ภาพอินโฟกราฟิกประกอบบทความข่าว ปภ. เตือน 39 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก 18-21 ส.ค. 2569 แสดงจำนวนจังหวัดแยกภาค สาเหตุร่องมรสุม คลื่นอันดามันสูง 2-3 เมตร และสายด่วนแจ้งเหตุ 1784 (ภาพประกอบสร้างขึ้น ไม่ใช่ภาพถ่ายเหตุการณ์จริง)

ปภ. เตือน 39 จังหวัด ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569 โดยแบ่งเป็นภาคเหนือ 17 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ภาคกลาง 7 จังหวัด และภาคใต้อีก 3 จังหวัดที่เน้นเฝ้าระวังคลื่นลมแรงเป็นหลัก สาเหตุมาจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ประชาชนแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 1784 (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ส.ค. 2569 อ้างอิงประกาศ ปภ. และกรมอุตุนิยมวิทยา)

ปภ. เตือนอะไร ทำไมต้องเฝ้าระวังช่วง 18-21 ส.ค. 2569

ประกาศฉบับนี้ออกโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. เป็นผู้แจ้งเตือน เนื้อหาคือให้พื้นที่เสี่ยงใน 39 จังหวัดเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569 ไม่ใช่การประกาศว่าน้ำท่วมแล้ว แต่เป็นการเตือนล่วงหน้าให้เตรียมตัวก่อนฝนก้อนใหญ่มาถึง

จุดที่ควรเข้าใจให้ตรงกันคือคำว่า “เฝ้าระวัง” หมายถึงพื้นที่นั้นมีเงื่อนไขทางอุตุนิยมวิทยาที่เอื้อให้เกิดภัยได้ ไม่ได้แปลว่าทุกอำเภอในจังหวัดนั้นจะเจอน้ำท่วมเหมือนกันหมด พื้นที่ที่ต้องระวังมากที่สุดตามคำแนะนำคือพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมน้ำ และพื้นที่เชิงเขาที่มีลำน้ำไหลผ่าน ซึ่งเป็นจุดที่น้ำป่าไหลหลากมาถึงเร็วโดยแทบไม่มีเวลาตั้งตัว

สาเหตุทางอุตุนิยมวิทยา: ร่องมรสุมบวกมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

ต้นเหตุของฝนรอบนี้คือร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของไทย โดยรายงานจาก LINE Today (อ้างอิงสวพ.FM91) ระบุแนวร่องมรสุมละเอียดขึ้นว่าพาดผ่านประเทศเมียนมา ตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน เมื่อร่องมรสุมนี้ทำงานร่วมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ผลลัพธ์คือไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่องหลายวันติดกัน

กรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่อื่นเจอฝนมากแค่ไหน

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พยากรณ์ระบุว่ามีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ขณะที่หลายพื้นที่ทั่วไปมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณ 40-60% ของพื้นที่ ตัวเลขนี้หมายถึงสัดส่วนพื้นที่ที่คาดว่าจะมีฝน ไม่ใช่ความรุนแรงของฝน จึงไม่ควรตีความว่า “ฝนแค่ 40% แปลว่าไม่หนัก” ติดตามพยากรณ์อากาศล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อเช็คสถานการณ์ฝนในพื้นที่ของตัวเองแบบวันต่อวัน

นอกจากภาคเหนือ อีสาน และภาคกลางที่เป็นกลุ่มหลักแล้ว รายงานจาก LINE Today (อ้างอิงกรมอุตุนิยมวิทยาและสวพ.FM91) ยังระบุกว้าง ๆ ว่าอิทธิพลของร่องมรสุมครอบคลุมภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และกรุงเทพฯ-ปริมณฑลด้วย ดังนั้นแม้จังหวัดของคุณไม่อยู่ในกลุ่ม 39 จังหวัดที่ประกาศเฝ้าระวังโดยตรง ก็ยังมีโอกาสเจอฝนตกหนักและน้ำท่วมขังระยะสั้นได้

จำนวนจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก แยกตามภาคมีเท่าไหร่บ้าง

