ภาพอินโฟกราฟิกประกอบบทความสถานการณ์น้ำท่วมน่าน อำเภอปัว สิงหาคม 2569 สรุปประเด็นถนนหมายเลข 101 ถูกตัดขาด 8 ตำบลเข้าไม่ได้ ศูนย์อพยพ 7 แห่ง และโรงเรียนหยุดเรียน 5 แห่ง พร้อมภาพประกอบเชิงสัญลักษณ์ของหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วม ไม่ใช่ภาพถ่ายเหตุการณ์จริง

น้ำท่วมน่าน รอบล่าสุดเกิดขึ้นในเช้าวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยจุดที่หนักที่สุดคือพื้นที่ อำเภอปัว ซึ่งเกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมฉับพลันหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง มวลน้ำจากลำน้ำปัวและลำน้ำขว้างล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนจนสูงเกือบมิดชั้น 1 ของบ้าน ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงปัว–เชียงกลาง ถูกน้ำท่วมตัดขาด มี 8 ตำบลที่การเดินทางถูกตัดขาด โรงเรียน 5 แห่งประกาศหยุดเรียน และจังหวัดต้องตั้งศูนย์อพยพรวม 7 ศูนย์ ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานยืนยันผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บ และตัวเลขความเสียหายยังอยู่ระหว่างสำรวจ

บทความนี้สรุปสถานการณ์ สาเหตุ พื้นที่เสี่ยง เส้นทางที่ควรเลี่ยง และวิธีเตรียมตัวรับมือ โดยข้อมูลทั้งหมดเป็น ข้อมูล ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ควรตรวจสอบซ้ำกับประกาศทางการล่าสุดก่อนตัดสินใจเดินทางหรืออพยพ

สถานการณ์น้ำท่วมน่านล่าสุดวันนี้เป็นอย่างไร?

ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2569 สถานการณ์วิกฤตอยู่ที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งเกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมฉับพลันหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง มวลน้ำไหลลงลำน้ำปัวและลำน้ำขว้างจนล้นเข้าท่วมชุมชนริมน้ำ ระดับน้ำในบางจุดสูงเกือบมิดชั้น 1 ของตัวบ้าน รถยนต์ที่จอดไว้ได้รับความเสียหาย และมีรายงานเจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือเด็กทารกวัย 6 เดือนออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม

ในภาพรวมของจังหวัด มีรายงานว่า 8 ตำบลในอำเภอปัวถูกตัดขาดการเดินทาง จังหวัดน่านต้องจัดตั้งศูนย์อพยพรวม 7 ศูนย์เพื่อรองรับผู้ประสบภัย และเพิ่มจุดอพยพสัตว์เลี้ยงอีก 51 จุดทั่วจังหวัด เพื่อให้ผู้ประสบภัยที่เลี้ยงสัตว์ไม่ต้องตัดสินใจทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้าน ขณะที่สถานศึกษาในพื้นที่ 5 โรงเรียนประกาศหยุดเรียนเพื่อความปลอดภัย รวมถึงโรงเรียนป่าแลวหลวงวิทยาและโรงเรียนบ้านศรีบุญเรือง

ยอดผู้เสียชีวิตและความเสียหาย: สิ่งที่ยังไม่ยืนยัน

จากรายงานข่าวที่ตรวจสอบทั้งหมด ยังไม่มีรายงานยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บ จากเหตุน้ำท่วมปัวครั้งนี้ กรณีเด็กทารกวัย 6 เดือนเป็นการอพยพออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่ผู้บาดเจ็บ เช่นเดียวกับตัวเลขจำนวนครัวเรือนหรือบ้านเรือนที่เสียหายทั้งหมด ซึ่งยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ มีเพียงตัวเลขเชิงพื้นที่ ได้แก่ 8 ตำบลถูกตัดขาด ศูนย์อพยพ 7 แห่ง และโรงเรียนหยุดเรียน 5 แห่ง หากพบตัวเลขความเสียหายที่ระบุแม่นยำเกินจริงบนโซเชียลมีเดียในช่วงนี้ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนและรอการยืนยันจากหน่วยงานราชการ

น้ำท่วมน่านรอบนี้เกิดจากอะไร?

