ภาพกราฟิกเชิงสัญลักษณ์เมฆฝนฟ้าคะนองและร่มบนถนนเปียก ประกอบบทความเตือนฝนตกหนัก 18-25 ต.ค. 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 (262/2569) เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก มีผลวันที่ 18-25 ต.ค. 2569 โดยช่วง 18-20 ต.ค. เน้นภาคใต้และภาคตะวันออก ส่วนช่วง 21-25 ต.ค. ฝนจะเพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค. 2569 จึงควรตรวจประกาศล่าสุดที่ เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (tmd.go.th) ก่อนเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกครั้ง

ฝนตกหนักวันนี้ถึงเมื่อไร จังหวัดไหนโดนบ้าง?

ตามประกาศฉบับที่ 3 ฝนตกหนักถึงหนักมากจะมีผลถึงวันที่ 25 ต.ค. 2569 โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก 18-20 ต.ค. เน้นภาคใต้และภาคตะวันออก ช่วงหลัง 21-25 ต.ค. ฝนจะขยายวงขึ้นมาถึงภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคอีสานตอนล่าง

สำหรับพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงของวันที่ 18 ต.ค. 2569 พื้นที่ที่ถูกระบุว่ามี “ฝนตกหนักบางแห่ง” มีทั้งหมด 16 จังหวัด ได้แก่

  • ภาคตะวันออก: ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลในวันที่ 18 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ประมาณ 60% ของพื้นที่ ซึ่งยังไม่ใช่ระดับฝนตกหนัก แต่คนกรุงเทพฯ ควรจับตาตั้งแต่กลางสัปดาห์ (21 ต.ค. เป็นต้นไป) เพราะประกาศระบุว่าตั้งแต่ 21 ต.ค. เป็นต้นไป ภาคกลางรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีฝนเพิ่มขึ้น

ช่วงวันที่ พื้นที่ที่ต้องระวัง ลักษณะอากาศตามประกาศ
18 ต.ค. 2569 (พยากรณ์ 24 ชม.) กรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ประมาณ 60% ของพื้นที่
18-20 ต.ค. 2569 ภาคใต้ และภาคตะวันออก ฝนตกต่อเนื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
21-25 ต.ค. 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง (รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ลมกระโชกแรงบางแห่ง

ทำไมช่วงนี้ถึงมีฝนตกหนัก?

สาเหตุหลักมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง จากนั้นร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ขณะเดียวกันความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน และทะเลจีนใต้ ซึ่งมีกำลังอ่อน และทำให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยตอนบน ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้หลายภาคมีฝนต่อเนื่องหลายวัน

ฝนตกหนัก กับ ฝนตกหนักมาก ต่างกันอย่างไร?

ความต่างอยู่ที่ปริมาณฝนใน 24 ชั่วโมง ตามเกณฑ์ทั่วไปของกรมอุตุนิยมวิทยา ฝนตกหนักคือ 35.1-90.0 มิลลิเมตร ส่วนฝนตกหนักมากคือมากกว่า 90.0 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง

ตัวเลขด้านล่างเป็นเกณฑ์ทั่วไปของกรมอุตุนิยมวิทยา ไม่ใช่ตัวเลขที่ระบุในประกาศฉบับที่ 3 เพราะประกาศฉบับนี้ไม่ได้บอกปริมาณฝนเป็นมิลลิเมตร แต่ช่วยให้เข้าใจได้ว่าคำว่า “หนัก” กับ “หนักมาก” ในประกาศหมายถึงฝนระดับไหน

ระดับฝน ปริมาณฝนใน 24 ชั่วโมง สิ่งที่ควรระวัง (โดยทั่วไป)
ฝนเล็กน้อย 0.1-10.0 มม. ถนนลื่น ทัศนวิสัยลดลงเล็กน้อย
ฝนปานกลาง 10.1-35.0 มม. น้ำขังในจุดที่ระบายน้ำช้า
ฝนหนัก 35.1-90.0 มม. น้ำท่วมขังรอการระบาย การจราจรติดขัด
ฝนหนักมาก มากกว่า 90.0 มม. น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยง

สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือฝนสะสม แม้ฝนแต่ละวันจะไม่ถึงระดับหนักมาก แต่ถ้าตกต่อเนื่องหลายวัน ดินจะอุ้มน้ำจนเต็ม และทางระบายน้ำรับไม่ไหว ประกาศฉบับนี้จึงเตือนให้ระวังทั้งฝนหนักถึงหนักมากและฝนสะสมควบคู่กัน

ฝนตกหนักต้องเตรียมตัวอย่างไร?