ปภ. แบ่งพื้นที่เฝ้าระวังออกเป็น 4 กลุ่มตามภาค โดย 3 ภาคแรกเตือนเรื่องน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ส่วนภาคใต้ 3 จังหวัดเตือนเรื่องคลื่นลมแรงซึ่งเป็นภัยคนละแบบ ข่าวต้นทางไม่ได้เผยแพร่รายชื่อจังหวัดทั้ง 39 จังหวัดเป็นรายจังหวัด มีเพียงจำนวนแยกตามภาคดังตารางด้านล่าง

ภาค จำนวนจังหวัดตามประกาศ ภัยที่ต้องเฝ้าระวัง
ภาคเหนือ 17 จังหวัด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง
ภาคกลาง 7 จังหวัด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง
ภาคใต้ 3 จังหวัด คลื่นลมแรง

ภาคเหนือ

ภาคเหนือมีจำนวนจังหวัดเฝ้าระวัง 17 จังหวัด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในประกาศฉบับนี้ ข่าวต้นทางระบุเฉพาะจำนวนจังหวัด ไม่ได้เผยแพร่รายชื่อทั้งหมด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือควรตรวจสอบประกาศฉบับเต็มจาก ปภ. หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดของตนเองโดยตรง เพื่อยืนยันว่าจังหวัดของตนอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังหรือไม่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนจังหวัดเฝ้าระวัง 15 จังหวัด เป็นกลุ่มที่มีจำนวนรองลงมาจากภาคเหนือ ข่าวต้นทางไม่ได้เผยแพร่รายชื่อจังหวัดทั้งหมดเช่นเดียวกับภาคอื่น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามระดับน้ำในลำน้ำสาขาอย่างต่อเนื่อง เพราะฝนที่ตกต้นน้ำในภาคเหนือและอีสานตอนบนต้องใช้เวลาเดินทางมาถึงพื้นที่ปลายน้ำ ระดับน้ำจึงอาจขึ้นหลังฝนหยุดไปแล้วหลายวัน

ภาคกลาง

ภาคกลางมีจำนวนจังหวัดเฝ้าระวัง 7 จังหวัดตามประกาศของ ปภ. ส่วนรายงานอีกฉบับที่ระบุว่าอิทธิพลของร่องมรสุมครอบคลุมถึงภาคตะวันออกด้วยนั้น เป็นข้อมูลจากแหล่งข่าวคนละฉบับและคนละบริบทกับจำนวน 7 จังหวัดนี้ ข่าวต้นทางไม่ได้เผยแพร่รายชื่อจังหวัดทั้งหมดในกลุ่มนี้เช่นกัน

ภาคใต้ เฝ้าระวังคลื่นลมแรง

ภาคใต้ 3 จังหวัดในประกาศนี้ถูกเตือนเรื่องคลื่นลมแรง ไม่ใช่น้ำท่วมฉับพลันแบบภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง โดยคลื่นบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีความสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงกว่า 3 เมตร คำแนะนำคือเรือเล็กบริเวณอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ส่วนชาวเรือทั่วไปให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ข่าวต้นทางระบุเพียงจำนวนจังหวัด ไม่ได้ระบุชื่อจังหวัดทั้งสามแห่งไว้

ทำไมตัวเลข 39 จังหวัดกับจำนวนแยกภาคไม่ตรงกันเป๊ะ

ประเด็นนี้ควรพูดตรง ๆ เพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสน: ตัวเลขที่ ปภ. ใช้ในหัวข้อประกาศคือ 39 จังหวัด แต่เมื่อนำจำนวนแยกภาคมาบวกกัน (17 + 15 + 7 + 3) จะได้ 42 จังหวัด

ข่าวไม่ได้อธิบายส่วนต่างนี้ไว้ บทความนี้จึงรายงานตามที่แหล่งข่าวระบุโดยไม่เดาเพิ่ม และแนะนำให้ยึดประกาศฉบับล่าสุดจาก ปภ. และกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลักเสมอ เพราะจำนวนจังหวัดอาจมีการปรับระหว่างการออกประกาศแต่ละฉบับ (ข้อมูลในบทความนี้ ณ วันที่ 17 ส.ค. 2569)

