ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ส.ค. 2569) อ้างอิงราคาขายปลีกในเขตกรุงเทพฯ ของ ปตท. และบางจาก ซึ่งประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569 และยังมีผลถึงวันนี้ อยู่ที่ แก๊สโซฮอล์ 95 = 37.69 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 = 37.32 บาท/ลิตร, E20 = 32.69 บาท/ลิตร, E85 = 28.63 บาท/ลิตร, ดีเซล = 38.39 บาท/ลิตร และเบนซิน = 46.68 บาท/ลิตร โดยราคาวันดังกล่าว ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จากวันก่อนหน้า และการปรับราคาครั้งล่าสุดคือวันที่ 19 ส.ค. 2569 ที่ปรับขึ้น 85 สตางค์/ลิตรทุกชนิด บทความนี้รวมตารางเทียบราคาแต่ละชนิดและแต่ละปั๊ม เหตุผลที่ราคาขึ้นลงเกือบทุกวัน และช่องทางเช็คราคาทางการแบบเรียลไทม์ไว้ให้ครบในหน้าเดียว
สรุปราคาน้ำมันวันนี้ทุกชนิด (ตารางเปรียบเทียบ)
สรุปสั้นที่สุดคือ กลุ่มแก๊สโซฮอล์ทั่วไป (ไม่รวมเกรดพรีเมียมอย่างซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95) อยู่ในช่วง 28.63–37.69 บาท/ลิตร ดีเซลอยู่ที่ 38.39 บาท/ลิตร ส่วนเบนซินซึ่งเป็นน้ำมันที่แพงที่สุดในกลุ่มอยู่ที่ 46.68 บาท/ลิตร ตัวเลขทั้งหมดด้านล่างมาจากรายงานราคาที่ตรวจสอบได้ 2 แหล่ง ซึ่งใช้ฐานราคาคนละแบบ จึงแสดงคู่กันเพื่อให้เห็นภาพจริงมากกว่าการเลือกมาแค่ชุดเดียว
| ชนิดน้ำมัน | ราคาขายปลีก ปตท./บางจาก (ประกาศ 28 ส.ค. 69 ยังมีผล 29 ส.ค. 69, กรุงเทพฯ) | ราคากลางกลุ่ม ปตท. ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น (มีผล 05:00 น. วันถัดไป) |
|---|---|---|
| เบนซิน (เบนซินธรรมดา) | 46.68 บาท/ลิตร | 45.68 บาท/ลิตร |
| ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 (โออาร์) | 47.79 บาท/ลิตร | — |
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 37.69 บาท/ลิตร | 36.69 บาท/ลิตร (ระบุเป็น 95S) |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 37.32 บาท/ลิตร | 36.32 บาท/ลิตร (ระบุเป็น 91S) |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 32.69 บาท/ลิตร | 31.69 บาท/ลิตร (ระบุเป็น E20S) |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 28.63 บาท/ลิตร | — |
| ดีเซล | 38.39 บาท/ลิตร | 36.69 บาท/ลิตร |
| ดีเซล B20 | 33.39 บาท/ลิตร | 31.69 บาท/ลิตร |
ข้อมูล ณ วันที่ 28-29 สิงหาคม 2569 — ชุดแรกเป็นราคาขายปลีกเขตกรุงเทพฯ วันที่ 28 ส.ค. 2569 ชุดที่สองเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น มีผล 05:00 น. ของวันถัดไป ราคาน้ำมันปรับได้รายวัน ก่อนตัดสินใจเติมจริงควรกดเช็คกับแอปหรือเว็บของผู้ค้าน้ำมันอีกครั้ง
ราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์วันนี้
ฝั่งเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ราคาต่างกันมากตามสัดส่วนเอทานอลที่ผสมอยู่ ยิ่งผสมเอทานอลมาก ราคาต่อลิตรยิ่งถูกลง เรียงจากแพงไปถูกได้ดังนี้
- ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 (โออาร์) — 47.79 บาท/ลิตร
- เบนซิน — 46.68 บาท/ลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 95 — 37.69 บาท/ลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 91 — 37.32 บาท/ลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E20 — 32.69 บาท/ลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E85 — 28.63 บาท/ลิตร
จุดที่คนมักตกใจคือช่องว่างระหว่างเบนซินกับแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งห่างกันเกือบ 9 บาท/ลิตร ทั้งที่ค่าออกเทนเท่ากันที่ 95 ความต่างนี้มาจากส่วนผสมและโครงสร้างภาษี-เงินกองทุนที่ไม่เท่ากัน ไม่ใช่คุณภาพการขับขี่ที่ต่างกันขนาดนั้น รถส่วนใหญ่ที่ผู้ผลิตระบุว่าเติมแก๊สโซฮอล์ 95 ได้ จึงไม่มีเหตุผลต้องจ่ายส่วนต่างนี้
ราคาน้ำมันดีเซลวันนี้
ดีเซลของ ปตท./บางจาก อยู่ที่ 38.39 บาท/ลิตร ส่วนดีเซล B20 ซึ่งผสมไบโอดีเซลสัดส่วนสูงกว่าอยู่ที่ 33.39 บาท/ลิตร ห่างกัน 5 บาทเต็ม ๆ ต่อลิตร ตัวเลขนี้สำคัญมากกับกลุ่มรถกระบะ รถบรรทุก และรถเชิงพาณิชย์ที่เติมครั้งละหลายสิบลิตร เพราะเติมทีเดียว 50 ลิตร ส่วนต่างจะกลายเป็นเงิน 250 บาททันที
ข้อควรระวังคือ ดีเซล B20 ไม่ได้เหมาะกับรถทุกคัน ต้องตรวจกับคู่มือรถหรือศูนย์บริการว่ารุ่นของเรารองรับหรือไม่ก่อนเติม เพราะน้ำมันที่ผสมไบโอดีเซลสัดส่วนสูงมีข้อกำหนดเรื่องระบบเชื้อเพลิงและรอบการเปลี่ยนไส้กรองที่ต่างจากดีเซลปกติ
ทำไมราคาน้ำมันที่เห็นตามเว็บแต่ละเจ้าไม่ตรงกัน
คำตอบสั้น ๆ คือส่วนใหญ่ไม่ได้ผิด แต่เป็นคนละ “ฐานราคา” กัน แหล่งหนึ่งรายงานเป็นราคาขายปลีกหน้าปั๊มในเขตกรุงเทพฯ อีกแหล่งระบุชัดว่าเป็น ราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น และเป็นราคาที่จะมีผลตอนตี 5 ของวันถัดไป ราคาจริงที่หัวจ่ายจึงต่างกันได้เล็กน้อยตามพื้นที่
เมื่อเทียบตัวเลขในตารางด้านบนจะเห็นว่ากลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ต่างกันพอดี 1.00 บาท/ลิตรแทบทุกชนิด ขณะที่กลุ่มดีเซลต่างกัน 1.70 บาท/ลิตร ความต่างที่ไม่เท่ากันนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงไม่ควรเอาสองชุดราคามาบวกลบเทียบกันตรง ๆ แล้วสรุปเองว่า “ราคาขึ้น” หรือ “ราคาลง” ควรยึดประกาศจากผู้ค้าน้ำมันโดยตรงเป็นหลักเสมอ
สำหรับปั๊มแบรนด์อื่น ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในรอบนี้มีเฉพาะบางรายการดังนี้
| ปั๊ม | ชนิดน้ำมัน | ราคากลาง (ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น) |
|---|---|---|
| เชลล์ (Shell) | ดีเซล B20 | 30.79 บาท/ลิตร |
| คาลเท็กซ์ (Caltex) | เบนซิน Techron ธรรมดา | 35.79 บาท/ลิตร |
ข้อมูล ณ วันที่ 28-29 สิงหาคม 2569 — ชนิดน้ำมันอื่นของเชลล์ คาลเท็กซ์ และเอสโซ่ ยังไม่มีประกาศราคาชนิดอื่นในรอบนี้ จึงไม่ระบุตัวเลขไว้ เพื่อไม่ให้ผู้อ่านนำตัวเลขที่ยังยืนยันไม่ได้ไปใช้วางแผนจริง
พรุ่งนี้ราคาน้ำมันจะขึ้นหรือลง?
