บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง ระวัง! 5 สิ่งอันตรายที่ไม่ควรวางริมระเบียงแบบไม่ยึด หากตกใส่คนอื่น อาจต้องรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 434 กันนะคะ สำหรับการวางสิ่งของไว้บริเวณริมระเบียงอาจดูเป็นเรื่องเล็ก โดยเฉพาะในบ้าน คอนโดมิเนียม หรืออาคารพักอาศัยที่มีพื้นที่จำกัด แต่หากสิ่งของเหล่านั้นเกิดพลัดตกลงไปด้านล่าง สิ่งที่ตามมาอาจไม่ใช่เพียงความเสียหายต่อทรัพย์สิน แต่อาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และนำไปสู่ความรับผิดทางกฎหมายได้เลยนะคะ และหนึ่งในบทกฎหมายที่ควรรู้คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 434 ซึ่งกำหนดหลักความรับผิดเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องในการดูแลรักษา โดยผู้ครองหรือเจ้าของอาจต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกฎหมายค่ะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ
ระวัง! 5 สิ่งอันตรายที่ไม่ควรวางริมระเบียงแบบไม่ยึด หากตกใส่คนอื่น อาจต้องรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 434
5 สิ่งที่ไม่ควรวางริมระเบียงแบบไม่ยึด
1. กระถางต้นไม้และกระถางแขวน
กระถางต้นไม้เป็นของที่พบได้บ่อยตามระเบียง แต่เมื่อวางไว้บริเวณขอบระเบียงหรือจุดที่มีโอกาสถูกลมแรงพัดหรือถูกกระแทก หากไม่ได้ยึดให้มั่นคงก็มีความเสี่ยงตกลงไปด้านล่าง โดยเฉพาะกระถางขนาดใหญ่ เมื่อรวมกับน้ำและดิน น้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นมาก หากตกจากที่สูงย่อมมีแรงกระแทกรุนแรง
2. โต๊ะ เก้าอี้ หรือชั้นวางของ
เฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักมากไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไป หากวางชิดขอบระเบียงและไม่มีการยึดป้องกัน อาจถูกแรงลม ฝน หรือการเคลื่อนย้ายโดยไม่ตั้งใจจนตกลงมาได้นอกจากนี้ การวางเก้าอี้หรือสิ่งของที่เด็กสามารถปีนขึ้นไปได้ ยังเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุภายในระเบียงอีกด้วย
3. เครื่องมือช่างและของมีคม
ค้อน ไขควง เครื่องมือช่าง กระเบื้อง เศษวัสดุ หรืออุปกรณ์ซ่อมแซมต่าง ๆ ไม่ควรวางไว้ริมระเบียงโดยไม่มีภาชนะหรือจุดจัดเก็บที่มั่นคง แม้เป็นของชิ้นเล็ก แต่หากตกจากอาคารสูงก็อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ที่อยู่ด้านล่างได้
4. ขวดแก้ว กระป๋อง และภาชนะต่าง ๆ
ขวดแก้วหรือภาชนะที่บรรจุน้ำอาจมีน้ำหนักมาก และหากตกลงมานอกจากเสี่ยงทำให้คนได้รับบาดเจ็บแล้ว ยังอาจแตกกระจายจนเกิดอันตรายเพิ่มเติม จึงควรเก็บไว้ในบริเวณที่มั่นคง ห่างจากขอบระเบียง และไม่ควรใช้พื้นที่ริมระเบียงเป็นจุดพักของชั่วคราว
5. ของใช้ที่มีขนาดใหญ่หรือรับแรงลมได้ง่าย
เช่น ราวตากผ้า ป้าย กระถางขนาดใหญ่ กล่องพลาสติก หรือสิ่งของที่มีพื้นที่รับลมมาก หากตั้งอยู่บริเวณระเบียงโดยไม่มีการยึด อาจถูกลมแรงพัดหรือผลักจนหล่นลงมาได้
หลักสำคัญคือ ไม่ควรประเมินความปลอดภัยจากน้ำหนักของสิ่งของเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาตำแหน่ง การยึดติด และสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วย
แล้ว ป.พ.พ. มาตรา 434 เกี่ยวข้องอย่างไร ?
