New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition คือสกู๊ตเตอร์ออโตเมติกสไตล์เรโทร 125 ซีซี รุ่นพิเศษของไทยฮอนด้าที่ทำร่วมกับ Disney & Pixar ในธีมบัซ ไลท์เยียร์จากภาพยนตร์ Toy Story ราคาแนะนำ 74,900 บาท ผลิตจำกัด 2,000 คัน เฉพาะประเทศไทย ทุกคันมีสติกเกอร์รันนิงนัมเบอร์กำกับหมายเลข 0001–2000 และจำหน่ายผ่านศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2026 เป็นต้นไป จุดสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจคือ รุ่นพิเศษนี้ต่างจาก Giorno+ ตัวปกติที่งานสี กราฟิกลิขสิทธิ์ และของแต่งแท้ H2C เป็นหลัก ส่วนเครื่องยนต์ โครงรถ และระบบต่าง ๆ ยังเป็นชุดเดียวกับ Giorno+ รุ่นมาตรฐาน
บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ของไทยฮอนด้าและสื่อสายยานยนต์ในไทยที่รายงานตรงกัน ณ ต้นเดือนสิงหาคม 2026 ทั้งราคา จำนวนผลิต รายละเอียดลวดลาย ของแถม ช่องทางจำหน่าย และสเปกของ Giorno+ ตัวพื้นฐานที่เป็นฐานของรุ่นพิเศษนี้ พร้อมกางส่วนต่างราคาให้เห็นชัด ๆ ว่าจ่ายเพิ่มจากรุ่นปกติเท่าไหร่แล้วได้อะไรกลับมา รวมถึงประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบทางการ เช่น วันเปิดรับจอง เงื่อนไขการรับประกัน และระบบเบรกของตัวลิมิเต็ด ซึ่งควรสอบถามที่ศูนย์บริการโดยตรงก่อนวางเงิน
New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition คือรถอะไร
เป็นรุ่นพิเศษ (Limited Edition) ที่สร้างบนตัวถัง Honda Giorno+ สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกขนาด 125 ซีซี โดยเปลี่ยนงานสี กราฟิก และของแต่งให้เป็นธีมชุดอวกาศของบัซ ไลท์เยียร์ ภายใต้คอนเซปต์ “BEYOND THE NEW HIGH — สู่สไตล์ใหม่อันไกลโพ้น” ไม่ใช่รถรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแพลตฟอร์ม และไม่ใช่รถไฟฟ้า แต่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในเหมือน Giorno+ ทุกประการ
ข่าวประชาสัมพันธ์ของไทยฮอนด้าอธิบายว่าเป็นการหยิบบัซ ไลท์เยียร์ ตัวละครที่อยู่คู่ผู้ชมมากว่า 30 ปี มาตีความใหม่บนตัวรถ โดยไม่ได้ระบุว่าผูกกับวาระครบรอบปีใดปีหนึ่งเป็นการเฉพาะ รุ่นนี้เปิดตัวในงานแถลงข่าว Thai Honda Press Conference & Mid Year Meeting 2026 “Move Up to Future Ahead” ที่ Centara Grand & Bangkok Convention Centre, CentralWorld ในช่วงวันที่ 4–5 สิงหาคม 2026 ตามที่สื่อสายยานยนต์รายงาน โดยบางสำนักลงวันที่ 4 และบางสำนักรวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์ลงวันที่ 5 ซึ่งน่าจะเป็นวันเผยแพร่ข่าวมากกว่าวันจัดงาน ส่วนการวางจำหน่ายจริงระบุตรงกันว่าเริ่มภายในเดือนสิงหาคม 2026
