กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่องฝนตกหนัก “ฉบับที่ 11” เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 05:00 น. ครอบคลุมช่วงวันที่ 12-13 กันยายน 2569 โดยระบุว่าภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โอกาสเกิดฝนอยู่ที่ ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ ขึ้นอยู่กับแต่ละภาค คำเตือนหลักของประกาศคือให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก (ข้อมูล ณ วันที่ 12 กันยายน 2569)
บทความนี้รวบรวมทั้งภาพเฉพาะหน้าว่าวันนี้-พรุ่งนี้ฝนจะตกหนักที่ไหน สาเหตุทางอุตุนิยมวิทยาที่ทำให้ฝนถล่มพร้อมกันหลายภาค ความเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ เอลนีโญ ที่หน่วยงานรัฐกำลังเตรียมรับมือ ไปจนถึงเช็กลิสต์เตรียมตัวที่ใช้ได้จริงก่อนฝนมาถึงหน้าบ้าน
พยากรณ์อากาศวันนี้-พรุ่งนี้ ฝนตกหนักที่ไหนบ้าง
คำตอบสั้นที่สุดคือ ฝนตกหนักกระจายเกือบทั่วประเทศในช่วง 12-13 กันยายน 2569 โดยภาคใต้หนักที่สุด เพราะประกาศฉบับที่ 11 ของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและ “ตกหนักมาก” บางพื้นที่ ขณะที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออก อยู่ในระดับ “ตกหนักบางแห่ง” โดยโอกาสฝนอยู่ที่ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ตามแต่ละภาค
สำหรับคนกรุงเทพฯ ตัวเลขที่ควรจำคือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ตามรายงานพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 12 กันยายน 2569 ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก สวพ.FM91 หมายความว่าราวเจ็ดในสิบของพื้นที่เมืองหลวงมีสิทธิ์เจอฝน ไม่ใช่ฝนกระจายเป็นหย่อมเล็ก ๆ แบบวันปกติ
ภาคไหนต้องเฝ้าระวังระดับใด
ตารางด้านล่างสรุประดับการเฝ้าระวังตามประกาศฉบับที่ 11 และรายงานพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 12 กันยายน 2569 เพื่อให้เทียบได้เร็วว่าพื้นที่ของคุณอยู่ตรงไหนของสเกล
| พื้นที่ | ระดับฝนตามประกาศ | ข้อควรระวังทั่วไป (ตามคำเตือนรวมของประกาศ) |
|---|---|---|
| ภาคใต้ | ฝนเพิ่มขึ้น และตกหนักมากบางพื้นที่ | น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มบริเวณลาดเชิงเขา |
| กรุงเทพฯ และปริมณฑล | ฝนตกหนักบางแห่ง โอกาสฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ | น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มบริเวณลาดเชิงเขา |
| ภาคกลางตอนล่าง | ฝนตกหนักบางแห่ง | น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มบริเวณลาดเชิงเขา |
| ภาคตะวันออก | ฝนตกหนักบางแห่ง | น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มบริเวณลาดเชิงเขา |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เน้นตอนล่าง) | ฝนตกหนักบางแห่ง | น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มบริเวณลาดเชิงเขา |
| ภาคเหนือตอนล่าง | ฝนตกหนักบางแห่ง | น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มบริเวณลาดเชิงเขา |
ด้านอุณหภูมิ วันที่ 12 กันยายน 2569 ในพื้นที่ที่มีรายงาน อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 24-25 องศาเซลเซียส และสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ถือว่าไม่ร้อนจัด แต่ความชื้นสูงและฟ้าปิดเป็นช่วง ๆ ตามลักษณะอากาศของฤดูฝน (ข้อมูล ณ วันที่ 12 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา)
ทำไมฝนถึงตกหนักพร้อมกันหลายภาค
ประกาศฉบับที่ 11 ระบุสาเหตุไว้ชัดเจนว่ามาจากสามปัจจัยที่มาบรรจบกัน คือ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ขณะที่รายงานพยากรณ์อากาศประจำวันระบุเพิ่มเติมว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงดังกล่าวอยู่บริเวณชายฝั่งเวียดนาม
พูดให้เห็นภาพคือ ร่องมรสุม ทำหน้าที่เหมือนแนวรวมเมฆฝนพาดขวางประเทศ ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้คอยลำเลียงความชื้นจากทะเลเข้ามาเติมไม่หยุด เมื่อบวกกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ดึงอากาศเข้าหาศูนย์กลาง ฝนจึงไม่ได้ตกเฉพาะจุด แต่ตกหนักพร้อมกันเป็นบริเวณกว้าง หากอยากเข้าใจว่าหน่วยงานอ่านสัญญาณเหล่านี้อย่างไร อ่านเพิ่มได้ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา คืออะไร เช็คพยากรณ์อากาศยังไง