หลักง่ายๆ คือเตรียมของจำเป็นไว้ก่อน ระหว่างฝนให้อยู่ห่างจุดอันตราย และหลังฝนให้ตรวจความปลอดภัยก่อนกลับเข้าบ้าน ประกาศของกรมอุตุฯ เตือนว่าฝนรอบนี้อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่บริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม

ก่อนฝนตกหนัก

  • เตรียมไฟฉายและแบตเตอรี่สำรอง ชาร์จโทรศัพท์ให้เต็มไว้เสมอ
  • นำเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน สมุดบัญชี โฉนด ใส่ถุงกันน้ำแล้วเก็บไว้ในที่เดียวที่หยิบได้ทันที
  • ยกของมีค่าและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในพื้นที่ลุ่ม
  • ตรวจรางน้ำ ท่อระบายน้ำรอบบ้าน เก็บกวาดใบไม้หรือขยะที่อุดตัน
  • ถ้าบ้านอยู่ใกล้ลาดเชิงเขาหรือทางน้ำ ให้คุยกับคนในบ้านล่วงหน้าว่าจะไปหลบที่ไหนหากน้ำมาเร็ว

ระหว่างฝนตกหนัก

  • หลีกเลี่ยงการยืนหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่หรือใต้ป้ายโฆษณา เพราะอาจล้มเมื่อมีลมกระโชกแรง
  • อยู่ห่างจากสายไฟที่ขาดหรือตกลงในน้ำ และอย่าเดินลุยน้ำบริเวณที่มีสายไฟ
  • ไม่เดินหรือขับรถผ่านน้ำที่ไหลเชี่ยว แม้จะดูไม่ลึกก็ตาม
  • สังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น น้ำในลำธารขุ่นข้นและขึ้นเร็ว หรือมีเสียงดังผิดปกติจากภูเขา ให้รีบขึ้นที่สูงทันที

หลังฝนหยุด

  • ระวังไฟฟ้ารั่ว ก่อนเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปียกน้ำควรตรวจให้แน่ใจว่าแห้งและปลอดภัย
  • ระวังสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง ที่หนีน้ำเข้ามาหลบในบ้าน
  • ตรวจสภาพอาคาร ผนัง และพื้น ก่อนกลับเข้าไปอยู่ ถ้าพบรอยร้าวหรือดินทรุดให้รอผู้เชี่ยวชาญตรวจก่อน
ควรทำ ไม่ควรทำ
ติดตามประกาศกรมอุตุฯ ทุกวันระหว่าง 18-25 ต.ค. เชื่อข่าวลือจากโซเชียลโดยไม่ตรวจกับแหล่งทางการ
เก็บเอกสารสำคัญในถุงกันน้ำ วางเอกสารและของมีค่าไว้บนพื้น
หลบฝนในอาคารที่มั่นคง ยืนใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณา
เลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วมซ้ำซาก ขับรถหรือเดินลุยน้ำไหลเชี่ยว
ตรวจระบบไฟฟ้าก่อนใช้งานหลังน้ำลด เสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยังเปียก

ขับรถและเดินทางช่วงฝนตกหนักอย่างไรให้ปลอดภัย?

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือวางแผนเส้นทางล่วงหน้าและเลี่ยงถนนที่น้ำท่วมซ้ำซาก ถ้าเจอน้ำไหลผ่านถนนหรือมองไม่เห็นผิวถนน ห้ามขับผ่านน้ำไหลเชี่ยว ให้กลับรถหรือรอให้น้ำลดก่อน