ในงานเดียวกันไทยฮอนด้ายังเปิดตัวรถอีกหลายรุ่นพร้อมกัน ตามที่สื่อรายงานจากงาน ได้แก่ Click160 ราคา 69,900 บาท (รุ่น R Limited Edition 76,400 บาท ผลิต 500 คัน), PCX160 ราคา 96,000 บาท, Giorno+ Buzz Lightyear 74,900 บาท และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ราคา 54,000 บาท ทำให้คนที่กำลังเล็งรุ่นลิมิเต็ดมีตัวเลือกให้เทียบมากกว่าหนึ่งคันในรอบเดียว
ทำไม Giorno+ ถึงถูกเลือกมาทำรุ่นพิเศษบ่อย
เพราะ Giorno+ เป็นบอดี้ทรงเรโทรที่มีพื้นผิวเรียบใหญ่ เหมาะกับการเล่นลวดลายและงานคอลแล็บมากกว่าสกู๊ตเตอร์ทรงสปอร์ต ที่ผ่านมาไทยฮอนด้าเคยทำ Giorno+ Disney Fantasia 85 Years Limited Edition เมื่อปี 2025 ราคา 73,700 บาท ผลิต 2,000 คันเท่ากันเป๊ะ ธีมมิกกี้เมาส์ในชุดพ่อมด พร้อมสติกเกอร์เรืองแสงและซีเรียลนัมเบอร์ และยังเคยมีรุ่นพิเศษอื่นบนตัวถังเดียวกันอย่าง SC35 ThaiGP Limited Edition มาก่อน ดังนั้น Buzz Lightyear จึงถือเป็นงานคอลแล็บกับ Disney ครั้งที่สองบนตัวถังนี้ โดยใช้สูตรเดิมคือผลิต 2,000 คัน ใส่รันนิงนัมเบอร์ และแถมของแต่ง H2C
Honda Giorno+ Buzz Lightyear ราคาเท่าไหร่ ผลิตกี่คัน จองได้ที่ไหน
ราคาแนะนำอยู่ที่ 74,900 บาท ผลิตจำกัด 2,000 คันสำหรับตลาดประเทศไทย และจำหน่ายผ่านศูนย์จำหน่าย Honda Wing Center ทั่วประเทศ ไม่ใช่ช่องทาง BigWing ที่เป็นสายบิ๊กไบก์ โดยรถเริ่มส่งถึงโชว์รูมภายในเดือนสิงหาคม 2026 ราคาที่ระบุทั้งหมดเป็นราคา ณ วันเปิดตัว เดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายผู้จำหน่าย
สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้ต่างจากรุ่นแต่งทั่วไปคือสติกเกอร์รันนิงนัมเบอร์เฉพาะคัน ไล่ตั้งแต่หมายเลข 0001 ถึง 2000 ซึ่งเป็นตัวยืนยันว่าคันนั้นเป็นลำดับที่เท่าไหร่ของล็อตทั้งหมด สำหรับคนที่ซื้อเก็บ ตัวเลขนี้มีผลทางจิตวิทยาพอสมควร แต่ยังไม่มีการประกาศว่าไทยฮอนด้าจัดสรรหมายเลขให้ผู้จองด้วยวิธีใด เช่น เรียงตามลำดับการจอง สุ่ม หรือกระจายตามโควตาของแต่ละดีลเลอร์
เปิดจองวันไหน จองแล้วได้รถเมื่อไหร่
ยังไม่มีสำนักข่าวใดระบุวันเปิดรับจองอย่างเป็นทางการ รวมถึงเงื่อนไขเงินมัดจำ ระยะเวลาส่งมอบ และโปรโมชันผ่อน-ดาวน์เฉพาะรุ่นนี้ ข้อมูลที่ยืนยันได้มีเพียงว่าเริ่มจำหน่ายที่ Honda Wing Center ในเดือนสิงหาคม 2026 ดังนั้นผู้ที่สนใจควรติดต่อศูนย์ใกล้บ้านเพื่อสอบถามคิวและโควตาโดยตรง เพราะรถล็อตจำกัดมักถูกกระจายเป็นโควตาต่อดีลเลอร์ ไม่ได้เปิดจองรวมศูนย์