ต้องเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลากยังไง

หลักการสั้น ๆ คือเตรียม 3 เรื่อง ได้แก่ ย้ายของและเอกสารสำคัญขึ้นที่สูง เตรียมชุดของใช้ฉุกเฉินที่หยิบหนีได้ทันที และรักษาช่องทางรับข่าวสารให้ใช้งานได้แม้ไฟดับ สำหรับคนในพื้นที่ลุ่มต่ำและเชิงเขา ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง พร้อมหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงในช่วงเวลาดังกล่าว

ก่อนน้ำมา: เช็กลิสต์ที่ทำได้ภายในวันเดียว

  • ย้ายรถ เครื่องใช้ไฟฟ้า และของมีค่าขึ้นที่สูง หรือย้ายไปจอดในจุดที่น้ำไม่ถึง
  • เก็บเอกสารสำคัญ (บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน โฉนด กรมธรรม์) ใส่ซองกันน้ำรวมไว้จุดเดียว
  • ชาร์จโทรศัพท์และพาวเวอร์แบงก์ให้เต็ม เตรียมไฟฉายและถ่านสำรอง
  • สำรองน้ำดื่ม อาหารแห้ง และยาประจำตัวให้พอสำหรับอย่างน้อย 2-3 วัน
  • บันทึกเบอร์ฉุกเฉินและติดตั้งช่องทางแจ้งเหตุของ ปภ. ไว้ล่วงหน้า
  • ตกลงกับคนในบ้านว่าถ้าต้องอพยพจะไปจุดไหน และใครดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง

ถ้าต้องการรายละเอียดแบบเจาะลึกทั้งขั้นตอนก่อน ระหว่าง และหลังน้ำลด อ่านเพิ่มได้ที่คู่มือน้ำท่วมเตรียมตัวยังไง ฉบับเต็ม ซึ่งลงลึกเรื่องการจัดกระเป๋าฉุกเฉินและการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลดไว้ครบกว่า

ระหว่างน้ำท่วม: สิ่งที่ต้องไม่ทำเด็ดขาด

ช่วงน้ำมาแล้ว ความเสี่ยงเปลี่ยนจาก “ทรัพย์สินเสียหาย” เป็น “อันตรายถึงชีวิต” สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการขับรถหรือเดินลุยผ่านกระแสน้ำเชี่ยว เพราะน้ำที่ดูตื้นอาจซ่อนหลุม ท่อ หรือฝาท่อที่เปิดอยู่ และน้ำที่ไหลแรงเพียงระดับเข่าก็พัดคนล้มได้

  • ตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่น้ำเริ่มท่วมถึงปลั๊กหรือแผงควบคุม เพื่อป้องกันไฟดูด
  • อยู่ห่างจากเสาไฟ สายไฟที่ขาด และป้ายโฆษณาที่อาจล้ม
  • ไม่กลับเข้าไปเก็บของในพื้นที่ที่ยังมีน้ำไหลแรง
  • คอยฟังประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นและเตรียมพร้อมอพยพทันทีเมื่อได้รับแจ้ง
  • ชาวเรือในพื้นที่อันดามันตอนบน งดออกจากฝั่งตามคำแนะนำจนกว่าคลื่นลมจะลดลง

แจ้งเหตุและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมได้ที่ไหน

ช่องทางแจ้งเหตุอย่างเป็นทางการของ ปภ. มี 3 ทางหลัก คือแอปพลิเคชัน THA DISASTER ALERT บัญชีไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” และสายด่วน 1784 ทั้งสามช่องทางใช้แจ้งเหตุสาธารณภัยได้โดยตรง แนะนำให้ติดตั้งแอปและเพิ่มเพื่อนในไลน์ไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่เกิดเหตุ เพราะช่วงน้ำท่วมจริงสัญญาณอาจไม่เสถียรพอให้ดาวน์โหลดใหม่