สาเหตุโดยตรงคือ ฝนตกหนักต่อเนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ครอบคลุมประมาณ 17 จังหวัดในช่วงวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 โดยจังหวัดน่าน โดยเฉพาะอำเภอปัวและอำเภอบ่อเกลือ เป็นพื้นที่ที่มีฝนสะสมสูงเป็นพิเศษ

เมื่อฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำซึ่งเป็นภูเขา น้ำจะไหลรวมลงลำน้ำสาขาอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง กลายเป็น น้ำป่าไหลหลาก ที่มาเร็วและแรงกว่าน้ำท่วมขังทั่วไป ในกรณีนี้คือลำน้ำปัวและลำน้ำขว้างที่รับน้ำไม่ทันจนล้นเข้าท่วมชุมชนริมน้ำ ลักษณะนี้ต่างจากน้ำท่วมแบบค่อยๆ เอ่อล้นในที่ราบลุ่ม เพราะเวลาเตรียมตัวสั้นมาก และมักท่วมในช่วงกลางดึกถึงเช้ามืดขณะที่คนยังไม่ตื่น

มีรายงานจากสำนักข่าวหนึ่งระบุปริมาณฝนสะสมในพื้นที่กว่า 270 มิลลิเมตร และเชื่อมโยงกับสภาพอากาศแปรปรวนเป็นปัจจัยเสริม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขปริมาณฝนนี้มาจากแหล่งข่าวเดียวและยังไม่ได้ยืนยันไขว้กับแหล่งอื่น จึงควรถือเป็นข้อมูลเบื้องต้น หากต้องการตัวเลขที่ใช้อ้างอิงได้ ให้ยึดประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก ซึ่งอ่านวิธีเช็กพยากรณ์รายวันได้จากคู่มือ การอ่านพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา

ประเด็น “ฝายธงน้อย” คนละเรื่องกับน้ำท่วมปัวรอบนี้

ในช่วงเดียวกัน (ข้อมูล ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2569) มีการพูดถึงประเด็น ฝายธงน้อย อีกครั้ง โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เสนอให้ปรับปรุงโครงสร้างฝายให้ขยายเต็มลำน้ำเพื่อการบริหารจัดการน้ำที่ดีขึ้น และไม่นำไปใช้เพื่อปั่นกระแสไฟฟ้า พร้อมเสนอให้ตั้งงบประมาณแก้ไขในปีงบประมาณ 2570

สิ่งที่ควรแยกให้ชัดคือ ฝายธงน้อยเป็น ประเด็นเชิงโครงสร้างระยะยาว ที่ถูกวิจารณ์ว่าซ้ำเติมปัญหาน้ำท่วมเมืองน่านมาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของเหตุน้ำท่วมอำเภอปัวรอบนี้ ซึ่งเกิดจากฝนตกหนักและอิทธิพลของร่องมรสุมเป็นหลัก การเหมารวมสองเรื่องเข้าด้วยกันทำให้เข้าใจสถานการณ์เฉพาะหน้าคลาดเคลื่อนได้

พื้นที่ไหนในจังหวัดน่านได้รับผลกระทบมากที่สุด และเส้นทางไหนถูกตัดขาด?

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ณ 19 สิงหาคม 2569 คือชุมชนริมลำน้ำปัวและลำน้ำขว้างในอำเภอปัว โดยเฉพาะ บ้านร้อง ตำบลปัว และบ้านแก้ม หมู่ 4 ซอย 2 ส่วนเส้นทางที่ได้รับผลกระทบชัดเจนคือทางหลวงหมายเลข 101 (ปัว–เชียงกลาง) ที่ถูกน้ำท่วมตัดขาด และทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว–บ่อเกลือ) ที่สะพานได้รับความเสียหายจนสัญจรผ่านไม่ได้

