำชี้แจงของรัฐ สิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ รวมถึงข้อกังวลของภาคประชาสังคม ข้อมูล ณ 22 ต.ค. 2569 และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศทางการ

สรุปสั้น: กะเพราแก้วจุรีคุ้มครองอะไร ปลูกกินเองผิดไหม

คำตอบสั้นที่สุดคือ ไม่ผิด ประชาชนปลูกกะเพราเพื่อกินในครัวเรือนได้ ทั้งพันธุ์ทั่วไปและพันธุ์แก้วจุรี ตามคำชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อจำกัดมีเฉพาะการนำพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปขยายพันธุ์จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

ประเด็นที่ควรจำมีไม่กี่ข้อ ดังนี้

  • สิทธิคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะกะเพรา 4 พันธุ์ คือ แก้วจุรี01, แก้วจุรี02, แก้วจุรี03 และแก้วจุรี04
  • ซีพีแรมไม่ได้เป็นเจ้าของกะเพราทุกพันธุ์ และไม่มีคำสั่งห้ามคนไทยปลูกกะเพรา
  • ระยะคุ้มครองตามที่สื่อรายงานคือ 12 ปี สิ้นสุดในปี 2579
  • ข้อห้ามหลักคือการขยายพันธุ์เพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ

ถ้าคุณปลูกกะเพราไว้ผัดกินเองหรือใช้ทำอาหารไทยยอดนิยมอย่างผัดกะเพรา ข่าวนี้จึงแทบไม่กระทบชีวิตประจำวันเลย

เกิดอะไรขึ้นกับกะเพรา ทำไมเป็นข่าว

ข่าวนี้เริ่มจากการที่สาธารณชนรู้ว่าซีพีแรมพัฒนาและจดทะเบียน/ขอคุ้มครองกะเพรา 4 พันธุ์ตามกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช จนเกิดคำถามว่าคนทั่วไปจะปลูกกะเพราได้อีกไหม ต่อมาวันที่ 21 ต.ค. 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ออกมาชี้แจงว่าประชาชนปลูกกินเองได้ตามปกติ

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่มีที่มาย้อนหลังหลายปี เมื่อนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาเรียงกันจะได้ไทม์ไลน์ดังนี้

ช่วงเวลา เหตุการณ์ แหล่งข้อมูล
เม.ย. 2563 เริ่มพัฒนาพันธุ์จากกะเพราพื้นเมืองรหัส CPR1 The Standard
23 พ.ย. 2564 กรมวิชาการเกษตรเพิ่มกะเพราเป็นพืชที่ขอคุ้มครองได้ (จาก 93 เป็น 100 ชนิด) เดลินิวส์
2565 ปลูกทดสอบพันธุ์ตามที่ระบุในประกาศกรมวิชาการเกษตร ประกาศกรมวิชาการเกษตร ฉบับที่ 174
3 ก.พ. 2566 ซีพีแรมยื่นคำขอต่อกรมวิชาการเกษตร Thai PBS
12 มี.ค. 2567 และ 24 พ.ค. 2567 จดทะเบียนแก้วจุรี01 และแก้วจุรี02-04 ตามลำดับ The Standard
21 ต.ค. 2569 รมว.เกษตรฯ ชี้แจงว่าปลูกกินเองได้ ห้ามเฉพาะขยายพันธุ์ขาย The Standard
2579 สิ้นสุดระยะคุ้มครอง 12 ปี (ตามที่สื่อรายงาน) The Standard, Thai PBS

หมายเหตุ: วันที่จากแต่ละสื่อไม่ตรงกันทั้งหมด The Standard ใช้คำว่า “จดทะเบียน” ในปี 2567 ขณะที่ Thai PBS ระบุการ “ยื่นคำขอ” เมื่อ 3 ก.พ. 2566 และใช้คำว่าคำขอ สถานะทางกฎหมายขั้นสุดท้ายจึงควรยึดตามประกาศของกรมวิชาการเกษตรเป็นหลัก

แก้วจุรี 01-04 คืออะไร พัฒนาอย่างไร

แก้วจุรีคือชื่อกะเพราพันธุ์ใหม่ 4 พันธุ์ที่ซีพีแรมพัฒนาขึ้น จุดประสงค์ตามที่ Thai PBS รายงานคือต้องการวัตถุดิบที่หอม เผ็ดเข้ม โตเร็ว และให้ผลผลิตสม่ำเสมอ เพื่อใช้ผลิตอาหารพร้อมทาน

