ราคาทองคำวันนี้ (21 ส.ค. 2569) ปรับตัวขึ้นตั้งแต่เปิดตลาด โดยรอบเที่ยงประมาณ 12.18 น. ทองคำแท่งรับซื้อ 70,050 บาท ขายออก 70,250 บาทต่อบาททองคำ ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อ 68,644.48 บาท และขายออก 71,050 บาท ขณะที่ราคาเปิดตลาดช่วงเช้าปรับขึ้น 550 บาทจากราคาปิดของเมื่อวาน สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลง ทั้งนี้ราคาทองประกาศเปลี่ยนหลายรอบต่อวัน ตัวเลขทุกชุดในบทความนี้จึงเป็นข้อมูล ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569 ตามรอบเวลาที่กำกับไว้ ไม่ใช่ราคาคงที่ทั้งวัน
ราคาทองคำวันนี้เท่าไหร่ อัปเดตล่าสุด 21 ส.ค. 2569?
ราคาทองคำวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 70,200-70,300 บาทสำหรับทองคำแท่งขายออก และ 71,000-71,100 บาทสำหรับทองรูปพรรณขายออก โดยเปิดตลาดช่วงเช้าปรับขึ้นแรงแล้วย่อลงเล็กน้อยในรอบถัดมา ข้อมูลนี้เป็นราคาช่วงเช้าถึงเที่ยงของวันที่ 21 ส.ค. 2569 ยังไม่ใช่ราคาปิดตลาดสุดท้ายของวัน
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนอ่านตัวเลขคือ ราคาทองในไทยไม่ได้ประกาศครั้งเดียวจบ แต่ประกาศใหม่ได้ตลอดวันตามการเคลื่อนไหวของราคาทองตลาดโลกและค่าเงินบาท เฉพาะวันนี้มีรายงานว่า ปรับราคาไปแล้วอย่างน้อย 11 ครั้ง นับถึงเวลาประมาณ 10.43 น. ดังนั้นเวลาที่คุณเปิดอ่านหน้านี้ ราคาจริงหน้าร้านอาจขยับไปจากตารางด้านล่างแล้ว
ราคาทองคำแท่ง 96.5% วันนี้
ทองคำแท่งเปิดตลาดที่ราคาขายออก 70,300 บาทต่อบาททองคำ (ประมาณ 09.04 น.) จากนั้นตามรายงานข่าวที่อ้างประกาศรอบที่ 11 ประมาณ 10.43 น. ปรับเป็นรับซื้อ 70,000 บาท ขายออก 70,200 บาท และช่วงเที่ยงประมาณ 12.18 น. ขยับขึ้นเล็กน้อยเป็นรับซื้อ 70,050 บาท ขายออก 70,250 บาท ส่วนต่างระหว่างราคารับซื้อกับราคาขายออกของทองคำแท่งอยู่ที่ราว 200 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งถือว่าแคบกว่าทองรูปพรรณอย่างชัดเจน
ราคาทองรูปพรรณวันนี้
ทองรูปพรรณ 96.5% เปิดตลาดที่ราคาขายออก 71,100 บาทต่อบาททองคำ ตามรายงานข่าวที่อ้างประกาศรอบที่ 11 ประมาณ 10.43 น. อยู่ที่รับซื้อ 68,599 บาท ขายออก 71,000 บาท และช่วงเที่ยงอยู่ที่รับซื้อ 68,644.48 บาท ขายออก 71,050 บาท จะเห็นว่าส่วนต่างซื้อ-ขายของทองรูปพรรณกว้างกว่าทองคำแท่งมาก เพราะราคาขายออกรวมค่ากำเหน็จไว้แล้ว แต่ตอนขายคืนร้านทองจะคิดตามเนื้อทองเท่านั้น
| รอบเวลา (21 ส.ค. 2569) | ทองคำแท่ง รับซื้อ | ทองคำแท่ง ขายออก | รูปพรรณ รับซื้อ | รูปพรรณ ขายออก |
|---|---|---|---|---|
| เปิดตลาด ประมาณ 09.04 น. | ไม่มีข้อมูล | 70,300 บาท | ไม่มีข้อมูล | 71,100 บาท |
| รอบที่ 11 ประมาณ 10.43 น. (ตามรายงานข่าว) | 70,000 บาท | 70,200 บาท | 68,599 บาท | 71,000 บาท |
| ช่วงเที่ยง ประมาณ 12.18 น. | 70,050 บาท | 70,250 บาท | 68,644.48 บาท | 71,050 บาท |
หน่วยทั้งหมดเป็นบาทต่อบาททองคำ ความบริสุทธิ์ 96.5% ข้อมูล ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569 ตามรอบประกาศที่แหล่งข่าวอ้างถึง ยังไม่มีข้อมูลราคาปิดตลาดสุดท้ายของวันนี้ หากอยากเทียบว่าราคาขยับไปมากน้อยแค่ไหนในสัปดาห์นี้ ดูย้อนหลังได้ที่ ราคาทอง 19 ส.ค. 2569 และ ราคาทอง 17 ส.ค. 2569
ทำไมราคาทองคำวันนี้ปรับขึ้น?