พื้นที่ / เส้นทาง ลักษณะความเสี่ยง สถานะ ณ 19 ส.ค. 2569 คำแนะนำเบื้องต้น
บ้านร้อง ต.ปัว อ.ปัว ชุมชนริมลำน้ำปัว รับน้ำป่าโดยตรง ท่วมหนัก น้ำสูงเกือบมิดชั้น 1 (ตัวเลขระดับน้ำเป็นภาพรวมของพื้นที่) อพยพตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ย้ายคนกลุ่มเปราะบางก่อน
บ้านแก้ม หมู่ 4 ซอย 2 อ.ปัว ชุมชนที่ลุ่มใกล้ลำน้ำ ท่วมหนัก มีรายงานรถยนต์เสียหายในภาพรวมพื้นที่ ย้ายรถขึ้นที่สูงทันทีหากยังทำได้อย่างปลอดภัย
8 ตำบลในอำเภอปัว เส้นทางเข้า-ออกถูกน้ำตัด ถูกตัดขาดการเดินทาง งดเดินทางเข้าพื้นที่ ติดต่อญาติผ่านโทรศัพท์/โซเชียลแทน
ทางหลวงหมายเลข 101 (ปัว–เชียงกลาง) ถนนสายหลักผ่านพื้นที่น้ำหลาก ถูกน้ำท่วมตัดขาด เลี่ยงเส้นทาง รอประกาศเปิดใช้จากแขวงทางหลวง
ทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว–บ่อเกลือ) เส้นทางภูเขา มีสะพานข้ามลำน้ำ สะพานเสียหาย สัญจรผ่านไม่ได้ ห้ามฝ่าเข้าไปเด็ดขาด แม้เห็นรถคันอื่นผ่าน
อ.บ่อเกลือ พื้นที่ต้นน้ำ ฝนสะสมสูง ยังไม่มีรายงานทางการ – คำแนะนำเฝ้าระวังฝนตกหนัก/ดินถล่ม ติดตามประกาศเฝ้าระวังช่วง 19–21 ส.ค. 2569

ข้อควรทราบ: ตารางนี้สรุปจากรายงานข่าว ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เท่านั้น ระดับการเตือนภัยและสถานะเส้นทางเปลี่ยนได้เป็นรายชั่วโมง ไม่มีพื้นที่ใดที่ควรถือว่า “ปลอดภัย 100%” ในช่วงที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง ให้ตรวจสอบกับประกาศของ ปภ. จังหวัดน่านและแขวงทางหลวงในพื้นที่ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ผู้ที่อยู่นอกจังหวัดน่านแต่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงอื่น สามารถดูรายชื่อจังหวัดที่ถูกประกาศเฝ้าระวังได้จาก ประกาศ ปภ. เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 18–21 ส.ค. 2569

หน่วยงานรัฐกำลังทำอะไรอยู่ในพื้นที่น่าน?

รัฐบาลระบุว่าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยขณะเกิดเหตุนายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการเยือนออสเตรเลีย จึงมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือทำหน้าที่ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ เพื่อสั่งการช่วยเหลือแบบรวมศูนย์

มาตรการที่ดำเนินการอยู่ ได้แก่

  • ประสานอพยพประชาชนออกจากพื้นที่น้ำท่วมสูงไปยังศูนย์อพยพทั้ง 7 ศูนย์
  • แจกจ่ายอาหารให้ผู้ประสบภัย
  • ระดมกำลังทหารและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าพื้นที่
  • เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำท่วมต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำ
  • ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก
  • จัดจุดอพยพสัตว์เลี้ยง 51 จุดทั่วจังหวัด รองรับสัตว์เลี้ยงของผู้ประสบภัย

จุดที่หลายคนมองข้ามคือเรื่องสัตว์เลี้ยง ในเหตุน้ำท่วมหลายครั้งที่ผ่านมา ผู้ประสบภัยจำนวนไม่น้อยปฏิเสธการอพยพเพราะไม่รู้จะเอาสัตว์เลี้ยงไปไว้ที่ไหน การมีจุดรองรับแยกจึงช่วยให้การอพยพคนทำได้เร็วขึ้นด้วย

ควรเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมอย่างไร ก่อน-ระหว่าง-หลัง?

หลักการสั้นที่สุดคือ ก่อนน้ำมา ให้ยกของและชาร์จไฟ / ระหว่างน้ำท่วม ให้ตัดไฟและอย่าลุยน้ำ / หลังน้ำลด ให้ตรวจระบบไฟก่อนใช้และอย่ากินของที่แช่น้ำ น้ำป่าไหลหลากอย่างที่เกิดในอำเภอปัวมาเร็วมาก การรอดูสถานการณ์จนน้ำมาถึงหน้าบ้านแล้วค่อยเริ่มขนของ มักไม่ทันเสมอ