ตอบตรง ๆ ตามข้อมูลที่ยืนยันได้: ยังไม่มีประกาศปรับราคาสำหรับวันถัดไป สิ่งที่ยืนยันได้คือราคาขายปลีกวันที่ 28 ส.ค. 2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า และการปรับราคาครั้งล่าสุดเกิดขึ้นวันที่ 19 ส.ค. 2569 ซึ่งเป็นการปรับขึ้น 85 สตางค์/ลิตรทุกชนิด
เว็บไซต์ที่ฟันธงล่วงหน้าว่า “พรุ่งนี้ขึ้นแน่” ทั้งที่ยังไม่มีประกาศ ถือเป็นการคาดเดา ไม่ใช่ข้อมูล วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือจำรูปแบบการประกาศไว้ว่า ผู้ค้าน้ำมันมักแจ้งปรับราคาช่วงเย็นถึงค่ำ แล้วให้มีผลตอนเวลา 05:00 น. ของวันถัดไป ดังนั้น
- ถ้าเห็นประกาศตอนเย็นว่า ราคาจะขึ้น — ควรรีบเติมในคืนนั้นก่อนเวลา 05:00 น.
- ถ้าประกาศว่าราคาจะลง — รอเติมเช้าวันถัดไปหลังตี 5 จะคุ้มกว่า
- ถ้าไม่มีประกาศ — เติมตอนไหนก็ราคาเท่ากัน ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวกลางดึก
ส่วนต่างจากการเติมถูกจังหวะไม่ได้มากอย่างที่หลายคนคิด สมมติราคาปรับ 85 สตางค์/ลิตรเหมือนรอบวันที่ 19 ส.ค. 2569 การเติมเต็มถัง 40 ลิตร จะต่างกันราว 34 บาท คุ้มก็ต่อเมื่อเราผ่านปั๊มอยู่แล้ว ไม่ใช่ขับอ้อมไปไกลเพื่อประหยัดหลักสิบบาท
ทำไมราคาน้ำมันถึงขึ้นลงแทบทุกวัน และ 1 ลิตรคิดจากอะไรบ้าง
ราคาหน้าปั๊มไม่ได้ตั้งลอย ๆ แต่เป็นผลรวมของหลายตัวแปรที่ขยับตลอดเวลา หลัก ๆ คือราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก กลไกภาษีและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทย และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท เมื่อสามก้อนนี้ขยับพร้อมกัน ราคาที่หัวจ่ายจึงเปลี่ยนได้ถี่กว่าที่คนทั่วไปรู้สึก
ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก
ไทยนำเข้าน้ำมันดิบเป็นหลัก ต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของน้ำมัน 1 ลิตรจึงมาจากราคาตลาดโลกที่ซื้อขายกันทุกวันทำการ ปัจจัยที่ทำให้ราคาโลกแกว่งมีทั้งสถานการณ์ในประเทศผู้ผลิต การประชุมของกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน ระดับสต๊อกน้ำมันคงคลัง และภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่กำหนดความต้องการใช้พลังงาน ใครที่ติดตามข่าวตลาดทุนอยู่แล้วจะเห็นว่าราคาพลังงานมักเคลื่อนไหวไปพร้อมกับดัชนีหุ้นและบรรยากาศการลงทุนโลก อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ดัชนีดาวโจนส์คืออะไร
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและภาษีสรรพสามิต
ราคาที่เราจ่ายไม่ได้เป็นค่าเนื้อน้ำมันล้วน ๆ แต่มีภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีท้องถิ่น และเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรวมอยู่ด้วย กองทุนน้ำมันฯ ทำหน้าที่เหมือนกันชน คือเก็บเงินจากน้ำมันบางชนิดไปอุดหนุนบางชนิดเพื่อไม่ให้ราคากระชากแรงเกินไป ผลคือน้ำมันแต่ละชนิดถูกเก็บหรือได้ชดเชยไม่เท่ากัน ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมเบนซินกับแก๊สโซฮอล์ที่ออกเทนเท่ากันถึงต่างกันเกือบ 9 บาท/ลิตร
