ภาพกราฟิกประกอบวิธีตรวจธนบัตรจริงด้วยแว่นขยายและโล่ หลัก สัมผัส ยกส่อง พลิกเอียง

ถ้าได้ธนบัตรที่ดูแปลกตามา วิธีเช็กเบื้องต้นที่ทำเองได้ทันทีคือหลัก “สัมผัส ยกส่อง พลิกเอียง” ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แนะนำ ถ้ายังสงสัยอยู่ ห้ามนำไปใช้ต่อ ให้ส่งธนาคารพาณิชย์ แจ้งตำรวจ หรือโทรแจ้ง ธปท. ที่ 0 2356 7987 บทความนี้สรุปทั้งข่าว SCB ที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้ วิธีตรวจธนบัตรแบบ 17 และขั้นตอนเมื่อสงสัยว่าเงินที่ได้มาจากตู้ ATM ไม่ใช่ของจริง (ข้อมูล ณ 15 ต.ค. 2569)

ข่าว SCB กับธนบัตรต้องสงสัยจากตู้ ATM เกิดอะไรขึ้น

มีโพสต์ในโซเชียลว่าลูกค้ารายหนึ่งใช้ธนบัตรที่ถูกสงสัยว่าปลอม และบอกว่าได้มาจากตู้ ATM ของ SCB ต่อมา SCB ตรวจสอบแล้วชี้แจงว่าธนบัตรทั้ง 3 ฉบับ “เป็นธนบัตรจริง ไม่ใช่ธนบัตรปลอม”

รายละเอียดที่เปิดเผยออกมามีไม่มาก ข่าวไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าและไม่ได้ระบุว่าเป็นตู้ ATM ที่ไหน สิ่งที่รู้คือลูกค้าถอนเงินเมื่อ 14 ก.ย. 2569 แล้วนำไปใช้เมื่อ 12 ต.ค. 2569 ส่วนวันที่ SCB ออกมาชี้แจง สองแหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน จึงขอระบุว่าเป็นช่วง 13-14 ต.ค. 2569

SCB ตรวจสอบอย่างไร

ตามที่ SCB ชี้แจง ธนาคารติดต่อลูกค้าและตรวจธนบัตรต่อหน้าลูกค้าที่ร่วมสังเกตการณ์ โดยใช้ทั้งการสัมผัสและเครื่องตรวจธนบัตร ผลคือธนบัตรทั้ง 3 ฉบับเป็นของจริง นอกจากนี้ SCB ยังระบุว่าธนบัตรทั้ง 3 ฉบับ “ไม่ใช่รุ่นเดียวกับที่บรรจุในเครื่อง ATM” และยืนยันว่าธนาคารตรวจธนบัตรทุกฉบับก่อนนำเข้าตู้

ควรอ่านข่าวนี้อย่างไร

ข้อมูลทั้งหมดเป็นคำชี้แจงของฝ่ายธนาคารฝ่ายเดียว ยังไม่มีข้อมูลจากฝั่งลูกค้าหรือหน่วยงานอื่นมาประกอบ จึงไม่ควรสรุปว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าตู้ ATM ในไทยจ่ายธนบัตรปลอมออกมา ประโยชน์ที่เราได้จากข่าวนี้คือเป็นโอกาสทบทวนวิธีตรวจธนบัตรด้วยตัวเอง และรู้ว่าถ้าเจอเหตุการณ์คล้ายกันควรทำอะไรต่อ

วิธีตรวจธนบัตรจริงด้วยตัวเอง: สัมผัส ยกส่อง พลิกเอียง

ธนบัตรจริงตรวจได้ด้วยมือและตาเปล่าตามหลัก “สัมผัส ยกส่อง พลิกเอียง” ของ ธปท. ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไร ถ้าทำครบทั้งสามขั้นแล้วยังมีจุดที่ดูผิดปกติ ให้ถือว่าเป็นธนบัตรต้องสงสัยไว้ก่อน

ธนบัตรที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นธนบัตรแบบ 17 ซึ่งออกใช้ชนิดราคา 20, 50 และ 100 บาท เมื่อ 6 เม.ย. 2561 และชนิดราคา 500 กับ 1,000 บาท เมื่อ 28 ก.ค. 2561 ส่วนธนบัตรแบบก่อนหน้ายังใช้ได้ ถ้าได้ธนบัตรหน้าตาต่างจากแบบ 17 มา ไม่ได้แปลว่าเป็นของปลอมเสมอไป

