สภาพอากาศวันนี้ (14 กันยายน 2569) กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ รวม 38 จังหวัดที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง ประกาศฉบับนี้มีผล 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ 06:00 น. วันที่ 14 ก.ย. 2569 ถึง 06:00 น. วันที่ 15 ก.ย. 2569 โดยเตือนอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ส่วนคำถามที่หลายคนกังวลว่าจะมีพายุเข้าไทยหรือไม่ กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงชัดเจนว่าระบบที่อยู่บริเวณเวียดนาม “ยังไม่ใช่พายุ” และไม่ได้เคลื่อนเข้าไทยโดยตรง (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลพยากรณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้)
สภาพอากาศวันนี้ 14 กันยายน 2569 เป็นอย่างไร ฝนตกหนักที่ไหนบ้าง
คำตอบสั้น ๆ คือ ฝนหนักที่สุดอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ซึ่งมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขณะที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในเชิงพื้นที่ครอบคลุมของฝนฟ้าคะนอง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางสูงสุดที่ 70% ของพื้นที่ ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกอยู่ที่ 60% ของพื้นที่ ทั้งหมดนี้เป็นตัวเลขตามประกาศล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2569
สิ่งที่ต้องจำให้แม่นก่อนอ่านรายละเอียดรายภาคคือ กรอบเวลาเตือนภัย 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ 06:00 น. วันที่ 14 ก.ย. 2569 ถึง 06:00 น. วันที่ 15 ก.ย. 2569 หมายความว่าคำเตือนชุดนี้ครอบคลุมทั้งวันนี้และคืนนี้ต่อเนื่องถึงเช้าวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่เฉพาะช่วงบ่ายที่ฝนมักตกหนักตามปกติ
ภาคเหนือ
ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง พื้นที่ที่ประกาศระบุชื่อไว้ ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ซึ่งหลายจุดเป็นพื้นที่ลาดเชิงเขาและที่ราบลุ่มริมน้ำ จึงต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากเป็นพิเศษ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคอีสานเป็นภาคที่มีพื้นที่ฝนฟ้าคะนองมากที่สุดร่วมกับภาคกลาง คือ 70% ของพื้นที่ และเป็นหนึ่งในสองภาคที่ประกาศระบุระดับ “ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง” โดยจังหวัดที่ถูกจับตามากที่สุดของภาคนี้คืออุบลราชธานี
ภาคกลาง
ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ ระดับฝนอยู่ที่ฝนตกหนักบางแห่ง ครอบคลุมทั้งพื้นที่ตอนบนอย่างนครสวรรค์และอุทัยธานี ลงมาถึงลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างและฝั่งตะวันตกอย่างกาญจนบุรีและราชบุรี
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ แต่ความรุนแรงอยู่ในระดับฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งเช่นเดียวกับภาคอีสาน จุดที่ต้องจับตามากที่สุดคือตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รับลมมรสุมเต็ม ๆ อยู่แล้วในช่วงนี้
ภาคใต้
ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ครอบคลุมหลายจังหวัดตั้งแต่เพชรบุรีลงไปจนถึงนราธิวาส ทั้งนี้ประกาศที่อ้างอิงไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์พื้นที่ฝนฟ้าคะนองของภาคใต้ไว้เหมือนภาคอื่น หากต้องการตัวเลขรายพื้นที่ควรดูพยากรณ์รายจังหวัดของกรมอุตุนิยมวิทยาโดยตรง
ถ้าอยากเทียบกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ว่าแนวฝนเคลื่อนไปทางไหน อ่านต่อได้ที่รายงาน ฝนตกหนักหลายภาค 12 ก.ย. 69 ซึ่งเป็นประกาศคนละฉบับกับรอบนี้
38 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม มีที่ไหนบ้าง
ประกาศรอบนี้ระบุจังหวัดที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังรวม 38 จังหวัดทั่วประเทศ กระจายอยู่ทั้ง 5 ภาค คำเตือนหลักคืออันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงความเสี่ยงดินโคลนถล่ม (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2569)
รายชื่อจังหวัดเสี่ยงในภาคเหนือ
- ตาก
- กำแพงเพชร
- พิษณุโลก
- พิจิตร
- เพชรบูรณ์
รายชื่อจังหวัดเสี่ยงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- บึงกาฬ
- อุดรธานี
- สกลนคร
- นครพนม
- ชัยภูมิ
- ขอนแก่น
- กาฬสินธุ์
- มุกดาหาร
- มหาสารคาม