เรื่องการรับประกันก็เช่นกัน จนถึงตอนนี้ ไม่มีแหล่งทางการยืนยันเงื่อนไขการรับประกันของรุ่นนี้แบบเจาะจง จึงไม่ควรเชื่อตัวเลขจำนวนปีหรือระยะทางที่มีการแชร์ต่อ ๆ กัน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือขอเอกสารเงื่อนไขการรับประกันและแพ็กเกจตรวจเช็กระยะจากพนักงานขายก่อนเซ็นสัญญา
ต่างจาก Giorno+ รุ่นปกติยังไง จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร
ความต่างทั้งหมดอยู่ที่งานภายนอกและของแต่ง ไม่ใช่สมรรถนะ กล่าวคือได้ชุดสีและกราฟิกลิขสิทธิ์ Toy Story ที่ไม่มีในรุ่นปกติ บวกของแต่งแท้ H2C อีกสองชิ้น และสติกเกอร์รันนิงนัมเบอร์ ส่วนเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ช่วงล่าง และพื้นที่เก็บของ ยังเป็นชุดเดียวกับ Giorno+ ที่ขายอยู่ทุกวันนี้
รายละเอียดงานออกแบบเฉพาะรุ่นที่ข่าวประชาสัมพันธ์และสื่อรายงานตรงกัน มีดังนี้
- ตัวรถโทนขาว ตัดเขียว laser green และม่วง space purple พร้อมจุดตัดสีส้ม-แดง ตามชุดสเปซสูทของบัซ ไลท์เยียร์
- ขอบไฟหน้าสีม่วง และไอคอน Space Ranger Badge ที่ข้างตัวรถ
- ปุ่มสีแดงใต้เนมเพลต “Lightyear” สื่อถึงปุ่มกางปีกของตัวละคร
- กราฟิก “To Infinity & Beyond” พร้อมโลโก้ Toy Story และ emblem ปักนูนแบบ soft emblem button
- ลายเซ็น ANDY ซ่อนอยู่บนตัวรถ (แต่ละสำนักข่าวระบุตำแหน่งต่างกันเล็กน้อย ทั้งใต้แผ่นพักเท้าและบังโคลนหน้า)
- ลายกาแล็กซีบนล้อทั้งสองวง
- ของแถมเฉพาะรุ่น ได้แก่ แผ่นพักเท้าอะลูมิเนียม Buzz Lightyear by H2C โทนเขียว-ดำลายยานอวกาศ, กรอบป้ายทะเบียนลาย Space Ranger by H2C และสติกเกอร์รันนิงนัมเบอร์ 0001–2000
จ่ายเพิ่มจากรุ่นปกติเท่าไหร่
ถ้าเทียบกับ Giorno+ รุ่นปี 2026 ตัว CBS ที่ราคาแนะนำ 63,700 บาท ส่วนต่างคือ 11,200 บาท และถ้าเทียบกับรุ่น ABS ที่ 68,700 บาท ส่วนต่างคือ 6,200 บาท (ราคาสองตัวนี้เป็นราคาแนะนำที่ผู้จำหน่ายเผยแพร่ในปี 2026) เงินก้อนนี้แลกมากับงานสีลิขสิทธิ์ ของแต่ง H2C สองชิ้น และความเป็นรถล็อตจำกัด ซึ่งเป็นมูลค่าเชิงอารมณ์และเชิงสะสมมากกว่าการใช้งาน
สำหรับคนที่มองเชิงเหตุผลล้วน ๆ ควรตั้งคำถามว่าถ้าเดินไปซื้อแผ่นพักเท้าและกรอบป้ายทะเบียน H2C มาแต่งเองบนรุ่นปกติ จะจ่ายน้อยกว่าส่วนต่างนี้หรือไม่ แต่สิ่งที่ซื้อเองไม่ได้คือชุดสีและกราฟิกลิขสิทธิ์ รวมถึงหมายเลขรันนิงนัมเบอร์ ซึ่งเป็นหัวใจของการเป็นรุ่นพิเศษ
ตัวลิมิเต็ดได้ ABS ไหม
ข้อมูลจากสื่อระบุว่ารุ่นพิเศษนี้ใช้ระบบเบรก Combi Brake System (CBS) พร้อมดิสก์เบรกหน้า ไม่ใช่ ABS ซึ่งแปลว่าเป็นรถที่แพงที่สุดในไลน์ Giorno+ แต่ใช้ระบบเบรกระดับเดียวกับรุ่นเริ่มต้น อย่างไรก็ตามข่าวประชาสัมพันธ์ไม่ได้ระบุสเปกระบบเบรกของรุ่นนี้ไว้ จึงควรตรวจสอบสเปกในใบเสนอราคาที่ศูนย์ก่อนตัดสินใจ ถ้าระบบเบรกเป็นเงื่อนไขหลักในการเลือกซื้อ