แหล่งข้อมูลต่าง ๆ นับจำนวนจุดสังเกตไว้ไม่เท่ากัน จึงไม่ต้องจำว่ามีกี่จุด จำแค่สามขั้นตอนหลักให้ขึ้นใจ แล้วเปิดดูภาพประกอบอย่างเป็นทางการที่หน้าเว็บ ธปท. (bot.or.th) ประกอบด้วยจะดีที่สุด

ขั้นที่ 1 สัมผัส

ใช้ปลายนิ้วลูบตรงตัวเลขราคาและคำว่า “รัฐบาลไทย” ธนบัตรจริงจะมีลายเส้นนูนที่รู้สึกได้ นอกจากนี้ยังมีลายนูนที่ทำไว้ให้ผู้บกพร่องทางสายตาใช้แยกชนิดราคาด้วย ถ้าลูบแล้วผิวเรียบลื่นไปทั้งใบ ให้ตรวจขั้นต่อไปให้ละเอียดขึ้น

ขั้นที่ 2 ยกส่อง

ยกธนบัตรขึ้นส่องกับแสง ธนบัตรจริงจะเห็นลายน้ำและตัวเลขราคาโปร่งแสงชัดเจน และภาพที่พิมพ์ด้านหน้ากับด้านหลังจะซ้อนกันได้สนิทพอดี ขั้นนี้ทำได้ทุกที่ที่มีแสง

ขั้นที่ 3 พลิกเอียง

เอียงธนบัตรไปมาหลาย ๆ มุม แถบสีบนธนบัตรจริงจะเปลี่ยนสีตามมุมมอง ธนบัตร 100 บาทมีภาพเคลื่อนไหวและข้อความบอกราคาที่อ่านได้ รวมถึงลายดอกประดิษฐ์ที่เป็นประกายเมื่อพลิก และถ้าเอียงเข้าหาแสงจะเห็นตัวเลขแฝงที่ซ่อนอยู่ในลายประดิษฐ์ด้วย

ตารางสรุปจุดสังเกตธนบัตรแบบ 17

จุดสังเกต ทำอย่างไร ธนบัตรจริงเป็นอย่างไร
ลายเส้นนูน ใช้นิ้วลูบตัวเลขราคาและคำว่า “รัฐบาลไทย” รู้สึกถึงลายเส้นนูนได้ชัด
ลายนูนสำหรับผู้บกพร่องทางสายตา ลูบตรงตำแหน่งลายนูน มีลายนูนที่สัมผัสได้ ใช้แยกชนิดราคา
ลายน้ำและตัวเลขโปร่งแสง ยกส่องกับแสง เห็นลายน้ำและตัวเลขราคาโปร่งแสงชัด
ภาพซ้อนหน้า-หลัง ยกส่องกับแสง ภาพด้านหน้าและด้านหลังซ้อนกันสนิท
แถบสีเปลี่ยนสี พลิกเอียงหลายมุม สีเปลี่ยนไปตามมุมมอง
ภาพเคลื่อนไหว (100 บาท) พลิกเอียงช้า ๆ เห็นภาพเคลื่อนไหวและอ่านข้อความราคาได้
ลายดอกประดิษฐ์ (100 บาท) พลิกธนบัตร เป็นประกายเมื่อพลิก
ตัวเลขแฝง เอียงเข้าหาแสง เห็นตัวเลขแฝงในลายประดิษฐ์
การเรืองแสง ส่องด้วยแสง UV เส้นใยเรืองแสงสีเหลือง แดง น้ำเงิน และตัวเลขราคา/หมวดเลขหมายเรืองแสง

ข้อควรรู้อีกเรื่องคือ ธนบัตรที่โดนสารเคมีจนเสียหายอาจดูเหมือนของปลอม ทั้งที่ความจริงเป็นธนบัตรจริง ดังนั้นการตรวจด้วยตาเป็นแค่ด่านแรก ถ้าไม่แน่ใจ ควรให้ธนาคารหรือหน่วยงานที่มีเครื่องมือตรวจซ้ำอีกที