ช่วงเวลา สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
ก่อนน้ำท่วม ย้ายของมีค่า เอกสาร และเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง / ชาร์จมือถือและพาวเวอร์แบงก์ให้เต็ม / เตรียมถุงยังชีพ น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย ยาประจำตัว / ย้ายรถไปจอดที่สูง / วางแผนเส้นทางอพยพและจุดนัดพบของครอบครัว รอจนน้ำมาถึงบ้านแล้วค่อยเริ่มขนของ / เก็บเอกสารสำคัญไว้ชั้นล่างโดยไม่ใส่ถุงกันน้ำ / เชื่อข่าวลือที่ไม่ระบุแหล่งที่มา
ระหว่างน้ำท่วม ตัดเบรกเกอร์ไฟทันทีเมื่อน้ำใกล้ถึงระดับปลั๊ก / ฟังประกาศจากทางการตลอดเวลา / ขึ้นที่สูงและแจ้งตำแหน่งตัวเองให้ญาติทราบ / พาผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยติดเตียงออกก่อนเป็นลำดับแรก ลุยน้ำหลากแม้ดูตื้น / ขับรถฝ่าน้ำข้ามสะพานหรือถนนที่ถูกตัดขาด / กลับเข้าบ้านไปเก็บของขณะน้ำยังไหลแรง / เล่นน้ำหรือถ่ายคลิปใกล้กระแสน้ำ
หลังน้ำลด ให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้ / ระวังงูและสัตว์มีพิษที่หนีน้ำเข้ามาในบ้าน / ถ่ายรูปความเสียหายไว้เป็นหลักฐานก่อนทำความสะอาด / ล้างและตากบ้านให้แห้งเพื่อลดเชื้อรา สับเบรกเกอร์เปิดไฟเองทันทีที่น้ำลด / กินน้ำหรืออาหารที่แช่น้ำท่วม / เดินเท้าเปล่าในบ้านที่เพิ่งน้ำลด / รีบขนของกลับเข้าบ้านทั้งที่ยังมีประกาศเฝ้าระวังฝนรอบใหม่

ถุงยังชีพประจำบ้านควรมีอะไรบ้าง

  1. น้ำดื่มบรรจุขวดสำหรับอย่างน้อย 3 วัน
  2. อาหารแห้งที่ไม่ต้องปรุงหรือใช้ไฟ
  3. ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง และพาวเวอร์แบงก์ที่ชาร์จเต็ม
  4. ยาประจำตัว ยาสามัญ และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  5. เอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน กรมธรรม์ ใส่ถุงซิปกันน้ำ
  6. เสื้อผ้าสำรอง ผ้าห่มบาง และของใช้จำเป็นสำหรับเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
  7. เงินสดย่อย เผื่อกรณีไฟดับและระบบชำระเงินออนไลน์ใช้ไม่ได้

รายละเอียดการเตรียมบ้าน รถ และเอกสารแบบเต็มขั้นตอน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือเตรียมตัวรับมือน้ำท่วม ก่อน-ระหว่าง-หลังน้ำลด

ติดตามข่าวน้ำท่วมน่านและแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือได้ทางไหน?

ช่องทางที่ควรยึดเป็นหลักคือ ประกาศจากหน่วยงานราชการโดยตรง ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทั้งส่วนกลางและสำนักงาน ปภ. จังหวัดน่าน และกรมอุตุนิยมวิทยา เพราะเป็นแหล่งที่อัปเดตระดับน้ำ ปริมาณฝน และประกาศเตือนภัยเป็นระยะ กรณีฉุกเฉินสามารถโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ของ ปภ. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่องทาง ใช้ทำอะไร ควรใช้เมื่อไหร่
สายด่วนนิรภัย ปภ. 1784 แจ้งเหตุสาธารณภัย ขอความช่วยเหลือ เมื่อมีผู้ติดค้าง ต้องการอพยพ หรือเหตุฉุกเฉิน
สำนักงาน ปภ. จังหวัดน่าน / เพจทางการ ประกาศเขตเฝ้าระวัง จุดอพยพ สถานะพื้นที่ เช็กก่อนตัดสินใจอพยพหรือกลับเข้าพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฝนตกหนัก ร่องมรสุม พยากรณ์รายวัน วางแผนล่วงหน้า 1–3 วัน
แขวงทางหลวง / หน่วยงานถนนในพื้นที่ สถานะเส้นทางที่ถูกตัดขาดและเส้นทางเลี่ยง ก่อนออกเดินทางเข้า-ออกจังหวัดน่าน
หน่วยกู้ภัย/มูลนิธิในพื้นที่ ช่วยเหลือเร่งด่วนระดับชุมชน เมื่อสายด่วนติดต่อยากช่วงพีค

ข้อควรระวังคือช่วงน้ำท่วมมักมีภาพเก่าหรือคลิปจากเหตุการณ์อื่นถูกนำกลับมาแชร์ใหม่ ทำให้เข้าใจผิดว่าสถานการณ์รุนแรงกว่าหรือเบากว่าความจริง ก่อนแชร์ต่อควรดูวันที่ของโพสต์และแหล่งที่มาเสมอ และควรบันทึกเบอร์ฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า เพราะช่วงน้ำท่วมหนักสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตอาจใช้งานได้ไม่เต็มที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำท่วมน่าน

น้ำท่วมน่านตอนนี้ (ส.ค. 2569) รุนแรงแค่ไหน?