สำหรับการขับรถบนถนนทั่วไประหว่างฝนตกหนัก มีข้อควรปฏิบัติดังนี้

  1. ตรวจใบปัดน้ำฝน ไฟหน้า และดอกยางก่อนออกเดินทาง
  2. เปิดไฟหน้าเพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้ชัด และลดความเร็วลงจากปกติ
  3. เว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ เพราะถนนเปียกทำให้เบรกได้ระยะยาวขึ้น
  4. หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหันหรือหักพวงมาลัยแรง ซึ่งเสี่ยงต่ออาการรถเหินน้ำ
  5. ถ้าฝนหนักจนมองไม่เห็นทาง ให้จอดในจุดที่ปลอดภัยอย่างปั๊มน้ำมันหรือลานจอดรถ ไม่จอดใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณา
  6. ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรพิจารณาหยุดพักจนกว่าฝนจะซา เพราะทั้งลื่นและมองเห็นยาก

ส่วนผู้ที่เดินทางทางทะเลหรือชาวเรือ ประกาศระบุว่าทะเลอันดามันและอ่าวไทยบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการออกเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง นักท่องเที่ยวที่วางแผนไปเกาะหรือทำกิจกรรมทางทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยช่วงนี้ ควรเช็กประกาศและสอบถามผู้ประกอบการก่อนออกเดินทาง

ติดตามประกาศฝนตกหนักและขอข้อมูลได้จากไหน?

แหล่งข้อมูลหลักคือกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งออกประกาศเตือนภัยและพยากรณ์อากาศทางเว็บไซต์ www.tmd.go.th และสอบถามได้ทางโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศฉบับที่ 3 นี้ระบุว่าประชาชนควรติดตามประกาศอย่างต่อเนื่อง เพราะกรมอุตุฯ อาจออกฉบับถัดไปเพื่อปรับพื้นที่หรือช่วงเวลา แนวทางที่แนะนำมีดังนี้

  • เปิดดูประกาศและพยากรณ์อากาศบนเว็บไซต์ tmd.go.th ทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน
  • ถ้าไม่สะดวกใช้อินเทอร์เน็ต โทรสอบถามสายด่วน 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ติดตามข่าวจากสื่อหลักที่อ้างอิงประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาโดยตรง และระวังข้อมูลส่งต่อที่ไม่ระบุแหล่งที่มา
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและพบเหตุฉุกเฉิน ให้ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ของคุณทันที

ย้ำอีกครั้งว่าข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค. 2569 พื้นที่และระดับฝนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์จริง ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ประกาศฝนตกหนักฉบับนี้มีผลถึงวันไหน?

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 3 (262/2569) มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 25 ต.ค. 2569 ช่วง 18-20 ต.ค. เน้นภาคใต้และภาคตะวันออก ส่วน 21-25 ต.ค. ฝนจะเพิ่มขึ้นในภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลางรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ควรตรวจประกาศฉบับล่าสุดที่ tmd.go.th อีกครั้ง

กรุงเทพฯ จะมีฝนตกหนักไหม?

พยากรณ์วันที่ 18 ต.ค. 2569 ระบุว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ประมาณ 60% ของพื้นที่ ยังไม่อยู่ในกลุ่มฝนตกหนัก แต่ช่วง 21-25 ต.ค. ประกาศระบุว่าภาคกลางรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีฝนเพิ่มขึ้นและอาจตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ จึงควรวางแผนเดินทางเผื่อไว้

ฝนตกหนักกับฝนตกหนักมากต่างกันอย่างไร?

ตามเกณฑ์ทั่วไปของกรมอุตุนิยมวิทยา ฝนตกหนักคือปริมาณฝน 35.1-90.0 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง ส่วนฝนตกหนักมากคือมากกว่า 90.0 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ประกาศฉบับที่ 3 ไม่ได้ระบุปริมาณฝนเป็นมิลลิเมตร

ถ้าเจอน้ำท่วมถนนควรขับรถผ่านไหม?

ถ้าน้ำไหลเชี่ยวหรือมองไม่เห็นผิวถนน ไม่ควรขับผ่าน ให้หาเส้นทางอื่นหรือรอให้น้ำลดก่อน และควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วมซ้ำซากตามที่ประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำ

สอบถามสภาพอากาศได้ที่ไหนตลอด 24 ชั่วโมง?

ติดต่อกรมอุตุนิยมวิทยาได้ที่หมายเลข 0-2399-4012-13 และสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามประกาศล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th