นโยบายส่วนนี้อยู่ในความดูแลของกระทรวงพลังงาน การเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับนโยบายจึงเป็นเรื่องที่คนใช้รถควรตามไว้บ้าง เพราะมีผลต่อทิศทางการอุดหนุนราคาในระยะถัดไป ดูรายละเอียดได้ที่ ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ มีผล 1 ต.ค. 69
ค่าเงินบาทและอัตราแลกเปลี่ยน
เพราะซื้อน้ำมันดิบเป็นดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทจึงเป็นตัวคูณอีกชั้น ถ้าราคาน้ำมันโลกนิ่งแต่เงินบาทอ่อนค่า ต้นทุนนำเข้าเมื่อแปลงเป็นเงินบาทจะสูงขึ้นทันที ในทางกลับกัน บาทแข็งช่วยดูดซับแรงกดดันจากราคาโลกได้ระดับหนึ่ง นี่คือเหตุผลที่บางช่วงข่าวบอกว่าราคาน้ำมันโลกลด แต่ราคาหน้าปั๊มไทยกลับไม่ลดตาม
โครงสร้างราคาน้ำมัน 1 ลิตร ประกอบด้วยอะไร
ถ้าแยกส่วนประกอบของราคา 1 ลิตรออกมาเป็นก้อน ๆ จะได้ตามตารางนี้ (สัดส่วนจริงของแต่ละก้อนเปลี่ยนตามชนิดน้ำมันและตามมติของภาครัฐ จึงต้องเช็คตัวเลขล่าสุดจากหน่วยงานทางการเสมอ)
| องค์ประกอบ | คืออะไร | ทำให้ราคาขยับเมื่อไร |
|---|---|---|
| ราคาเนื้อน้ำมัน (หน้าโรงกลั่น) | ต้นทุนน้ำมันสำเร็จรูปอ้างอิงตลาด | ขยับตามราคาตลาดโลกและค่าเงินบาท เกือบทุกวันทำการ |
| ภาษีสรรพสามิต | ภาษีที่รัฐเก็บต่อลิตร | ขยับเมื่อมีมติปรับอัตราภาษี |
| ภาษีเทศบาล/ท้องถิ่น | ภาษีที่บวกเพิ่มตามพื้นที่ | ทำให้ราคาต่างกันเล็กน้อยระหว่างจังหวัด |
| เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง | เก็บเข้า/ชดเชยออก ต่างกันตามชนิดน้ำมัน | ขยับเมื่อคณะกรรมการมีมติปรับอัตรา |
| ค่าการตลาดและค่าขนส่ง | ส่วนของผู้ค้าและปั๊ม | ต่างกันตามแบรนด์และทำเลปั๊ม |
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม | คิดบนยอดรวมทั้งหมด | ขยับตามราคาฐานที่เปลี่ยนไป |
โครงสร้างนี้อธิบายได้ทั้งเรื่องที่ราคาต่างกันระหว่างปั๊มและระหว่างจังหวัด และเรื่องที่ราคาน้ำมันไทยไม่ได้ลดลงทันทีเมื่อราคาน้ำมันดิบโลกลด เพราะยังมีชั้นภาษีและกองทุนคั่นอยู่
เช็คราคาน้ำมันวันนี้แบบเรียลไทม์ได้ที่ไหนบ้าง
แหล่งที่แม่นที่สุดคือประกาศจากผู้ค้าน้ำมันโดยตรงและหน่วยงานรัฐด้านพลังงาน ไม่ใช่ผลการค้นหาที่ Google แคชไว้ เพราะหน้าเว็บข่าวจำนวนมากอัปเดตช้ากว่าประกาศจริงหนึ่งรอบ ทำให้เห็นราคาของเมื่อวานโดยไม่รู้ตัว
แอปและเว็บของ ปตท. และบางจาก
ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ประกาศราคาขายปลีกของตัวเองผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการ ข้อดีคือได้ราคาชนิดน้ำมันครบทุกเกรดของแบรนด์นั้น พร้อมวันเวลาที่มีผล ข้อควรจำเมื่อใช้ช่องทางนี้