| รายการ | Giorno+ CBS (2026) | Giorno+ ABS (2026) | Buzz Lightyear Limited |
|---|---|---|---|
| ราคาแนะนำ | 63,700 บาท | 68,700 บาท | 74,900 บาท |
| เครื่องยนต์ | eSP+ 124.77 ซีซี | eSP+ 124.77 ซีซี | eSP+ 124.77 ซีซี |
| ระบบเบรกหน้า | ดิสก์ + CBS | ดิสก์ + ABS | ดิสก์ + CBS ตามข่าว (รอยืนยัน) |
| จำนวนผลิต | ไม่จำกัด | ไม่จำกัด | 2,000 คัน มีรันนิงนัมเบอร์ |
| สีให้เลือก | 3 สี | 4 สี เบาะโทนน้ำตาล | สีเดียว ธีม Toy Story |
| ของแต่งแถม | ไม่มี | ไม่มี | แผ่นพักเท้า + กรอบป้าย H2C |
Giorno+ คือสกู๊ตเตอร์แบบไหน สเปกเป็นยังไง
Giorno+ คือสกู๊ตเตอร์ออโตเมติกสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกเครื่องยนต์สันดาป ไม่ใช่รถไฟฟ้า เปิดตัวครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 วางตำแหน่งเป็นรถแฟชั่นสำหรับใช้ในเมือง จุดขายคือรูปทรงเรโทรกลมมน เบาะนุ่ม และพื้นที่เก็บของใต้เบาะที่ใหญ่กว่าคู่แข่งหลายรุ่นในระดับราคาเดียวกัน
หัวใจคือเครื่องยนต์ eSP+ 124.77 ซีซี 4 จังหวะ 4 วาล์ว SOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ หัวฉีด PGM-FI ให้กำลังสูงสุด 8.49 กิโลวัตต์ หรือราว 11.4 แรงม้า ที่ 8,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 11.6 นิวตันเมตร ที่ 5,250 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบอัตโนมัติ V-Matic บางแหล่งระบุกำลังเป็น 12 PS ซึ่งเป็นการปัดตัวเลขจากหน่วยเดียวกัน ไม่ใช่เครื่องคนละบล็อก
ด้านตัวถังและช่วงล่าง ตามสเปกที่ผู้จำหน่ายเผยแพร่ ความสูงเบาะอยู่ที่ 780 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 1,312 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 155 มิลลิเมตร ช่วงล่างเป็นโช้คหน้าเทเลสโคปิกและโช้คหลังเดี่ยวแบบยูนิตสวิง เบรกหลังเป็นดรัมเบรก น้ำหนักรถพร้อมของเหลวอยู่ที่ราว 118 กิโลกรัมตามข้อมูลฝั่งไทย ขณะที่ข้อมูลจากตลาดฟิลิปปินส์ระบุ 116 กิโลกรัม ถังน้ำมันความจุ 5.4 ลิตร ออกแบบให้ฝาถังอยู่ด้านหน้า เติมน้ำมันได้โดยไม่ต้องยกเบาะ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ช่วยเรื่องความสะดวกในการใช้งานจริงพอสมควร
ฟังก์ชันและพื้นที่เก็บของให้มาแค่ไหน
ใต้เบาะเป็น U-BOX ความจุ 30 ลิตร พร้อมไฟ LED ส่องสว่างภายใน จุหมวกกันน็อกและของใช้ประจำวันได้สบาย นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของด้านหน้าแบบคอนโซลบ็อกซ์พร้อมช่องชาร์จ USB ไฟหน้า LED เรือนไมล์ดิจิทัล และกุญแจรีโมต Honda Smart Key มาให้