ราคาทองคำวันนี้ปรับขึ้นเพราะแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน บวกกับแผนซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่กดผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวให้ลดลง โดยเปิดตลาดวันนี้ปรับขึ้น +550 บาท จากราคาปิดของวันก่อนหน้า
ปัจจัยจากต่างประเทศ
ราคาทองในไทยอิงกับราคาทองตลาดโลกเป็นหลัก โดยราคาทองคำ Spot Gold อยู่ที่ประมาณ 4,525 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้า และขยับขึ้นเป็นราว 4,537.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเที่ยงของวันที่ 21 ส.ค. 2569 ปัจจัยที่ถูกพูดถึงมีดังนี้
- ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน หลังประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่มมาตรการกดดันเศรษฐกิจอิหร่าน ดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์และดับเบิลยูทีไอปรับขึ้น เกิดความกังวลด้านอุปทานน้ำมันและเงินเฟ้อ ซึ่งหนุนความต้องการถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
- แผนซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ หรือ Treasury Buyback ที่เพิ่มวงเงินจาก 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อรายการ สำหรับพันธบัตรอายุ 10-30 ปี ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นบวกต่อราคาทอง
- กองทุน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำเพิ่ม 4.28 ตัน สะท้อนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับลงเกือบ 10 basis points สู่ระดับ 5.18% และดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ส่งผลให้ราคาทองโลกพุ่งขึ้นกว่า 3% ในช่วงก่อนหน้า
ส่วนทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีการระบุว่าเป็นตัวแปรของผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวในระยะถัดไป แต่ยังไม่มีตัวเลขมติหรืออัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจนระบุไว้ในรายงานข่าวชุดนี้ จึงยังสรุปแทนไม่ได้
ปัจจัยในประเทศ
ตัวแปรฝั่งไทยที่ทำให้ราคาทองในประเทศไม่ขยับตามทองโลกแบบเป๊ะๆ คือค่าเงินบาท ซึ่งวันนี้อยู่ที่ 32.84 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลักคิดง่ายๆ คือเมื่อเงินบาทอ่อนค่า ต้นทุนนำเข้าทองจะสูงขึ้นและกดดันให้ราคาทองในประเทศขยับขึ้นตาม ในทางกลับกันถ้าบาทแข็งค่าก็จะช่วยหักล้างการขึ้นของทองโลกได้บางส่วน
ทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ ต่างกันอย่างไร?
ทองคำแท่งกับทองรูปพรรณต่างกันที่วัตถุประสงค์การถือ ค่ากำเหน็จ และส่วนต่างราคาตอนขายคืน ทองคำแท่งเหมาะกับคนที่ถือเพื่อเก็บมูลค่าเพราะส่วนต่างซื้อ-ขายแคบกว่า ส่วนทองรูปพรรณเหมาะกับคนที่อยากใส่ได้ด้วย แต่ต้องยอมรับว่าจ่ายค่ากำเหน็จเพิ่มตอนซื้อและได้คืนน้อยกว่าตอนขาย
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ทองคำแท่ง 96.5% | ทองรูปพรรณ 96.5% |
|---|---|---|
| ราคาขายออก (เที่ยง 21 ส.ค. 2569) | 70,250 บาท/บาททองคำ | 71,050 บาท/บาททองคำ |
| ราคารับซื้อคืน (เที่ยง 21 ส.ค. 2569) | 70,050 บาท/บาททองคำ | 68,644.48 บาท/บาททองคำ |
| ส่วนต่างซื้อ-ขายโดยประมาณ | ราว 200 บาท/บาททองคำ | ราว 2,400 บาท/บาททองคำ |