- ดูให้ชัดว่าเป็น “ราคาที่มีผลวันไหน เวลาใด” เพราะประกาศมักลงล่วงหน้าตั้งแต่เย็นวันก่อน
- ตรวจว่าเป็นราคาเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือราคาต่างจังหวัด เพราะภาษีท้องถิ่นทำให้ต่างกัน
- ราคาหน้าปั๊มบางสาขาอาจต่างจากราคาประกาศเล็กน้อยตามค่าขนส่งและทำเล
เว็บสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
ถ้าต้องการข้อมูลกลางที่ไม่ผูกกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง สนพ. เป็นหน่วยงานทางการที่เผยแพร่ราคาขายปลีกและโครงสร้างราคาน้ำมันของประเทศ เหมาะกับคนที่อยากดูย้อนหลัง เปรียบเทียบแนวโน้ม หรือดูว่าในราคา 1 ลิตรมีภาษีและเงินกองทุนอยู่เท่าไร ซึ่งเป็นข้อมูลที่เว็บข่าวทั่วไปมักไม่ลงรายละเอียด
เติมน้ำมันชนิดไหนคุ้ม และเทคนิคลดค่าน้ำมันที่ทำได้จริง
หลักการเดียวที่ควรยึดคือ เติมชนิดที่ถูกที่สุดเท่าที่คู่มือรถระบุว่ารองรับ การเติมน้ำมันเกรดสูงกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดไม่ได้ทำให้รถแรงขึ้นหรือทนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ทำให้จ่ายแพงขึ้นแน่นอน ในทางกลับกัน การเติมชนิดที่รถไม่รองรับเพื่อประหยัดเงินอาจทำให้ค่าซ่อมแพงกว่าเงินที่ประหยัดได้หลายเท่า
แนวทางเลือกตามกลุ่มรถ โดยอิงราคาในตารางด้านบน
- รถเก๋งและมอเตอร์ไซค์ทั่วไปที่รองรับแก๊สโซฮอล์ — แก๊สโซฮอล์ 91 (37.32 บาท/ลิตร) หรือ 95 (37.69 บาท/ลิตร) ต่างกันเพียง 37 สตางค์/ลิตร เลือกตามที่คู่มือระบุได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนต่าง
- รถที่รองรับ E20 — ที่ 32.69 บาท/ลิตร ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึง 5 บาท/ลิตร เป็นทางเลือกที่คุ้มสุดสำหรับคนขับทุกวัน
- รถยนต์ที่รองรับ E85 (Flex Fuel) — ที่ 28.63 บาท/ลิตร ถูกที่สุดในกลุ่มเบนซิน แต่ต้องยอมรับว่าอัตราสิ้นเปลืองต่อลิตรสูงกว่า จึงควรลองคำนวณเป็นบาทต่อกิโลเมตรจริงของรถตัวเองก่อนตัดสินใจใช้ระยะยาว
- รถดีเซล — ดีเซลปกติ 38.39 บาท/ลิตร ส่วน B20 อยู่ที่ 33.39 บาท/ลิตร เติม B20 ได้เฉพาะรถที่ผู้ผลิตยืนยันว่ารองรับเท่านั้น
นอกจากเลือกชนิดน้ำมันแล้ว พฤติกรรมการขับก็ช่วยได้จริง เช่น รักษาความเร็วสม่ำเสมอ ไม่เร่งกระชากเบรกกระชาก เติมลมยางตามค่ามาตรฐาน ลดของหนักที่ไม่จำเป็นในรถ ดับเครื่องเมื่อจอดรอนาน และวางแผนเส้นทางให้เลี่ยงช่วงรถติดหนัก ทั้งหมดนี้รวมกันมีผลต่อค่าน้ำมันต่อเดือนมากกว่าการขับอ้อมไปเติมปั๊มที่ถูกกว่าลิตรละไม่กี่สตางค์
สำหรับคนที่ค่าน้ำมันเป็นภาระประจำและกำลังชั่งใจเรื่องเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า มาตรการสนับสนุนของภาครัฐเป็นอีกตัวแปรที่ควรดูประกอบ อ่านรายละเอียดเงื่อนไขได้ที่ มาตรการ EV 3.5 ของไทย
FAQ