ขั้นตอนการพัฒนาตามข้อมูลของ The Standard และประกาศกรมวิชาการเกษตรมีดังนี้

  1. เริ่มจากกะเพราพื้นเมืองรหัส CPR1 ในเดือนเมษายน 2563
  2. ใช้สารเคมีเพิ่มชุดโครโมโซม ร่วมกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
  3. ปลูกทดสอบที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม และที่ซีพีแรม จ.ปทุมธานี
  4. ยื่นขอและได้รับการจดทะเบียนตามที่สื่อรายงาน แยกเป็นแก้วจุรี01 และแก้วจุรี02-04

นอกจาก 4 พันธุ์ของซีพีแรมแล้ว Thai PBS ยังรายงานว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับความคุ้มครองกะเพราอีก 1 พันธุ์ด้วย แสดงว่าการคุ้มครองพันธุ์กะเพราไม่ได้มีเฉพาะภาคเอกชน

รัฐมนตรีชี้แจงว่าอย่างไร

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงเมื่อ 21 ต.ค. 2569 ว่าเอกชนที่วิจัยพัฒนาพันธุ์ใหม่สามารถจดทะเบียนคุ้มครองได้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 และประชาชนยังปลูกกะเพราเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ สิ่งที่ห้ามคือการนำพันธุ์คุ้มครองไปขยายพันธุ์จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำชี้แจงนี้ตรงกับหลักของกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชทั่วไป ที่มุ่งคุ้มครองสิทธิในเชิงการค้าของผู้พัฒนาพันธุ์ ไม่ได้มุ่งห้ามการปลูกเพื่อกินเอง ทั้งนี้ ในแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยังไม่พบคำชี้แจงจากฝั่งซีพีแรมโดยตรง

ปลูกเอง ขาย หรือขยายพันธุ์ ทำอะไรได้บ้าง

สรุปง่าย ๆ คือ ปลูกกินเองได้ ปลูกกะเพราพันธุ์อื่นได้ตามปกติ แต่ถ้าจะขยายพันธุ์แก้วจุรีเพื่อขายต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิก่อน ส่วนการขายใบกะเพรายังไม่มีคำชี้แจงเฉพาะในแหล่งข่าวที่ตรวจสอบได้

กิจกรรม ทำได้หรือไม่ หมายเหตุ
ปลูกกะเพรากินเองในครัวเรือน (รวมพันธุ์แก้วจุรี) ได้ ตามคำชี้แจงของ รมว.เกษตรฯ 21 ต.ค. 2569
ปลูกกะเพราพันธุ์อื่น เช่น กะเพราแดง กะเพราใบใหญ่ ได้ ไม่เกี่ยวกับสิทธินี้ สิทธิคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะแก้วจุรี 01-04
ขยายพันธุ์แก้วจุรีเพื่อจำหน่าย ต้องได้รับอนุญาต เจ้าของพันธุ์มีสิทธิผลิตและขายส่วนขยายพันธุ์แต่ผู้เดียว
ขายใบกะเพราสดจากต้นที่ปลูก ยังไม่มีคำชี้แจงเฉพาะ ควรตรวจสอบกับกรมวิชาการเกษตรก่อน โดยเฉพาะถ้าเป็นพันธุ์แก้วจุรี

สำหรับคนที่ชอบปลูกผักสวนครัวริมรั้วไว้กินเอง แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยมีดังนี้

  • ปลูกกินเองหรือแบ่งใช้ในบ้าน ทำได้ตามปกติ
  • ถ้าจะเพาะต้นกล้าหรือเมล็ดไปขาย ให้เช็กก่อนว่าไม่ใช่พันธุ์แก้วจุรี
  • เก็บซองเมล็ดหรือหลักฐานที่ระบุชื่อพันธุ์ไว้ เผื่อต้องตรวจสอบภายหลัง
  • ถ้าไม่แน่ใจ สอบถามผู้ขายเมล็ดหรือกรมวิชาการเกษตรโดยตรง