| ค่ากำเหน็จ | ไม่มีหรือน้อยมาก | มี รวมอยู่ในราคาขายออก |
| ความบริสุทธิ์ | 96.5% | 96.5% |
| สภาพคล่องตอนขายคืน | ขายคืนได้ตามราคารับซื้อทองแท่ง | ขายคืนได้ตามราคารับซื้อรูปพรรณซึ่งต่ำกว่า |
| เหมาะกับ | เก็บมูลค่า/ลงทุนระยะยาว | สวมใส่ + เก็บมูลค่าบางส่วน |
ค่ากำเหน็จคืออะไร คิดอย่างไร
ค่ากำเหน็จคือค่าแรงและค่าออกแบบในการขึ้นรูปทองให้กลายเป็นสร้อย แหวน หรือกำไล ไม่ใช่มูลค่าของเนื้อทอง จึงเป็นเหตุผลที่ทองรูปพรรณมีค่ากำเหน็จบวกเพิ่มตอนซื้อ แต่ไม่ได้คืนตอนขาย ค่ากำเหน็จของแต่ละร้านและแต่ละลายไม่เท่ากัน ลายที่ทำยากหรืองานละเอียดมักคิดสูงกว่าลายพื้นฐาน บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลขตายตัว ควรถามร้านตรงๆ ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง หากเพิ่งเริ่มต้นและยังไม่ชินกับวิธีอ่านป้ายราคาหน้าร้าน แนะนำให้อ่าน คู่มือซื้อทองครั้งแรก ประกอบ
ทำไมราคาซื้อกับราคาขายไม่เท่ากัน
ราคาซื้อกับราคาขายไม่เท่ากันเสมอ เพราะร้านทองต้องมีส่วนต่างไว้เป็นต้นทุนดำเนินการและความเสี่ยงจากราคาที่แกว่งระหว่างวัน ตัวเลขวันนี้สะท้อนชัด คือทองคำแท่งห่างกันราว 200 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ทองรูปพรรณห่างกันราว 2,400 บาทต่อบาททองคำ แปลว่าถ้าซื้อทองรูปพรรณแล้วขายคืนทันทีในวันเดียวกัน จะขาดทุนจากส่วนต่างนี้ทันทีโดยที่ราคาทองยังไม่ต้องขยับเลยด้วยซ้ำ
วันนี้ควรซื้อทองคำหรือไม่?
คำตอบตรงๆ คือไม่มีใครฟันธงแทนคุณได้ เพราะ ไม่มีใครคาดการณ์ราคาทองล่วงหน้าได้แม่นยำ สิ่งที่ทำได้คือดูปัจจัยประกอบให้ครบก่อนตัดสินใจ ทั้งราคาปัจจุบันเทียบย้อนหลัง เป้าหมายการถือ และงบที่มีจริงโดยไม่กระทบสภาพคล่องของตัวเอง
สัญญาณและคำถามที่ควรพิจารณาก่อนซื้อ-ขาย
- เทียบราคาย้อนหลัง 7-30 วัน ว่าราคาวันนี้อยู่ช่วงบนหรือช่วงล่างของกรอบที่ผ่านมา ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขวันเดียว
- ถามตัวเองว่าถือเพื่ออะไร ถ้าถือยาวเพื่อกระจายความเสี่ยง ความผันผวนรายวันจะมีน้ำหนักน้อยกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
- เผื่อส่วนต่างซื้อ-ขายไว้ในการคำนวณเสมอ โดยเฉพาะทองรูปพรรณที่ส่วนต่างกว้างกว่าทองแท่งหลายเท่า
- อย่าใช้เงินที่ต้องใช้ในระยะสั้น เพราะถ้าจำเป็นต้องขายตอนราคาย่อ จะกลายเป็นการขาดทุนแบบไม่ได้ตั้งใจ
- เช็คว่าราคาที่เห็นเป็นรอบประกาศเวลาไหน เพราะวันเดียวประกาศได้หลายรอบ ราคาหน้าร้านตอนคุณไปถึงอาจต่างจากที่อ่านมา
ย้ำอีกครั้งว่าเนื้อหาส่วนนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ใช่การรับประกันว่าราคาจะขึ้นหรือลงในอนาคต
ติดตามราคาทองแบบเรียลไทม์และลงทุนทองคำได้ช่องทางไหนบ้าง?
ช่องทางเช็คราคาทองที่อ้างอิงได้มากที่สุดคือประกาศของสมาคมค้าทองคำ ซึ่งอัปเดตหลายรอบต่อวัน ส่วนช่องทางลงทุนทองคำมีทั้งซื้อทองจริง กองทุนรวมทองคำ และการซื้อขายทองคำออนไลน์ผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต แต่ละแบบต่างกันที่เงินเริ่มต้น ความสะดวก และความเสี่ยงที่ต้องรับ
วิธีเช็คราคาทองคำแบบเรียลไทม์
- ดูประกาศราคาของสมาคมค้าทองคำเป็นตัวอ้างอิงหลัก แล้วสังเกตเวลาประกาศของแต่ละรอบเสมอ ตามรายงานข่าววันนี้มีการปรับอย่างน้อย 11 ครั้งนับถึงราว 10.43 น.