ได้ธนบัตรต้องสงสัยจากตู้ ATM ต้องทำอย่างไร

อย่างแรกคืออย่านำธนบัตรใบนั้นไปใช้ต่อ เพราะการนำธนบัตรปลอมออกใช้มีความผิดตามกฎหมาย จากนั้นเก็บหลักฐานให้ครบ แล้วติดต่อธนาคารเจ้าของตู้ หรือใช้ช่องทางที่ ธปท. แนะนำ

ลำดับต่อไปนี้เรียบเรียงจากแนวทางของ ธปท. รวมกับแนวปฏิบัติทั่วไปเมื่อสงสัยว่าธนบัตรมาจากตู้ ATM

  1. หยุดใช้ทันที แยกธนบัตรใบที่สงสัยออกจากเงินอื่น อย่าส่งต่อให้คนอื่นหรือพยายามใช้ให้หมดไป
  2. เก็บหลักฐาน ได้แก่ สลิปถอนเงิน วันและเวลาที่ถอน ตำแหน่งตู้ ATM และถ่ายภาพธนบัตรทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  3. ตรวจเบื้องต้นด้วยหลัก สัมผัส ยกส่อง พลิกเอียง แล้วจดว่าจุดไหนดูผิดปกติ
  4. ติดต่อธนาคารเจ้าของตู้ ATM เพื่อแจ้งและขอให้ตรวจสอบ (เป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ขั้นตอนของแต่ละธนาคารอาจต่างกัน)
  5. ถ้ายังสงสัยอยู่ เลือกช่องทางใดช่องทางหนึ่งตามตารางด้านล่าง

ถ้าอยากรู้ว่าธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งให้บริการอะไรบ้าง และควรติดต่อช่องทางไหน อ่านเพิ่มได้ที่บทความ ธนาคารคืออะไร มีกี่ประเภท ให้บริการอะไรบ้าง

ช่องทางแจ้งเมื่อสงสัยธนบัตรปลอม

ช่องทาง ทำอย่างไร สิ่งที่ควรเตรียม
ธนาคารพาณิชย์ เขียนคำว่า “ปลอม” บนธนบัตร แล้วส่งให้ธนาคาร ธนบัตรที่สงสัย และหลักฐานการได้รับ (เช่น สลิป ATM)
ตำรวจ นำธนบัตรไปส่งที่สถานีตำรวจ ข้อมูลว่าได้มาอย่างไร จากใคร ที่ไหน
ธปท. โทรแจ้งที่ 0 2356 7987 รายละเอียดธนบัตรและที่มา

ใครที่รู้เบาะแสแหล่งผลิตหรือแหล่งจำหน่ายธนบัตรปลอม แล้วข้อมูลนั้นนำไปสู่การจับกุม อาจได้รับสินบนนำจับตามระเบียบกระทรวงการคลัง ส่วนเรื่องการชดเชยหรือการเปลี่ยนเงินคืน ตอนนี้ยังไม่พบข้อมูลที่ยืนยันหลักเกณฑ์ชัดเจน จึงไม่ควรคาดหวังล่วงหน้าว่าจะได้เงินคืน ให้สอบถามธนาคารโดยตรงจะดีกว่า (ข้อมูล ณ 15 ต.ค. 2569)

สถานการณ์ที่ควรตรวจธนบัตรให้ดีเป็นพิเศษ

ธนบัตรที่ผิดปกติรับมาโดยไม่รู้ตัวได้ง่ายขึ้นเมื่อเราไม่มีเวลาตรวจ เช่น ตอนรีบ ตอนอยู่ในที่แสงน้อย หรือตอนทอนเงิน วิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือตรวจก่อนรับทุกครั้งตามที่ ธปท. แนะนำ ไม่ว่าใบนั้นจะราคาเท่าไร

จังหวะที่ควรตรวจให้ละเอียดขึ้น

  • ตอนรีบหรือคนเยอะ เช่น ร้านค้าช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ตลาดนัด หรือหน้างานอีเวนต์ ซึ่งอาจไม่มีเวลาดูธนบัตรทีละใบ
  • ที่แสงน้อย เช่น ร้านกลางคืนหรือแผงลอยไฟสลัว ทำให้ยกส่องหรือดูแถบสีเปลี่ยนสีได้ยาก
  • ตอนรับหรือทอนเงิน โดยเฉพาะเมื่อมีธนบัตรหลายใบสลับกันไปมา ควรนับและตรวจทีละใบ
  • การรับเงินสดตอนซื้อขายของออนไลน์แบบนัดรับ โดยเฉพาะของราคาสูง ควรนับและตรวจทีละใบต่อหน้า