สำหรับการติดตามสถานการณ์ ควรดูหลายช่องทางประกอบกันมากกว่าเชื่อแหล่งเดียว โดยเฉพาะข้อความที่ถูกส่งต่อในไลน์กลุ่มซึ่งมักเป็นข่าวเก่าที่ถูกนำมาแชร์ใหม่ วิธีตรวจสอบง่ายที่สุดคือดูว่าประกาศนั้นระบุวันที่ ฉบับที่ และหน่วยงานเจ้าของประกาศชัดเจนหรือไม่ จะช่วยแยกประกาศจริงจากข่าวลือได้เร็วขึ้น ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่กรมอุตุนิยมวิทยา คืออะไร เช็คพยากรณ์อากาศยังไง

ข้อควรจำอีกอย่างคือประกาศเตือนภัยเป็นการคาดการณ์จากแบบจำลองสภาพอากาศ ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดเหตุแน่นอนในทุกพื้นที่ ดังนั้นการเตรียมตัวจึงควรอยู่บนหลัก “เตรียมไว้ก่อนแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าต้องใช้แล้วไม่ได้เตรียม” มากกว่าการรอให้มีการยืนยันซ้ำ

FAQ

ปภ. เตือน 39 จังหวัด มีจังหวัดอะไรบ้าง

ปภ. แบ่งพื้นที่เฝ้าระวังออกเป็นภาคเหนือ 17 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ภาคกลาง 7 จังหวัด และภาคใต้ 3 จังหวัด (เฝ้าระวังคลื่นลมแรงเป็นหลัก) รวมจำนวนแยกภาคได้ 42 จังหวัด ขณะที่หัวข้อประกาศระบุ 39 จังหวัด ข่าวต้นทางไม่ได้เผยแพร่รายชื่อจังหวัดทั้งหมดเป็นรายจังหวัด จึงควรตรวจสอบประกาศฉบับเต็มจาก ปภ. โดยตรงเพื่อดูรายชื่อที่ชัดเจน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ส.ค. 2569)

ประกาศเตือนครอบคลุมช่วงวันไหนบ้าง

ช่วงเฝ้าระวังหลักคือวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569 รวม 4 วัน ส่วนพยากรณ์ฝนของวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เป็นการเตือนล่วงหน้า 24 ชั่วโมงก่อนเข้าสู่ช่วงดังกล่าว หลังจากนั้นสถานการณ์ขึ้นอยู่กับประกาศฉบับใหม่ของกรมอุตุนิยมวิทยา

สาเหตุน้ำท่วมรอบนี้เกิดจากอะไร

เกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยมีรายงานว่าแนวร่องมรสุมพาดผ่านเมียนมา ตอนบนของภาคเหนือ และลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน

โทรแจ้งเหตุน้ำท่วมได้ที่เบอร์อะไร

แจ้งเหตุได้ที่สายด่วน ปภ. 1784 หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน THA DISASTER ALERT และบัญชีไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” แนะนำให้ติดตั้งไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ เพราะช่วงฉุกเฉินสัญญาณอินเทอร์เน็ตอาจใช้งานได้จำกัด

ภาคใต้ได้รับผลกระทบแบบเดียวกับภาคเหนือไหม

ไม่เหมือนกัน ภาคใต้ 3 จังหวัดในประกาศรอบนี้ถูกเตือนเรื่องคลื่นลมแรงเป็นหลัก โดยคลื่นทะเลอันดามันตอนบนสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเป็นความเสี่ยงของภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง

ถ้าจังหวัดของฉันไม่อยู่ใน 39 จังหวัดที่ประกาศ แปลว่าปลอดภัยเลยไหม

ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยทั้งหมด เพราะพื้นที่ที่ประกาศเตือนคือพื้นที่ที่ประเมินว่าเสี่ยงสูงในช่วงเวลานั้น ขณะที่พื้นที่อื่นรวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็ยังมีโอกาสฝนฟ้าคะนองราวร้อยละ 40 ของพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังระยะสั้นได้ จึงควรติดตามประกาศทางการต่อเนื่อง