ระบบที่หลายคนถามถึงคือ Idling Stop System (ISS) ซึ่ง Giorno+ มีให้ ทำหน้าที่ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดนิ่ง และปิดการทำงานได้ด้วยสวิตช์บนแผงหน้าปัด ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเคลมไว้ที่ 52.6 กิโลเมตรต่อลิตรตามมาตรฐานการทดสอบของไทย และ 47.0 กิโลเมตรต่อลิตรตามมาตรฐาน WMTC ซึ่งเป็นตัวเลขทดสอบในเงื่อนไขควบคุม การใช้งานจริงย่อมต่างออกไปตามสภาพจราจรและน้ำหนักบรรทุก ข้อสังเกตเล็ก ๆ ที่สื่อบางแห่งชี้คือไฟท้ายยังเป็นหลอดฮาโลเจน ไม่ได้เป็น LED เหมือนไฟหน้า
ก่อนควักเงิน 74,900 บาท ควรพิจารณาอะไรบ้าง
ควรพิจารณาสามเรื่องหลัก คือ ค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพิ่มเทียบกับสิ่งที่ได้จริง ความเข้ากันของตัวรถกับสรีระและการใช้งานประจำวันซึ่งต้องไปลองเอง และความยุ่งยากเรื่องอะไหล่ลายเฉพาะในระยะยาว เพราะรุ่นลิมิเต็ดมีต้นทุนแฝงที่รถทั่วไปไม่มี
เรื่องแรกคือการทดลองขี่ก่อนตัดสินใจ ซึ่งจำเป็นเสมอสำหรับรถที่จะใช้ทุกวัน ประเด็นที่ควรลองด้วยตัวเองที่ศูนย์คือความสูงเบาะ 780 มิลลิเมตรเทียบกับสรีระของผู้ขี่ การเข็นถอยรถหนักราว 118 กิโลกรัมในที่จอดแคบ ตำแหน่งวางเท้าและการซ้อนสองในแบบที่ใช้จริง รวมถึงพื้นที่ใต้เบาะเมื่อใส่หมวกกันน็อกใบที่ใช้อยู่ นอกจากนี้ เนื่องจากรุ่นพิเศษนี้ตามข่าวใช้ระบบเบรกแบบ CBS ไม่ใช่ ABS การขี่บนถนนเปียกหรือลื่นจึงต้องเผื่อระยะเบรกมากขึ้น เช่นเดียวกับการทบทวนกฎจราจรที่คนขี่มอเตอร์ไซค์มักพลาดให้แม่นก่อนออกถนนจริง
เรื่องที่สองคืออะไหล่ ชิ้นส่วนที่มีลายกราฟิกลิขสิทธิ์เป็นของเฉพาะล็อต ถ้ารถล้มหรือมีรอยจนต้องเปลี่ยนแฟริ่ง การหาชิ้นส่วนลายเดิมอาจยากกว่าและแพงกว่ารุ่นปกติ ซึ่งเป็นต้นทุนที่ควรคิดล่วงหน้า โดยเฉพาะคนที่ใช้รถทุกวันในเมือง จึงควรถามศูนย์ตั้งแต่ก่อนออกรถว่าอะไหล่บอดี้ลายเฉพาะรุ่นสั่งได้หรือไม่ และใช้เวลารอนานแค่ไหน
เรื่องที่สามคือมูลค่าขายต่อ ซึ่งไม่มีใครรับประกันได้ล่วงหน้า สิ่งที่พูดได้คือปัจจัยที่มักมีผลต่อราคามือสองของรถล็อตจำกัด ได้แก่ สภาพเดิมของงานสีและสติกเกอร์ ความครบของกล่องและของแถม และหมายเลขรันนิงนัมเบอร์ที่ผู้สะสมนิยม ทั้งนี้จำนวน 2,000 คันถือว่าไม่ได้หายากระดับหลักร้อย จึงไม่ควรซื้อโดยคาดหวังกำไรเป็นเหตุผลหลัก
ใครเหมาะกับรุ่นนี้ ใครควรคิดอีกที
คนที่เหมาะคือแฟน Toy Story หรือผู้ที่ชอบสะสมรถลายพิเศษ และยอมรับได้ว่าจ่ายส่วนต่างเพื่อความรู้สึกและงานดีไซน์ ส่วนคนที่ควรคิดอีกทีคือผู้ที่ต้องการเบรก ABS เป็นหลัก ผู้ที่ใช้รถหนักทุกวันจนงานสีมีโอกาสสึกเร็ว และผู้ที่งบจำกัดจนส่วนต่างหลักหมื่นมีผลต่อค่างวดรายเดือน