ข้อมูล ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2569 พื้นที่ที่หนักที่สุดคืออำเภอปัว มีน้ำป่าไหลหลากท่วมชุมชนริมลำน้ำปัวและลำน้ำขว้าง ระดับน้ำบางจุดสูงเกือบมิดชั้น 1 ของบ้าน มี 8 ตำบลถูกตัดขาดการเดินทาง ตั้งศูนย์อพยพ 7 ศูนย์ และโรงเรียน 5 แห่งหยุดเรียน สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามปริมาณฝน จึงควรตรวจสอบซ้ำกับประกาศของ ปภ. จังหวัดน่านหรือกรมอุตุนิยมวิทยาก่อนตัดสินใจใดๆ

น้ำท่วมน่านรอบนี้เกิดจากสาเหตุอะไร?

สาเหตุหลักคือฝนตกหนักต่อเนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและอีสานตอนบน ร่วมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมราว 17 จังหวัดในช่วง 19–21 สิงหาคม 2569 โดยน่าน โดยเฉพาะอำเภอปัวและบ่อเกลือ มีฝนสะสมสูงเป็นพิเศษ จนน้ำป่าไหลลงลำน้ำปัวและลำน้ำขว้างแล้วล้นเข้าท่วมชุมชน ส่วนตัวเลขฝนสะสมกว่า 270 มิลลิเมตรที่ปรากฏในรายงานข่าวหนึ่ง ยังมาจากแหล่งเดียวและไม่ได้ยืนยันไขว้

มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมน่านครั้งนี้หรือไม่?

จากรายงานข่าวที่ตรวจสอบทั้งหมด ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ยังไม่มีรายงานยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บจากเหตุน้ำท่วมอำเภอปัว มีเพียงกรณีเด็กทารกวัย 6 เดือนที่เจ้าหน้าที่ช่วยอพยพออกจากบ้านได้อย่างปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่ผู้บาดเจ็บ ตัวเลขความเสียหายด้านครัวเรือนยังอยู่ระหว่างสำรวจและยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ

เส้นทางไหนในน่านที่ถูกตัดขาดและควรเลี่ยง?

ข้อมูล ณ 19 สิงหาคม 2569 ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงปัว–เชียงกลาง ถูกน้ำท่วมตัดขาด และทางหลวงหมายเลข 1256 ช่วงปัว–บ่อเกลือ มีสะพานได้รับความเสียหายจนสัญจรผ่านไม่ได้ นอกจากนี้ยังมี 8 ตำบลในอำเภอปัวที่การเดินทางถูกตัดขาด ผู้ที่จะเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ควรตรวจสอบสถานะเส้นทางล่าสุดกับแขวงทางหลวงและ ปภ. จังหวัดน่านก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

แจ้งเหตุน้ำท่วมหรือขอความช่วยเหลือที่น่านโทรเบอร์ไหน?

สามารถโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อสำนักงาน ปภ. จังหวัดน่านโดยตรง รวมถึงหน่วยกู้ภัยและมูลนิธิในพื้นที่ ควรบันทึกเบอร์เหล่านี้ไว้ล่วงหน้าก่อนสถานการณ์รุนแรง เพราะช่วงน้ำท่วมหนักสัญญาณโทรศัพท์อาจใช้งานได้ไม่เต็มที่

ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมที่น่าน ควรเตรียมของฉุกเฉินอะไรบ้าง?

ควรเตรียมถุงยังชีพที่มีน้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉายพร้อมถ่าน พาวเวอร์แบงก์ชาร์จเต็ม ยาประจำตัวและยาสามัญ พร้อมเอกสารสำคัญใส่ถุงกันน้ำ จากนั้นย้ายของมีค่าและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงล่วงหน้า ย้ายรถไปจอดที่ปลอดภัย และวางแผนเส้นทางอพยพไปยังศูนย์อพยพที่ทางจังหวัดประกาศไว้ หากเลี้ยงสัตว์ ควรตรวจสอบจุดอพยพสัตว์เลี้ยงที่จังหวัดน่านจัดไว้ 51 จุดด้วย