ข้อกังวลของไบโอไทยและเกษตรกรคืออะไร

มูลนิธิชีววิถี หรือ ไบโอไทย ตั้งคำถามเรื่องทุนวิจัยที่ซีพีแรมเคยให้ และสิทธิของมหาวิทยาลัย และห่วงผลกระทบหากไทยแก้กฎหมายตาม UPOV 1991 ขณะที่เกษตรกรบางส่วนกังวลว่าจะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ในราคาแพงขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นข้อสังเกตเชิงนโยบาย ไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีใครทำผิด

ประเด็นทุนวิจัยและสิทธิของมหาวิทยาลัย

วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ แห่งไบโอไทย ระบุว่าซีพีแรมเคยให้ทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัยรัฐ จึงควรพิจารณาสิทธิของมหาวิทยาลัยด้วย สื่อประชาชาติธุรกิจก็ตีพิมพ์ประเด็นนี้ในหัวข้อเกี่ยวกับการที่ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัยของ ม.เกษตรฯ และสิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์

UPOV 1991 กับสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์

อีกเรื่องที่ไบโอไทยห่วงคือ หากไทยแก้กฎหมายตาม UPOV 1991 สิทธิของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อหรือแบ่งให้เพื่อนบ้านอาจถูกจำกัด ประเด็นนี้ยังเป็นข้อกังวลต่ออนาคต ไม่ใช่กฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในวันนี้

เสียงจากเกษตรกรผู้ปลูกกะเพรา

Thai PBS รายงานว่าเกษตรกรในตำบลบ้านใหม่ จ.นนทบุรี ที่ปลูกกะเพราใบใหญ่และกะเพราแดง กังวลว่าจะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ราคาแพง ข้อกังวลนี้สะท้อนว่าข้อมูลเรื่องขอบเขตของสิทธิยังสื่อสารไปไม่ถึงผู้ปลูกทุกกลุ่ม

ประเด็น ฝั่งรัฐมนตรีเกษตรฯ ฝั่งไบโอไทย
สิทธิของผู้พัฒนาพันธุ์ เอกชนที่วิจัยพัฒนาพันธุ์ใหม่จดทะเบียนคุ้มครองได้ตามกฎหมาย ควรพิจารณาสิทธิของมหาวิทยาลัยรัฐที่ได้รับทุนวิจัยด้วย
ผลต่อประชาชน ปลูกกินเองได้ ห้ามเฉพาะขยายพันธุ์ขาย ห่วงว่าสิทธิเก็บเมล็ดปลูกต่ออาจถูกจำกัดในอนาคต
กรอบกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 กังวลหากแก้กฎหมายตาม UPOV 1991

พันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับความคุ้มครองคืออะไร

พันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับความคุ้มครองคือพันธุ์ที่ผู้พัฒนาจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เพื่อให้มีสิทธิเชิงการค้าเหนือส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์นั้นในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด สำหรับพืชที่ให้ผลภายใน 2 ปีอย่างกะเพรา ระยะคุ้มครองคือ 12 ปี

ตามหลักทั่วไปที่ฐานเศรษฐกิจอธิบายไว้ เจ้าของพันธุ์มีสิทธิผลิต ขาย นำเข้า และส่งออกส่วนขยายพันธุ์แต่ผู้เดียว กะเพราเองไม่ได้อยู่ในรายชื่อพืชที่ขอคุ้มครองได้มาตั้งแต่ต้น แต่ถูกเพิ่มเข้ามาเมื่อ 23 พ.ย. 2564 ทำให้จำนวนชนิดพืชที่ขอคุ้มครองได้เพิ่มจาก 93 เป็น 100 ชนิด

สิ่งที่ควรเข้าใจคือ การคุ้มครองผูกกับ “พันธุ์” ที่จดทะเบียน ไม่ได้ผูกกับชนิดพืชทั้งหมด การที่มีคนจดคุ้มครองกะเพรา 4 พันธุ์ จึงไม่ได้ทำให้กะเพราทุกต้นในประเทศตกเป็นของใคร

กะเพราที่คนไทยปลูกกันทั่วไปมีอะไรบ้าง

กะเพราที่คนไทยคุ้นเคยมีหลายแบบ เช่น กะเพราขาว กะเพราแดง และกะเพราใบใหญ่ และตามที่ Thai PBS รายงาน กะเพรามีมากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยมีผู้ขายเมล็ดพันธุ์อย่างน้อย 8 แบรนด์ในตลาด แก้วจุรีเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของความหลากหลายนี้