เช็คราคาน้ำมันวันนี้ได้ที่ไหนแม่นยำที่สุด
แม่นที่สุดคือประกาศจากผู้ค้าน้ำมันโดยตรง ทั้งเว็บไซต์และแอปของ ปตท. และบางจาก รองลงมาคือเว็บของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ซึ่งเป็นข้อมูลกลางไม่ผูกกับแบรนด์ ไม่ควรยึดตัวเลขจากผลการค้นหาที่อาจเป็นข้อมูลแคชของวันก่อน
ทำไมราคาน้ำมันถึงขึ้นลงเกือบทุกวัน
เพราะต้นทุนหลักคือราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ซื้อขายกันทุกวันทำการ บวกกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่เคลื่อนไหวตลอด และมติปรับอัตราภาษีหรือเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนได้เป็นระยะ เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ขยับ ผู้ค้าน้ำมันจึงประกาศปรับราคาตาม อย่างไรก็ตามบางวันก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่นราคาวันที่ 28 ส.ค. 2569 ที่คงเดิมจากวันก่อนหน้า
ทำไมราคาน้ำมันแต่ละปั๊มไม่เท่ากัน
เพราะแต่ละแบรนด์มีค่าการตลาด ค่าขนส่ง และสูตรผลิตภัณฑ์ของตัวเอง อีกทั้งราคาที่เห็นตามสื่ออาจเป็นคนละฐาน เช่นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น เทียบกับราคาขายปลีกจริงหน้าปั๊ม ดีเซล B20 ของเชลล์รายงานเป็นราคากลางยังไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่ 30.79 บาท/ลิตร ขณะที่ 33.39 บาท/ลิตร ของ ปตท./บางจากเป็นราคาขายปลีกหน้าปั๊ม จึงเป็นคนละฐานราคา เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ (ถ้าเทียบฐานเดียวกัน ราคากลาง B20 ของ ปตท. อยู่ที่ 31.69 บาท/ลิตร) (ข้อมูล ณ วันที่ 28-29 สิงหาคม 2569)
ราคาน้ำมันหน้าปั๊มคำนวณจากอะไรบ้าง
ประกอบด้วยราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาลหรือท้องถิ่น เงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าการตลาดและค่าขนส่งของผู้ค้า และภาษีมูลค่าเพิ่มที่คิดบนยอดรวม สัดส่วนของแต่ละส่วนต่างกันตามชนิดน้ำมันและเปลี่ยนตามมติของภาครัฐ จึงควรตรวจตัวเลขล่าสุดจาก สนพ.
น้ำมันชนิดไหนประหยัดสุดสำหรับรถเก๋งและมอเตอร์ไซค์ทั่วไป
สำหรับรถที่รองรับ แก๊สโซฮอล์ E20 ที่ 32.69 บาท/ลิตร คุ้มกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ 37.69 บาท/ลิตร ราว 5 บาทต่อลิตร ส่วนมอเตอร์ไซค์ทั่วไปมักระบุให้ใช้แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 ซึ่งราคาต่างกันเพียง 37 สตางค์ต่อลิตร หลักสำคัญคือต้องเติมตามที่คู่มือรถระบุเท่านั้น (ข้อมูลราคา ณ วันที่ 28-29 สิงหาคม 2569)
ประกาศปรับราคาน้ำมันมีผลกี่โมง ควรเติมก่อนหรือหลังประกาศ
ราคาใหม่มักมีผลเวลา 05:00 น. ของวันถัดไปหลังการประกาศ ถ้าประกาศว่าจะปรับขึ้นควรเติมในคืนนั้นก่อนตี 5 ถ้าประกาศว่าจะปรับลงให้รอเติมเช้าวันถัดไป แต่ถ้ายังไม่มีประกาศก็ไม่จำเป็นต้องเร่งเติม เพราะราคาไม่ต่างกัน