- ยโสธร
- อำนาจเจริญ
- ศรีสะเกษ
- อุบลราชธานี (เสี่ยงมากที่สุดของภาค)
รายชื่อจังหวัดเสี่ยงในภาคกลาง
- นครสวรรค์
- อุทัยธานี
- ลพบุรี
- สระบุรี
- พระนครศรีอยุธยา
- สุพรรณบุรี
- กาญจนบุรี
- ราชบุรี
รายชื่อจังหวัดเสี่ยงในภาคตะวันออกและภาคใต้
ภาคตะวันออกที่ประกาศระบุชื่อ ได้แก่ นครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนภาคใต้ระบุไว้เป็นภาพรวมว่าครอบคลุมหลายจังหวัดตั้งแต่เพชรบุรีถึงนราธิวาส โดยไม่ได้ไล่รายชื่อทุกจังหวัดในประกาศที่อ้างอิง
จังหวัดเสี่ยงสูงสุดรอบนี้: อุบลราชธานี และ ตราด
ถ้าจะจับตาเพียงสองจุด ให้ดูที่ อุบลราชธานีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และตราดในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นจังหวัดที่ถูกระบุว่าเสี่ยงมากที่สุดของแต่ละภาคตามประกาศล่าสุด ทั้งสองจังหวัดอยู่ในภาคที่ได้รับคำเตือนระดับ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” พร้อมกัน จึงมีโอกาสเจอฝนสะสมสูงกว่าจังหวัดอื่นในกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้สถานะความเสี่ยงเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศฉบับถัดไปของกรมอุตุนิยมวิทยา
หย่อมความกดอากาศต่ำจากเวียดนาม จะกลายเป็นพายุเข้าไทยหรือไม่
คำตอบตรง ๆ ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงคือ ระบบดังกล่าว “ยังไม่ใช่พายุ” และไม่ได้เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่จะส่งผลทางอ้อมด้วยการทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฝนของไทยเพิ่มขึ้นในรอบนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2569)
สถานะล่าสุดของหย่อมความกดอากาศต่ำ
ขณะนี้มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงอยู่บริเวณเวียดนามตอนบนถึงตอนกลาง กรมอุตุนิยมวิทยาย้ำว่าระบบนี้ยังมีสถานะเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ไม่ใช่พายุ และผลการประเมินจากแบบจำลอง ECMWF ระบุว่าโอกาสที่ระบบจะพัฒนาขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันหรือพายุโซนร้อนมีน้อย จึงไม่ควรสรุปหรือแชร์ต่อว่า “พายุกำลังจะเข้าไทย” เพราะยังไม่มีประกาศใดยืนยันเช่นนั้น และสถานะนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้หากมีประกาศฉบับใหม่
ผลกระทบต่อมรสุมและฝนในไทย
แม้ระบบจะไม่เข้าไทยตรง ๆ แต่เมื่อเคลื่อนเข้าสู่ลาวและอ่อนกำลังลง จะไปหนุนให้มรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ผลคือบางพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง นี่คือเหตุผลว่าทำไมแม้ไม่มีพายุ แต่ความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากยังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังจริงจัง เพราะตัวการสำคัญของน้ำท่วมฉับพลันคือปริมาณฝนสะสม ไม่จำเป็นต้องมีชื่อพายุกำกับเสมอไป
เปรียบเทียบระดับความเสี่ยงฝนตกหนักรายภาค
ภาคที่เสี่ยงสูงสุดรอบนี้คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เพราะได้รับคำเตือนระดับฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขณะที่ภาคกลางมีพื้นที่ฝนฟ้าคะนองสูงเท่าอีสาน (70%) แต่ระดับฝนเบากว่า (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2569) ตารางด้านล่างสรุปเปรียบเทียบทั้ง 5 ภาคโดยดูจากสองตัวชี้วัดหลักคือเปอร์เซ็นต์พื้นที่ฝนฟ้าคะนองและระดับความรุนแรงของฝนที่ประกาศระบุ ซึ่งไม่ได้ไปทางเดียวกันเสมอ
| ภาค | % พื้นที่ฝนฟ้าคะนอง | ระดับความรุนแรงฝน | จังหวัดเสี่ยงสูงสุด | จังหวัดที่ประกาศระบุชื่อ |
|---|---|---|---|---|
| เหนือ | 60% | ฝนตกหนักบางแห่ง | ไม่ระบุ | 5 จังหวัด |
| ตะวันออกเฉียงเหนือ | 70% | ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง | อุบลราชธานี | 13 จังหวัด |
| กลาง | 70% | ฝนตกหนักบางแห่ง | ไม่ระบุ | 8 จังหวัด |
| ตะวันออก | 60% | ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง | ตราด | 5 จังหวัด |
| ใต้ | ไม่ระบุในประกาศที่อ้างอิง | ฝนตกหนักบางพื้นที่ | ไม่ระบุ | หลายจังหวัดตั้งแต่เพชรบุรีถึงนราธิวาส |
ประชาชนควรเตรียมตัวรับมืออย่างไร
หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยที่สุดในช่วงประกาศเตือนคือ ติดตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดและประเมินพื้นที่รอบตัวเองว่าเข้าข่ายพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ เพราะคำเตือนรอบนี้เน้นที่ลักษณะภูมิประเทศมากกว่าชื่อจังหวัดเพียงอย่างเดียว
- ติดตามประกาศและคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอดกรอบเวลา 06:00 น. 14 ก.ย. ถึง 06:00 น. 15 ก.ย. 2569
- ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ
- ตรวจสอบว่าจังหวัดของตัวเองอยู่ในรายชื่อ 38 จังหวัดที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังหรือไม่ และติดตามประกาศฉบับถัดไปเสมอ เพราะรายชื่อพื้นที่เสี่ยงเปลี่ยนได้ทุกวัน
- ระวังอันตรายจากฝนตกสะสม ไม่ใช่แค่ฝนที่ตกหนักในช่วงสั้น ๆ เพราะฝนสะสมคือปัจจัยที่ประกาศระบุไว้ชัดเจน
- อย่าสรุปเองว่ามีพายุเข้าไทย ให้ยึดตามประกาศทางการซึ่งระบุว่าระบบดังกล่าวยังไม่ใช่พายุ
สำหรับใครที่อยากเตรียมของและวางแผนรับมือล่วงหน้าแบบเป็นขั้นเป็นตอน อ่านเพิ่มได้ที่ คู่มือเตรียมตัวรับมือน้ำท่วม
ติดตามประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่าสุดได้ที่ไหน
ช่องทางที่ควรยึดเป็นหลักคือประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เพราะเป็นต้นทางของตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้ ทั้งเปอร์เซ็นต์พื้นที่ฝนฟ้าคะนอง รายชื่อจังหวัดเสี่ยง และสถานะของหย่อมความกดอากาศต่ำ ส่วนข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ มีประโยชน์ในแง่การสรุปให้อ่านง่าย แต่ควรตรวจสอบวันเวลาของประกาศที่อ้างอิงทุกครั้ง
ข้อควรระวังสำคัญคือ ประกาศเตือนภัยลักษณะนี้มีอายุสั้นมาก ฉบับนี้ครอบคลุมเพียง 24 ชั่วโมง ดังนั้นข้อมูลที่เห็นผ่านโซเชียลมีเดียอาจเป็นประกาศของวันก่อนหน้า ควรดูวันที่กำกับเสมอก่อนแชร์ต่อ หากยังไม่คุ้นกับการอ่านพยากรณ์อากาศรายพื้นที่ ดูวิธีเช็กแบบละเอียดได้ที่ วิธีเช็คพยากรณ์อากาศกรมอุตุฯ ซึ่งอธิบายการอ่านค่าพยากรณ์รายจังหวัดไว้ครบ
สรุปภาพรวม สภาพอากาศรอบนี้คือ ฝนหนักจริง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจริง แต่ไม่ใช่เพราะพายุ และทุกตัวเลขที่อ้างอิงเป็นข้อมูลพยากรณ์ ณ วันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศฉบับล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา
FAQ
วันนี้ (14 ก.ย. 2569) ฝนตกหนักที่ไหนบ้าง?
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในแง่พื้นที่ครอบคลุม ภาคอีสานและภาคกลางมีฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ ภาคเหนือและภาคตะวันออก 60% ของพื้นที่ (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2569 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา)
จังหวัดไหนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากมากที่สุด?
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้จับตาอุบลราชธานี ส่วนภาคตะวันออกให้จับตาตราด ทั้งสองจังหวัดถูกระบุว่าเสี่ยงมากที่สุดของแต่ละภาคตามประกาศล่าสุด และอยู่ในภาคที่ได้รับคำเตือนระดับฝนตกหนักถึงหนักมาก สถานะนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศฉบับถัดไป
มีกี่จังหวัดที่อยู่ในข่ายเตือนภัยรอบนี้?
รวม 38 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยภาคใต้ประกาศระบุเป็นภาพรวมว่ามีหลายจังหวัดตั้งแต่เพชรบุรีถึงนราธิวาส
หย่อมความกดอากาศต่ำจากเวียดนามจะพัฒนาเป็นพายุเข้าไทยหรือไม่?
กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่ายังไม่ใช่พายุ และแบบจำลอง ECMWF ประเมินว่าโอกาสพัฒนาเป็นพายุดีเปรสชันหรือพายุโซนร้อนมีน้อย อีกทั้งระบบไม่เคลื่อนเข้าไทยโดยตรง แต่เมื่อเคลื่อนเข้าลาวและอ่อนกำลังลงจะทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้บางพื้นที่ของไทยมีฝนเพิ่มขึ้น
ประกาศเตือนภัยฉบับนี้มีผลกี่ชั่วโมง ตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่?
มีผล 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 06:00 น. วันที่ 14 กันยายน 2569 ถึงเวลา 06:00 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 หลังจากนั้นต้องติดตามประกาศฉบับใหม่ของกรมอุตุนิยมวิทยา
ควรเตรียมตัวรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันอย่างไร?
ติดตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเตือนภัย และระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำใน 38 จังหวัดที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง