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันช่วงนี้ ต้องระวังตรงไหน
ความเสี่ยงที่ถูกเตือนไว้ตรง ๆ คือ ฝนตกหนักถึงหนักมากอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มบริเวณลาดเชิงเขา จุดที่ต้องระวังที่สุดจึงเป็นพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และเส้นทางที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งประกาศระบุให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านโดยตรง
ข้อควรรู้เพื่อไม่ให้เข้าใจผิด คือประกาศฉบับที่ 11 และรายงานพยากรณ์ประจำวันที่ 12 กันยายน 2569 ระบุพื้นที่เสี่ยงในระดับ “ภาค” ไม่ได้ไล่รายชื่อจังหวัดเป็นรายตัว ดังนั้นหากต้องการรู้ว่าจังหวัดของตัวเองถูกยกระดับเตือนภัยหรือยัง ต้องตามจากประกาศฉบับล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยาและประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยตรง ไม่ควรอนุมานเอาเองจากชื่อภาค
ตัวอย่างรูปแบบการเตือนรายจังหวัดที่เคยเกิดขึ้นในฤดูฝนปีนี้ ดูได้จาก ปภ. เตือน 39 จังหวัด เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งช่วยให้เห็นว่าเมื่อประกาศถูกยกระดับ รายละเอียดจะลงลึกถึงระดับอำเภอและลุ่มน้ำอย่างไร
เอลนีโญคืออะไร เกี่ยวข้องกับฝนตกหนักในไทยอย่างไร
เอลนีโญ คือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรอุ่นผิดปกติ จนไปเปลี่ยนรูปแบบการไหลเวียนของลมและการก่อตัวของฝนในระดับภูมิภาค ผลที่ตามมาคือการคาดการณ์ฝนยากขึ้น บางช่วงฝนกระจุกหนักผิดปกติ บางช่วงกลับทิ้งช่วงยาวจนน้ำต้นทุนไม่พอ
สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ ฝนตกหนักรอบวันที่ 12-13 กันยายน 2569 ประกาศระบุสาเหตุเป็นร่องมรสุม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ไม่ได้ระบุว่าเป็นผลจากเอลนีโญ เอลนีโญเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะโจทย์ระยะยาวที่หน่วยงานน้ำต้องวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่คำอธิบายของฝนวันนี้
หน่วยงานน้ำสั่งรับมือเอลนีโญอย่างไร
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 มีข่าวการสั่งการให้กรมชลประทานเตรียมรับมือเอลนีโญ โดยเนื้อข่าวต้นทางระบุผู้สั่งการเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (บทความต้นทางมีความไม่ตรงกันระหว่างพาดหัวกับเนื้อหาในส่วนชื่อบุคคล จึงขอระบุเป็นตำแหน่งเพื่อความถูกต้อง) สาระของคำสั่งมีสามเรื่องหลัก
- ประเมินปริมาณฝนอย่างต่อเนื่องทุกวัน ไม่ใช่ประเมินเป็นรอบห่าง ๆ
- ดูแลพื้นที่ทั้งในและนอกเขตชลประทาน ไม่ทิ้งพื้นที่ที่อยู่นอกระบบส่งน้ำ
- เตรียมเครื่องมือและรถขุดเจาะให้พร้อม สำหรับเปิดทางน้ำเมื่อเกิดเหตุ
ในภาพรวม กรมชลประทานปรับแนวทางบริหารจัดการน้ำจาก “รอแก้” มาเป็น “รู้ก่อน-วางแผนก่อน” โดยคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำในเขื่อนจะเหลือ 5.1 หมื่นล้านหน่วย (ลูกบาศก์เมตร) เมื่อสิ้นฤดูฝน ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนคาดว่าเพียงพอสำหรับพื้นที่เกษตรที่ทำนาข้าว แต่ต้องประเมินอีกครั้งเมื่อถึงระยะเพาะปลูกนาปรัง (ข้อมูล ณ วันที่ 12 กันยายน 2569 เป็นตัวเลขคาดการณ์ที่ปรับได้ตามสถานการณ์จริง)
วิธีเตรียมตัวรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมสำหรับประชาชน
หลักคิดง่าย ๆ คือเตรียมให้เสร็จ “ก่อน” ฝนมา เพราะเมื่อเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก เวลาตัดสินใจมักเหลือเป็นนาที ไม่ใช่ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใกล้ลาดเชิงเขาซึ่งถูกเตือนเรื่องดินโคลนถล่มไว้โดยตรง
- ตรวจเส้นทางประจำวันก่อนออกจากบ้าน ถ้าเส้นทางนั้นอยู่ในกลุ่มน้ำท่วมซ้ำซาก ให้วางเส้นทางสำรองไว้ล่วงหน้าตามคำเตือนของประกาศ
- เก็บเอกสารสำคัญและอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง โดยเฉพาะบ้านชั้นเดียวหรือพื้นที่เคยมีน้ำเข้า
- เตรียมชุดของจำเป็น: น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย แบตสำรอง ยาประจำตัว และถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์
