สลึง คือหน่วยเงินตราไทยโบราณที่มีค่าเท่ากับ 1/4 บาท และในภาษาพูดปัจจุบันยังใช้หมายถึงเงินมูลค่า 25 สตางค์ แต่ที่คนไทยได้ยินคำนี้บ่อยที่สุดทุกวันนี้คือ “หน่วยชั่งน้ำหนักทองคำ” ที่ร้านทองทั่วประเทศใช้กัน โดย 4 สลึง = 1 บาททอง และ 1 สลึงของทองคำแท่งหนักประมาณ 3.811 กรัม ส่วนราคาต่อสลึงคำนวณง่าย ๆ ด้วยการนำราคาทองต่อ 1 บาททองตามประกาศสมาคมค้าทองคำมาหารด้วย 4 บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่นิยาม การแปลงหน่วย วิธีคำนวณราคา ไปจนถึงที่มาของคำนี้ในยุคเงินพดด้วง เพื่อให้คุณเดินเข้าร้านทองแล้วสื่อสารได้ถูกต้องจริง ๆ
“สลึง” คือหน่วยอะไร เท่ากับกี่บาท กี่กรัม
สลึงเป็นหน่วยของระบบเงินตราไทยโบราณที่มีค่าเท่ากับหนึ่งในสี่ของบาท ปัจจุบันในภาษาพูดคนไทยยังใช้คำว่าสลึงแทนเงิน 25 สตางค์ (1 สลึง = 25 สตางค์) แต่ในทางปฏิบัติ คำนี้ถูกใช้หนักที่สุดในวงการค้าทองคำ ในฐานะหน่วยย่อยของ “บาททอง” ไม่ใช่ในฐานะเงินที่หยิบไปจ่ายที่ร้านสะดวกซื้อ
จุดที่คนสับสนบ่อยคือคำว่า “บาท” ในบริบทนี้ไม่ได้แปลว่าเงินบาทไทย แต่หมายถึงหน่วยน้ำหนักทองคำ เมื่อพูดว่า “สร้อย 2 สลึง” จึงหมายถึงสร้อยที่หนักครึ่งบาททอง ไม่ได้แปลว่าสร้อยราคา 50 สตางค์ พูดอีกแบบคือคำเดียวกันทำหน้าที่สองอย่าง: เป็นหน่วยเงินในอดีต และเป็นหน่วยน้ำหนักในปัจจุบัน
สลึงกับหน่วยเงินโบราณอื่น ๆ ที่มักถูกพูดถึงคู่กัน
ในระบบเงินตราไทยโบราณยุคเงินพดด้วง หน่วยเรียงจากเล็กไปใหญ่ตามลำดับนี้ 2 เฟื้อง = 1 สลึง, 4 สลึง = 1 บาท, 4 บาท = 1 ตำลึง และ 20 ตำลึง = 1 ชั่ง จะเห็นว่าสลึงอยู่กลาง ๆ ของระบบ ใหญ่กว่าเฟื้องแต่เล็กกว่าบาท ทุกวันนี้เหลือใช้จริงในชีวิตประจำวันเพียงสองหน่วยคือ “สลึง” กับ “บาท” ส่วนเฟื้อง ตำลึง และชั่ง กลายเป็นคำในหนังสือประวัติศาสตร์และสำนวนไทยไปแล้ว
1 บาททอง มีกี่สลึง แปลงหน่วยทองคำยังไง
1 บาททอง = 4 สลึง เสมอ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ สิ่งที่ต่างกันคือ “น้ำหนักเป็นกรัม” ของทั้งสองชนิดไม่เท่ากันเป๊ะ โดยทองคำแท่ง 1 บาท = 15.244 กรัม ทำให้ 1 สลึงของทองคำแท่งหนัก 3.811 กรัม ส่วนทองรูปพรรณ 1 บาท = 15.16 กรัม จึงตกสลึงละประมาณ 3.78-3.79 กรัม
ส่วนต่างประมาณ 0.08 กรัมต่อบาททองนี้ฟังดูน้อย แต่เป็นสาเหตุที่เวลานำทองรูปพรรณไปขายคืน ร้านจะชั่งและตีราคาตามเกณฑ์ทองรูปพรรณ ไม่ใช่เกณฑ์ทองคำแท่ง หากคุณกำลังจะซื้อทองครั้งแรก แนะนำให้อ่านคู่มือซื้อทองครั้งแรกสำหรับมือใหม่ประกอบ จะเห็นภาพเรื่องชนิดทองและใบรับประกันชัดขึ้น