  • กะเพราขาวและกะเพราแดง เป็นชื่อเรียกที่คนไทยคุ้นหู และไม่ใช่พันธุ์แก้วจุรีที่เป็นข่าว
  • กะเพราใบใหญ่และกะเพราแดง เป็นแบบที่เกษตรกรใน ต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี ปลูกอยู่ ตามที่ Thai PBS รายงาน
  • แก้วจุรี 01-04 เป็นพันธุ์ที่พัฒนาใหม่จากกะเพราพื้นเมืองรหัส CPR1 และเป็นกลุ่มเดียวที่อยู่ในข่าวการคุ้มครองครั้งนี้

ก่อนซื้อเมล็ดหรือต้นกล้า ให้ดูชื่อพันธุ์บนซองหรือถามผู้ขาย หากเป็นการปลูกกินเองไม่ต้องกังวล แต่ถ้าวางแผนเพาะขาย การรู้ชื่อพันธุ์ที่ชัดเจนจะช่วยให้มั่นใจว่าไม่ไปละเมิดสิทธิของใคร

สำหรับคนที่อยากปลูกกะเพราไว้ติดบ้าน กะเพราถือเป็นหนึ่งในสมุนไพรไทยที่ควรมีติดครัว ปลูกในกระถางหรือแปลงเล็ก ๆ ได้ และข่าวการคุ้มครองพันธุ์ครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนสิทธิของคุณในการปลูกกินเอง

คำถามที่พบบ่อยเรื่องกะเพราแก้วจุรี (FAQ)

ปลูกกะเพราแก้วจุรีกินเองที่บ้านได้ไหม

ปลูกได้ ตามที่ รมว.เกษตรฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ชี้แจงเมื่อ 21 ต.ค. 2569 ว่าประชาชนปลูกกะเพราเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ตามปกติ สิ่งที่ห้ามคือการนำพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ซีพีแรมเป็นเจ้าของกะเพราทุกพันธุ์หรือเปล่า

ไม่ใช่ สิ่งที่เป็นข่าวคือกะเพราเพียง 4 พันธุ์ชื่อแก้วจุรี 01 ถึง 04 ขณะที่ Thai PBS รายงานว่ากะเพรามีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และบริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของกะเพราทุกพันธุ์ กะเพราที่คนไทยปลูกกันทั่วไปจึงไม่เกี่ยวกับสิทธินี้

การคุ้มครองพันธุ์กะเพราแก้วจุรีห้ามทำอะไรบ้าง

ข้อห้ามหลักคือการนำพันธุ์แก้วจุรีไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ ตามหลักทั่วไปของกฎหมาย เจ้าของพันธุ์มีสิทธิผลิต ขาย นำเข้า และส่งออกส่วนขยายพันธุ์แต่ผู้เดียว ส่วนการปลูกกินเองในบ้านไม่อยู่ในข้อห้ามตามคำชี้แจงของรัฐมนตรี

กะเพราแก้วจุรีได้รับความคุ้มครองนานเท่าไร

ตามที่ The Standard และ Thai PBS รายงาน ระยะคุ้มครองคือ 12 ปี และสิ้นสุดในปี 2579 ซึ่งสอดคล้องกับหลักทั่วไปที่พืชให้ผลภายใน 2 ปีได้รับความคุ้มครอง 12 ปี (ข้อมูล ณ 22 ต.ค. 2569)

มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กังวลเรื่องอะไร

ไบโอไทยตั้งคำถาม 2 เรื่อง คือ ซีพีแรมเคยให้ทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัยรัฐ จึงควรพิจารณาสิทธิของมหาวิทยาลัยด้วย และห่วงว่าหากไทยแก้กฎหมายตาม UPOV 1991 สิทธิของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อหรือแบ่งให้เพื่อนบ้านอาจถูกจำกัด

เกษตรกรที่ปลูกกะเพราใบใหญ่หรือกะเพราแดงได้รับผลกระทบไหม

สิทธิที่ซีพีแรมขอครอบคลุมเฉพาะ 4 พันธุ์แก้วจุรี ส่วนกะเพราพันธุ์อื่นกว่า 200 สายพันธุ์ไม่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม หากจะซื้อเมล็ดหรือต้นพันธุ์มาขยายเพื่อขาย ควรเช็กชื่อพันธุ์บนซองหรือสอบถามผู้ขายให้ชัดก่อนเสมอ