มาตรา 434 วางหลักว่า หากความเสียหายเกิดจากโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างไว้ชำรุดบกพร่องหรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอ ผู้ครองโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่หากผู้ครองได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อป้องกันความเสียหายแล้วความรับผิดอาจตกแก่เจ้าของตามเงื่อนไขของกฎหมาย นอกจากนี้ หลักดังกล่าวยังครอบคลุมความบกพร่องในการปลูกหรือค้ำจุนต้นไม้หรือกอไผ่ด้วย
ในทางกฎหมายจึงต้องพิจารณา ข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ว่าสิ่งที่ตกลงมาเกี่ยวข้องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างไร ใครเป็นผู้ครอบครอง ใครเป็นเจ้าของ และใครมีหน้าที่ดูแลป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
กรณีของตกจากอาคารชุด ก็มีการศึกษาประเด็นความรับผิดตามมาตรา 434 และมาตรา 436 โดยเฉพาะ ซึ่งสะท้อนว่าการพิจารณาความรับผิดอาจขึ้นอยู่กับลักษณะของอาคารและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ด้วยนั่นเองค่ะ
หากของตกใส่คนอื่น ต้องรับผิดอะไรบ้าง ?
หากเกิดความเสียหายขึ้นจริง ผู้เสียหายอาจมีสิทธิเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทน ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือความเสียหายอื่นที่กฎหมายรับรอง ทั้งนี้ จำนวนเงินและขอบเขตความรับผิดไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลขตายตัวแต่ต้องพิจารณาจากความเสียหายและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีค่ะ
ที่สำคัญ มาตรา 434 ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของหรือผู้พักอาศัยจะต้องรับผิดทุกครั้งที่มีสิ่งของตกจากระเบียง การนำมาตรานี้มาใช้ต้องพิจารณาว่าเข้าองค์ประกอบตามกฎหมายหรือไม่ และใครเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดในเหตุการณ์นั้นนั่นเองค่ะ
นอกจากนี้ หากมีบุคคลอื่นที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายด้วย มาตรา 434 ยังเปิดทางให้ผู้ครองหรือเจ้าของใช้สิทธิไล่เบี้ยกับบุคคลดังกล่าวได้ตามเงื่อนไขของกฎหมายเช่นกันค่ะ
วิธีป้องกันง่าย ๆ ก่อนเกิดเหตุ
- อย่าวางของไว้ชิดขอบระเบียง โดยเฉพาะของที่มีน้ำหนักมาก
- ยึดกระถาง ราวแขวน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มั่นคงตามความเหมาะสม
- เก็บของชิ้นเล็กและของมีคม ไว้ในกล่องหรือพื้นที่ปิด
- ตรวจสอบจุดยึดเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักหรือมีลมแรง
- หากอยู่คอนโดมิเนียม ควรตรวจสอบ ข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด เกี่ยวกับการใช้ระเบียงและการติดตั้งสิ่งของเพิ่มเติม
จะเห็นได้ว่า ระเบียงไม่ควรเป็นพื้นที่สำหรับวางของแบบ “ชั่วคราวแล้วค่อยเก็บ” เพราะสิ่งของที่ดูไม่มีพิษภัยอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อพลัดตกจากที่สูง ยกตัวอย่างเช่น กระถางต้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือช่าง ขวดแก้ว และของที่รับแรงลมได้ง่าย ดังนั้นจึงควรจัดเก็บหรือยึดให้มั่นคงอยู่เสมอนะคะ
ส่วนประเด็น ป.พ.พ. มาตรา 434 ควรเข้าใจให้ถูกต้องว่าเป็นบทบัญญัติเรื่องความรับผิดจากความเสียหายที่เกี่ยวกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างและการบำรุงรักษา ไม่ใช่บทลงโทษแบบเหมารวมสำหรับของทุกชนิดที่ตกจากระเบียง การจะต้องรับผิดหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงและองค์ประกอบทางกฎหมายของแต่ละกรณีเป็นสำคัญค่ะ