| หน่วย | เทียบเป็นบาททอง | น้ำหนักทองคำแท่ง (กรัม) | น้ำหนักทองรูปพรรณ (กรัม) | ราคาโดยประมาณ อิงทองรูปพรรณขายออก (บาท) |
|---|---|---|---|---|
| เฟื้อง (หน่วยโบราณ ไม่ใช้ในร้านทอง) | 1/8 บาท | — | — | — |
| ครึ่งสลึง | 1/8 บาท | ประมาณ 1.9 | ประมาณ 1.90 | ประมาณ 8,994 |
| 1 สลึง | 1/4 บาท | 3.811 | 3.78-3.79 | ประมาณ 17,987 |
| 2 สลึง (ครึ่งบาท) | 1/2 บาท | ประมาณ 7.62 | ประมาณ 7.58 | ประมาณ 35,975 |
| 1 บาททอง | 1 บาท | 15.244 | 15.16 | 71,950 |
หมายเหตุสำคัญ: ช่องราคาในตารางคำนวณจากราคาทองรูปพรรณขายออก 71,950 บาทต่อบาททอง (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ส.ค. 2569 ซึ่งเปิดตลาดคงที่จากราคาปิดวันที่ 22 ส.ค. 2569) เป็นเพียงตัวอย่างการหารตามสัดส่วนเท่านั้น ราคาทองเปลี่ยนได้หลายรอบต่อวัน ต้องเช็คราคาล่าสุดจากประกาศสมาคมค้าทองคำก่อนซื้อ-ขายทุกครั้ง และราคาหน้าร้านจริงของเครื่องประดับจะบวกค่ากำเหน็จเพิ่มตามลวดลายอีกทอดหนึ่ง
ราคาทองคำสลึงละเท่าไหร่ คำนวณยังไงให้ไม่พลาด
สูตรคำนวณราคาทองต่อสลึงมีขั้นตอนเดียวคือ นำราคาทองต่อ 1 บาททองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ มาหารด้วย 4 เพราะ 1 สลึงเท่ากับหนึ่งในสี่ของบาททอง ข้อควรระวังคือต้องหยิบราคาให้ถูกช่อง: ทองคำแท่งกับทองรูปพรรณคนละราคา และราคา “รับซื้อ” กับ “ขายออก” ก็คนละตัวเลข
ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น
- เปิดประกาศราคาทองของวันนั้น แล้วเลือกช่องให้ตรงกับสิ่งที่จะทำ — จะซื้อให้ดูราคา “ขายออก” จะขายให้ดูราคา “รับซื้อ”
- เลือกชนิดทองให้ตรง ทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ เพราะสองอย่างนี้ราคาต่อบาททองไม่เท่ากัน
- นำราคาต่อ 1 บาททอง หารด้วย 4 จะได้ราคาโดยประมาณต่อ 1 สลึง เช่น 71,950 ÷ 4 = 17,987.50 บาท
- ถ้าอยากได้ราคา 2 สลึง ให้หารด้วย 2 แทน (71,950 ÷ 2 = 35,975 บาท) ส่วนครึ่งสลึงให้หารด้วย 8
- บวกค่ากำเหน็จเพิ่มเองถ้าเป็นทองรูปพรรณ ตัวเลขนี้แต่ละร้านและแต่ละลายไม่เท่ากัน ให้ถามร้านตรง ๆ ก่อนตัดสินใจ
ทำไมราคาที่หารได้ไม่ตรงกับป้ายหน้าร้าน
เพราะการหาร 4 ให้ค่าเนื้อทองล้วนตามสัดส่วนน้ำหนัก แต่ราคาที่ร้านติดป้ายบนเครื่องประดับยังรวมค่ากำเหน็จ ซึ่งเป็นค่าแรงขึ้นรูป ลาย และงานฝีมือ เข้าไปด้วย ยิ่งลายซับซ้อนหรือชิ้นเล็กหลายชิ้น ค่ากำเหน็จต่อน้ำหนักหนึ่งหน่วยก็ยิ่งสูงขึ้น อีกปัจจัยคือราคาทองขยับตามตลาดโลกและค่าเงินตลอดวัน ใครอยากเข้าใจกลไกเบื้องหลังอ่านต่อได้ที่บทความราคาทองขึ้นลงเพราะอะไร ส่วนใครอยากเห็นตัวอย่างประกาศราคารายวันจริง ๆ ลองดูรายงานราคาทองประจำวันที่ 21 ส.ค. 69 เทียบดูได้ว่าตัวเลขขยับกันวันต่อวันแค่ไหน