ในแง่ตัวเลือกอื่นในตลาด สกู๊ตเตอร์แนวเรโทร-แฟชั่นที่ราคาใกล้เคียงกัน โดยอ้างอิงราคาแนะนำที่ผู้จำหน่ายเผยแพร่ในปี 2026 มีทั้ง Yamaha Grand Filano Hybrid รุ่นมาตรฐาน 64,700 บาท รุ่น ABS 69,200 บาท และรุ่น Special Edition 77,900 บาท ซึ่งถือเป็นคู่แข่งตรงตัวที่สุด ขณะที่ Yamaha Fazzio Hybrid ราคา 54,900 บาท และ Suzuki Avenis 125 ราคา 64,000 บาท อยู่ต่ำกว่าลงมาหนึ่งชั้น ส่วนภายในค่ายเดียวกันยังมี Honda Scoopy 110 ราคา 49,900 บาท และ Honda Lead 125 ราคา 58,500 บาท ให้เทียบ ซึ่งสะท้อนว่าการใช้ดีไซน์และรุ่นพิเศษเป็นตัวนำเป็นกลยุทธ์ที่พบได้ทั่วตลาดรถไทยตอนนี้ ไม่ต่างจากฝั่งรถยนต์ที่ดูแลโดยคนละบริษัทกัน อย่างตอนHonda Super-ONE เปิดตัวในไทยที่สร้างกระแสด้วยงานออกแบบเป็นหลักเหมือนกัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Honda Giorno+ Buzz Lightyear ราคาเท่าไหร่
ราคาแนะนำอยู่ที่ 74,900 บาท ณ วันเปิดตัวเดือนสิงหาคม 2026 เป็นราคารถอย่างเดียว ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นในการออกรถ เช่น ค่าจดทะเบียนและประกันภัย ควรขอใบเสนอราคาจากศูนย์เพื่อดูยอดจริงทั้งหมด
ผลิตกี่คัน มีรันนิงนัมเบอร์จริงไหม
ผลิตจำกัด 2,000 คันสำหรับประเทศไทย และทุกคันมีสติกเกอร์รันนิงนัมเบอร์กำกับตั้งแต่หมายเลข 0001 ถึง 2000 อย่างไรก็ตามยังไม่มีการประกาศว่าไทยฮอนด้าจัดสรรหมายเลขให้ผู้จองด้วยวิธีใด
ต่างจาก Giorno+ รุ่นปกติตรงไหนบ้าง
ต่างที่งานสีขาว-เขียว-ม่วงธีมสเปซสูท กราฟิก To Infinity & Beyond โลโก้ Toy Story ลายเซ็น ANDY ลายกาแล็กซีบนล้อ ปุ่มสีแดงใต้เนมเพลต Lightyear พร้อมแผ่นพักเท้าอะลูมิเนียมและกรอบป้ายทะเบียน H2C ส่วนเครื่องยนต์และโครงรถเหมือนรุ่นปกติทุกอย่าง
จองหรือซื้อได้ที่ไหน
จำหน่ายผ่านศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ เริ่มเดือนสิงหาคม 2026 ไม่ได้ขายผ่านช่องทาง BigWing ที่เป็นสายบิ๊กไบก์ ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศวันเปิดรับจองและเงื่อนไขเงินมัดจำอย่างเป็นทางการ
รุ่นลิมิเต็ดนี้มีเบรก ABS หรือไม่
ตามข้อมูลที่สื่อรายงาน รุ่นพิเศษนี้ใช้ระบบเบรก CBS พร้อมดิสก์เบรกหน้า ไม่ใช่ ABS แต่ข่าวประชาสัมพันธ์ไม่ได้ระบุสเปกระบบเบรกไว้ชัดเจน หากระบบเบรกเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อ ควรตรวจสอบสเปกในใบเสนอราคาที่ศูนย์ก่อนตัดสินใจ
Giorno+ กินน้ำมันเท่าไหร่ ใต้เบาะจุแค่ไหน
อัตราสิ้นเปลืองเคลมไว้ที่ 52.6 กิโลเมตรต่อลิตรตามมาตรฐานไทย และ 47.0 กิโลเมตรต่อลิตรตามมาตรฐาน WMTC ส่วนพื้นที่ใต้เบาะเป็น U-BOX ความจุ 30 ลิตร พร้อมไฟ LED ภายใน และมีถังน้ำมันความจุ 5.4 ลิตรที่ฝาถังอยู่ด้านหน้า