นิสัยง่าย ๆ ที่ช่วยป้องกัน

ตรวจธนบัตรต่อหน้าอีกฝ่ายทุกครั้ง ไม่ต้องเกรงใจ ถ้าเป็นเงินก้อนใหญ่ ให้นัดเจอในที่ที่มีแสงสว่างพอ หรือเลือกโอนผ่านแอปธนาคาร/QR พร้อมเพย์แทนเงินสด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเรื่องธนบัตรได้ตรง ๆ แต่ต้องตรวจยอดเงินเข้าในแอปจริงทุกครั้ง อย่าดูแค่ภาพสลิป และอย่ากดลิงก์แปลก ๆ ที่ส่งมาทางข้อความ อ่านเรื่องการรู้ทันข้อความหลอกลวงเพิ่มได้ที่ SMS ปลอมระบาด อัปเดตซิมอาจเป็นกับดัก

คนที่ต้องพกเงินสดเดินทางหรือแลกเงินบ่อย ๆ ก็ควรรู้จักทางเลือกการจ่ายเงินแบบอื่นด้วย ลองดูบทความ เที่ยวต่างประเทศ แลกเงินหรือใช้จ่ายวิธีไหนดี ประกอบการตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับธนบัตร

SCB ยืนยันว่าธนบัตรในข่าวเป็นของปลอมหรือไม่

ไม่ใช่ ตามที่ SCB ชี้แจง ธนบัตรทั้ง 3 ฉบับในข่าวเป็นธนบัตรจริง ไม่ใช่ธนบัตรปลอม SCB ระบุด้วยว่าธนบัตรเหล่านี้ไม่ใช่รุ่นเดียวกับที่บรรจุในเครื่อง ATM ข้อมูลนี้เป็นคำชี้แจงของฝ่ายธนาคารฝ่ายเดียว

วิธีตรวจธนบัตรจริงแบบง่ายที่สุดคืออะไร

ใช้หลัก “สัมผัส ยกส่อง พลิกเอียง” ของ ธปท. คือลูบหาลายเส้นนูน ยกส่องดูลายน้ำและภาพซ้อนหน้า-หลัง แล้วพลิกดูแถบสีที่เปลี่ยนสีตามมุม เปิดดูภาพประกอบที่เว็บ bot.or.th เพิ่มได้

ถ้าได้ธนบัตรต้องสงสัยจากตู้ ATM ต้องทำอย่างไร

ห้ามนำไปใช้ต่อ เพราะมีความผิดตามกฎหมาย ให้เก็บสลิป เวลา ตำแหน่งตู้ และถ่ายภาพธนบัตรไว้ แล้วติดต่อธนาคารเจ้าของตู้ หรือแจ้งตำรวจ หรือโทรแจ้ง ธปท. ที่ 0 2356 7987

ธนบัตรแบบเก่าที่ไม่ใช่แบบ 17 ยังใช้ได้ไหม

ใช้ได้ ธนบัตรแบบก่อนหน้ายังใช้ได้ตามกฎหมาย ธนบัตรแบบ 17 ชนิดราคา 20, 50 และ 100 บาท ออกใช้เมื่อ 6 เม.ย. 2561 ส่วน 500 และ 1,000 บาท ออกใช้เมื่อ 28 ก.ค. 2561

ธนบัตรที่ดูผิดปกติแปลว่าปลอมเสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป ธนบัตรที่เสียหายจากสารเคมีอาจดูเหมือนของปลอมแต่เป็นของจริง ถ้าไม่แน่ใจ ควรให้ธนาคารหรือหน่วยงานที่มีเครื่องตรวจตรวจซ้ำ

แจ้งเบาะแสแหล่งผลิตธนบัตรปลอมได้รางวัลไหม

ผู้ที่แจ้งเบาะแสแหล่งผลิตหรือจำหน่ายธนบัตรปลอมจนนำไปสู่การจับกุม อาจได้รับสินบนนำจับตามระเบียบกระทรวงการคลัง