ทำไมร้านทองไทยยังเรียกน้ำหนักเป็น “สลึง”
เพราะมันคือมรดกตกทอดจากระบบเงินตราไทยโบราณที่ผูกค่าเงินไว้กับน้ำหนักโลหะโดยตรง เมื่อประเทศเปลี่ยนมาใช้ระบบบาท-สตางค์แบบสมัยใหม่ หน่วยเหล่านี้เลิกทำหน้าที่เป็นเงิน แต่ยังถูกเก็บไว้ใช้เป็นหน่วยชั่งทองในวงการค้าทองจนถึงทุกวันนี้ ร้านทองทั่วประเทศจึงยังเรียกสินค้าว่า “แหวน 1 สลึง” หรือ “สร้อย 2 สลึง” กันเป็นปกติ
ความสะดวกอีกข้อคือหน่วยสลึงทำให้ทองเข้าถึงง่ายขึ้น ถ้ามีแต่หน่วย “บาท” คนงบจำกัดจะซื้อยากมาก การมีหน่วยย่อยลงมาเป็น 1 สลึงหรือครึ่งสลึง ทำให้คนเริ่มต้นสะสมทองได้โดยไม่ต้องรอเก็บเงินก้อนใหญ่
ย้อนที่มา: สลึงในยุคเงินพดด้วง
เงินพดด้วง คือเงินตราที่ผลิตโดยการตัดก้อนโลหะเงินแล้วขดให้เป็นรูปกลมคล้ายตัวด้วง ใช้ในระบบเงินตราไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยเรื่อยมาจนถึงรัชกาลที่ 3 ก้อนเงินเหล่านี้ถูกแบ่งตามมาตราน้ำหนักออกเป็นเฟื้อง สลึง บาท ตำลึง และชั่ง โดยมีตราประทับประจำรัชกาลกำกับไว้ เช่น ตราสิงห์ ตราช้าง และตราดอกไม้ เพื่อรับรองว่าเป็นเงินตราที่ทางการยอมรับ
นั่นแปลว่าตั้งแต่ต้นทาง คำว่าสลึงเกิดมาคู่กับ “น้ำหนักโลหะ” อยู่แล้ว ไม่ใช่ตัวเลขลอย ๆ บนกระดาษ การที่วงการทองยังใช้คำนี้ต่อจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการใช้งานที่ตรงกับรากเดิมของมันที่สุด ส่วนที่มาเชิงรากศัพท์ว่าคำนี้ยืมมาจากภาษาใดนั้น ยังไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ยืนยันได้ชัดเจน บทความนี้จึงขอไม่คาดเดา
ซื้อทอง 1 สลึง หรือครึ่งสลึงวันนี้ ต้องรู้อะไรบ้าง
ทองหน่วยสลึงเหมาะกับคนงบจำกัดหรือคนที่อยากทยอยออม เพราะราคาต่อชิ้นต่ำกว่าทองบาทเต็มหลายเท่า แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือค่ากำเหน็จต่อน้ำหนักมักสูงกว่าทองแท่งบาทเต็ม จึงควรเทียบให้ครบทั้งเนื้อทองและค่ากำเหน็จก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ดูแค่ป้ายราคาชิ้นละเท่าไหร่
- เช็คราคาทองของวันนั้นจากประกาศสมาคมค้าทองคำก่อนออกจากบ้าน จะได้รู้กรอบราคาคร่าว ๆ
- ถามค่ากำเหน็จเป็นตัวเลขชัด ๆ ทุกครั้ง แล้วเทียบระหว่างลาย/ร้าน ก่อนจ่ายเงิน
- ตัดสินใจให้ชัดว่าซื้อเพื่อ “ใส่” หรือเพื่อ “ออม” ถ้าเน้นออมล้วน ทองคำแท่งมักมีส่วนต่างซื้อ-ขายแคบกว่า