- ตามข่าวราคาทองจากสำนักข่าวที่รายงานตามรอบเวลา และเทียบกับราคาหน้าร้านจริงก่อนซื้อ
- ดูราคาทองตลาดโลกและค่าเงินบาทควบคู่กัน เพราะเป็นสองตัวแปรที่กำหนดราคาทองไทย เช่นวันนี้ทองโลกราว 4,537.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และบาทอยู่ที่ 32.84 บาทต่อดอลลาร์
ลงทุนทองคำผ่านช่องทางไหนได้บ้าง
- ซื้อทองคำแท่ง เหมาะกับคนที่ต้องการถือของจริงและรับส่วนต่างซื้อ-ขายที่แคบ แต่ต้องมีที่เก็บที่ปลอดภัย
- ซื้อทองรูปพรรณ ได้ความคล่องตัวเรื่องการสวมใส่ แต่ต้องยอมรับค่ากำเหน็จและส่วนต่างที่กว้างกว่า
- กองทุนรวมทองคำ เหมาะกับคนที่ไม่อยากเก็บของจริง เริ่มด้วยเงินก้อนเล็กได้ แต่ต้องดูค่าธรรมเนียมและนโยบายกองทุน
- ทองคำออนไลน์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มีความยืดหยุ่นสูงแต่ความเสี่ยงสูงกว่า ไม่เหมาะกับคนที่ยังไม่คุ้นกับความผันผวนรายวัน
FAQ ที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองคำวันนี้ส่วนใหญ่วนอยู่ที่ช่องทางเช็คราคาที่เชื่อถือได้ สาเหตุที่ราคาแต่ละร้านไม่เท่ากัน การเลือกระหว่างทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ วิธีคิดค่ากำเหน็จ และที่มาของราคาทองไทยเทียบกับราคาทองโลก สรุปคำตอบสั้นๆ ไว้ในหัวข้อด้านล่างนี้
ราคาทองคำวันนี้เช็คได้จากที่ไหนบ้าง?
เช็คได้จากประกาศราคาของสมาคมค้าทองคำเป็นหลัก ซึ่งประกาศใหม่ได้หลายรอบต่อวัน และดูข่าวราคาทองที่รายงานตามรอบเวลากำกับ ก่อนซื้อจริงควรเช็คราคาหน้าร้านซ้ำอีกครั้ง เพราะราคาระหว่างวันขยับได้ตลอด
ทำไมราคาทองคำแต่ละร้านไม่เท่ากัน?
ราคาเนื้อทองอ้างอิงประกาศกลางเหมือนกัน แต่ค่ากำเหน็จของทองรูปพรรณขึ้นอยู่กับลายและต้นทุนการผลิตของแต่ละร้าน จึงทำให้ราคาป้ายต่างกันได้ นอกจากนี้แต่ละร้านอาจอัปเดตราคาตามรอบประกาศไม่พร้อมกันเป๊ะ
ทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ ซื้อแบบไหนคุ้มกว่าถ้าจะขายคืน?
ถ้าเป้าหมายคือขายคืนเป็นหลัก ทองคำแท่งมีส่วนต่างซื้อ-ขายแคบกว่า โดยข้อมูลช่วงเที่ยงวันที่ 21 ส.ค. 2569 ทองแท่งห่างกันราว 200 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ทองรูปพรรณห่างกันราว 2,400 บาทต่อบาททองคำ แต่ทองรูปพรรณให้ประโยชน์ด้านการสวมใส่ที่ทองแท่งไม่มี
ค่ากำเหน็จคำนวณยังไง แพงหรือถูกขึ้นอยู่กับอะไร?
ค่ากำเหน็จคือค่าแรงขึ้นรูปทอง ไม่ใช่มูลค่าเนื้อทอง จึงคิดตามความยากของลายและต้นทุนของแต่ละร้าน ลายที่ทำยากหรืองานละเอียดมักคิดสูงกว่าลายพื้นฐาน ควรสอบถามร้านโดยตรงก่อนซื้อ เพราะไม่มีอัตรากลางที่ใช้เหมือนกันทุกร้าน
ราคาทองคำไทยอ้างอิงจากราคาทองคำโลกอย่างไร?
ราคาทองไทยคำนวณจากราคาทองตลาดโลกที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ แปลงกลับมาเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยน ข้อมูลวันที่ 21 ส.ค. 2569 ราคาทองโลกอยู่ราว 4,525-4,537.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.84 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งสองตัวแปรนี้จึงทำให้ราคาทองในประเทศขยับได้ตลอดวัน
ลงทุนทองคำเสี่ยงไหม เหมาะกับมือใหม่หรือเปล่า?
ทองคำมีความผันผวนตามข่าวเศรษฐกิจโลก ค่าเงิน และภูมิรัฐศาสตร์ จึงมีความเสี่ยงเหมือนสินทรัพย์อื่น มือใหม่ที่สนใจควรเริ่มจากเงินก้อนที่ยังไม่ต้องใช้ในระยะสั้น ทำความเข้าใจส่วนต่างซื้อ-ขายและค่ากำเหน็จให้ครบก่อน และไม่ควรตัดสินใจจากราคาวันเดียว