- เคลียร์ท่อระบายน้ำ รางน้ำ และทางน้ำไหลรอบบ้าน ไม่ให้มีขยะหรือใบไม้อุดตัน
- ย้ายรถขึ้นที่สูงตั้งแต่เห็นสัญญาณฝนสะสมหลายชั่วโมง อย่ารอจนน้ำเริ่มขัง
- ตกลงจุดนัดพบและช่องทางติดต่อของคนในบ้านไว้ล่วงหน้า เผื่อกรณีสัญญาณโทรศัพท์หรือไฟฟ้ามีปัญหา
ระหว่างฝนตกหนัก ให้หลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำที่ประเมินความลึกไม่ได้ ไม่เข้าใกล้ลำน้ำที่ระดับน้ำขึ้นเร็ว และงดยืนใต้ต้นไม้ใหญ่หรือที่โล่งเมื่อมีฟ้าคะนอง รายละเอียดขั้นตอนแบบครบวงจรตั้งแต่ก่อนน้ำมาจนถึงหลังน้ำลด อ่านต่อได้ที่ คู่มือเตรียมตัวรับมือน้ำท่วม ก่อน-ระหว่าง-หลังน้ำลด
เช็กพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยฝนได้ที่ไหนบ้าง
ช่องทางที่ควรยึดเป็นหลักคือ ประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งออกเป็นฉบับต่อเนื่องและระบุเวลาออกประกาศชัดเจน เช่น ฉบับที่ 11 ที่ออกเวลา 05:00 น. ของวันที่ 12 กันยายน 2569 การดูเลขฉบับและเวลาช่วยให้รู้ทันทีว่าข้อมูลที่เห็นอยู่เป็นฉบับล่าสุดหรือถูกแทนที่ไปแล้ว
ควบคู่กันคือประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำหรับการแจ้งเตือนเชิงพื้นที่และการอพยพ รวมถึงรายงานพยากรณ์อากาศประจำวันจากสำนักข่าวและสถานีวิทยุจราจรที่สรุปข้อมูลให้อ่านง่ายขึ้น ข้อควรระวังคือทุกตัวเลขฝนเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ควรเช็กซ้ำก่อนตัดสินใจเดินทางไกลหรืองดกิจกรรมกลางแจ้งทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
วันนี้ฝนตกหนักไหม มีพื้นที่ไหนต้องระวังเป็นพิเศษ
ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 11 วันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 05:00 น. ครอบคลุมช่วง 12-13 กันยายน 2569 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง โอกาสฝนอยู่ที่ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ตามแต่ละภาค
เอลนีโญคืออะไร ทำไมถึงเกี่ยวกับฝนตกหนักในไทย
เอลนีโญคือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรอุ่นผิดปกติ จนเปลี่ยนรูปแบบลมและการก่อตัวของฝนในระดับภูมิภาค ทำให้การคาดการณ์ฝนยากขึ้นและอาจสลับระหว่างฝนหนักกับช่วงแล้ง อย่างไรก็ตาม ฝนตกหนักรอบ 12-13 กันยายน 2569 ประกาศระบุสาเหตุเป็นร่องมรสุม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ไม่ได้ระบุว่าเกิดจากเอลนีโญ
กรมชลประทานเตรียมรับมือฝน-เอลนีโญอย่างไร
ข่าววันที่ 11 กันยายน 2569 ระบุคำสั่งให้กรมชลประทานประเมินปริมาณฝนอย่างต่อเนื่องทุกวัน ดูแลพื้นที่ทั้งในและนอกเขตชลประทาน และเตรียมเครื่องมือรวมถึงรถขุดเจาะให้พร้อม โดยกรมชลประทานปรับแนวทางจาก “รอแก้” เป็น “รู้ก่อน-วางแผนก่อน” และคาดการณ์ว่าน้ำในเขื่อนจะเหลือ 5.1 หมื่นล้านหน่วย (ลูกบาศก์เมตร) เมื่อสิ้นฤดูฝน
จังหวัดไหนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันช่วงนี้
ประกาศฉบับที่ 11 และรายงานพยากรณ์อากาศวันที่ 12 กันยายน 2569 ระบุพื้นที่เสี่ยงในระดับภาค ไม่ได้ไล่รายชื่อจังหวัด โดยภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ฝนหนักที่สุด และมีคำเตือนเรื่องน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มบริเวณลาดเชิงเขา หากต้องการข้อมูลรายจังหวัดควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยาและ ปภ. โดยตรง
ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนฝนตกหนัก-น้ำท่วม
เตรียมของจำเป็นอย่างน้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย แบตสำรอง และยาประจำตัว ยกเอกสารสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง เคลียร์ทางระบายน้ำรอบบ้าน และย้ายรถขึ้นที่สูงตั้งแต่เห็นฝนสะสม ที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากตามคำเตือนของประกาศ
เช็คพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยฝนได้ที่ไหน
ยึดประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก เพราะระบุเลขฉบับและเวลาออกประกาศชัดเจน ทำให้รู้ว่ากำลังอ่านข้อมูลล่าสุดหรือไม่ ควบคู่กับประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำหรับการเตือนภัยเชิงพื้นที่ และควรเช็กซ้ำก่อนเดินทางทุกครั้งเพราะข้อมูลฝนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