- เก็บใบรับประกันและใบเสร็จไว้เสมอ มันคือหลักฐานยืนยันน้ำหนักและเปอร์เซ็นต์ทองตอนนำไปขายคืน
- อย่าตัดสินใจจากคำโฆษณาว่าราคาจะขึ้นแน่นอน — ราคาทองผันผวนตามตลาดโลกและค่าเงิน ไม่มีใครการันตีทิศทางได้
สำหรับมุมมองราคาระยะยาว มีการคาดการณ์จากสื่อบางสำนักว่าราคาทองไทยสิ้นปี 2569 มีลุ้นแตะระดับ 75,000 บาทต่อบาททอง แต่ต้องย้ำว่านี่คือ “การคาดการณ์” ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ควรใช้เป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจลงทุน อีกเรื่องที่ควรระวังคู่กันคือเรื่องทองปลอมหรือทองไม่ได้เปอร์เซ็นต์ ลองอ่านวิธีตรวจสอบเบื้องต้นจาก8 วิธีเช็คทองคำแท้เบื้องต้นไว้เป็นความรู้ติดตัว
FAQ ที่พบบ่อย
สรุปสั้น ๆ ก่อนเข้าคำถามย่อย: 1 สลึง เท่ากับ 1/4 บาททอง หรือประมาณ 3.811 กรัมสำหรับทองคำแท่ง คำนวณราคาได้ง่าย ๆ ด้วยการนำราคาทองต่อ 1 บาททองตามประกาศสมาคมค้าทองคำมาหารด้วย 4
สลึง เท่ากับกี่กรัม และกี่บาททอง
1 สลึง = 1/4 บาททอง หากเป็นทองคำแท่งจะหนัก 3.811 กรัม (1 บาท = 15.244 กรัม) ส่วนทองรูปพรรณจะหนักประมาณ 3.78-3.79 กรัม (1 บาท = 15.16 กรัม) และ 4 สลึงรวมกันเท่ากับ 1 บาททองพอดี
2 สลึง เท่ากับกี่บาททอง และกี่กรัม
2 สลึงเท่ากับครึ่งบาททอง หรือประมาณ 7.6 กรัมสำหรับทองคำแท่ง วิธีคิดราคาคือนำราคาทองต่อ 1 บาททองของวันนั้นมาหารด้วย 2 ถ้าเป็นทองรูปพรรณต้องบวกค่ากำเหน็จตามลวดลายเพิ่มด้วย
ทำไมหน่วยเงินไทยถึงมีเฟื้อง สลึง บาท ตำลึง
เพราะเป็นระบบหน่วยเงินตราไทยโบราณยุคเงินพดด้วง เรียงจากเล็กไปใหญ่คือ 2 เฟื้อง = 1 สลึง, 4 สลึง = 1 บาท, 4 บาท = 1 ตำลึง และ 20 ตำลึง = 1 ชั่ง ปัจจุบันเหลือใช้จริงเฉพาะสลึงกับบาทในวงการค้าทองคำเท่านั้น
สลึงยังใช้เป็นหน่วยเงินตราไทยอยู่ไหม
ไม่ได้ใช้เป็นหน่วยเงินตราแล้ว หลังไทยเปลี่ยนมาใช้ระบบบาท-สตางค์ คำนี้เหลืออยู่ในภาษาพูดที่หมายถึง 25 สตางค์ และยังใช้จริงจังในฐานะหน่วยชั่งน้ำหนักทองคำตามร้านทองทั่วประเทศ
ราคาทองคำต่อสลึงคำนวณจากราคาทองบาทอย่างไร
นำราคาทองต่อ 1 บาททองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ มาหารด้วย 4 จะได้ราคาโดยประมาณต่อ 1 สลึง ต้องเลือกให้ตรงทั้งชนิดทอง (แท่ง/รูปพรรณ) และฝั่งราคา (ซื้อ/ขาย) ส่วนทองรูปพรรณยังต้องบวกค่ากำเหน็จเพิ่มอีก
ซื้อทองเป็นสลึงหรือครึ่งสลึงดีไหม
เหมาะกับคนเริ่มออมทองหรือมีงบจำกัด เพราะราคาต่อชิ้นต่ำกว่าทองบาทเต็มมาก แต่ค่ากำเหน็จต่อน้ำหนักมักสูงกว่า จึงควรเทียบต้นทุนรวมกับทองคำแท่งบาทเต็มก่อนตัดสินใจ และเช็คราคาทองล่าสุดของวันนั้นเสมอ
